มายมิ้นท์จ้องมองท่าทีที่หนักแน่นและจริงจังอย่างเต็มที่ของชายหนุ่ม ก็พยักหน้าขึ้นมาอัตโนมัติ “ฉันเชื่อค่ะ”
เปปเปอร์รวบตัวเธอเข้ามากอดไว้ในอกอีกครั้ง “เชื่อผมก็ดีแล้ว วางใจเถอะ ผมจะไม่มีทางทำให้คุณผิดหวังแน่”
“อืม” มายมิ้นท์พยักหน้าขึ้นมาอีกครั้ง มือทั้งคู่กอดไปที่แผ่นหลังเขา
เปปเปอร์ถูซอกคอเธอไปเล็กน้อย “เรื่องชุดที่โดนขโมยไป แจ้งความหรือยัง?”
“แจ้งแล้วค่ะ” พอมาพูดเรื่องจริงจัง ท่าทีของมายมิ้นท์ก็เคร่งขรึมขึ้นมาเยอะ คิ้วที่เรียวงามก็ขมวดขึ้นมาเล็กน้อย “ในช่วงเวลาแรกที่โดนขโมยชุดไป ฉันก็โทรแจ้งความไปแล้วค่ะ และตอนนั้นทางตำรวจก็ได้ส่งคนไปตามจับคนร้ายตามเบาะแสที่ฉันแจ้งไปแล้วค่ะ ตำรวจบอกว่าถ้าจับตัวคนร้ายได้แล้ว ก็จะโทรหาฉันทันทีเลยค่ะ แต่ก็ผ่านมาตั้งหลายชั่วโมงแล้ว ทางตำรวจก็ยังไม่โทรหาฉันเลยค่ะ”
และสิ่งเหล่านี้ ก็ทำให้เธอรู้สึกผิดหวังเล็กน้อย
ดวงตาของเปปเปอร์กลับหรี่ลงมา “ถ้าเกิดว่าเป็นแค่โจรขโมยของธรรมดา ก็ไม่มีทางที่ถึงตอนนี้แล้ว ตำรวจยังจับตัวผู้ร้ายไม่ได้หรอก แล้วตอนนี้ทางตำรวจก็ยังจับตัวคนไม่ได้ ดูท่าน่าจะเป็นโจรที่มีพรรคพวกจริง ๆ การเผชิญหน้ากับโจรแบบนี้ ถ้าตำรวจอยากจะกระชากตัวออกมา ก็ต้องยุ่งยากพอสมควรจริง ๆ เรื่องนี้ มอบให้เป็นหน้าที่ผม เดี๋ยวผมจะจัดการเอง”
“คุณกะว่าจะทำยังไง……”
พูดยังไม่ทันจบ อยู่ ๆ เสียงโทรศัพท์ของมายมิ้นท์ก็ดังขึ้นมา ขัดคำพูดด้านหลังของเธอไปเลย
เธอขมวดคิ้วขึ้นมาก่อน จากนั้นก็มองตามเปปเปอร์ไป มองไปที่โต๊ะรับแขก
โทรศัพท์ของเธอ วางไว้บนโต๊ะรับแขกนั่นเอง
พอมองไป ดวงตาของมายมิ้นท์ก็เป็นประกายขึ้นมาทันที “เป็นสายโทรเข้าของตำรวจ”
บนใบหน้าเธอมีรอยยิ้มที่ดีอกดีใจปรากฏขึ้นมาทันที “เปปเปอร์ ตำรวจโทรมาแล้ว ดูท่าคงจะจับตัวผู้ร้ายได้แล้ว หาชุดกลับมาได้แล้ว”
พอเห็นใบหน้าเรียวเล็กที่ดีใจของหญิงสาว หัวคิ้วที่ขมวดกับเป็นปมของเปปเปอร์ก็ผ่อนคลายลงเล็กน้อย “งั้นก็เป็นเรื่องที่ดี รีบรับสายเร็ว”
“อืม” มายมิ้นท์พยักหน้าขึ้นมา จากนั้นก็คว้าโทรศัพท์ขึ้นมา แล้วกดรับสายขึ้น “ฮัลโหล”
“สวัสดีครับ คุณมายมิ้นท์” ในโทรศัพท์ มีเสียงผู้ชายที่ค่อนข้างหยาบกระด้างเสียงหนึ่งดังลอยมา
พอมายมิ้นท์ฟังออกได้ว่า นี่คือเสียงของตำรวจคนหนึ่ง ตอนที่ตัวเองโทรไปแจ้งความในตอนนั้น
เธอใช้มือทั้งคู่จับโทรศัพท์ไว้แน่น แล้วก็รีบพูดขึ้นว่า “สวัสดีค่ะ ไม่ทราบว่าจับตัวคนร้ายได้แล้วใช่หรือเปล่าคะ? ชุดฉันหาเจอหรือยังคะ?”
แต่ว่าทางปลายสายกลับเงียบขรึมไป
พอเห็นแบบนี้ ใจของมายมิ้นท์ก็กระตุกวุบขึ้นมาทีหนึ่ง และลางสังหรณ์ที่ไม่ดีบางอย่าง และทำให้รอยยิ้มบนใบหน้าเธอ ค่อย ๆ แข็งทื่อไปด้วย จากนั้นก็เลือนหายไปเลย
เปปเปอร์เห็นท่าทางของเธอเป็นแบบนี้ ดวงตาก็หรี่ลง “ทำไมเหรอ?”
มายมิ้นท์ส่ายหน้าให้กับเขา และบอกว่าเธอเองก็ไม่รู้
จากนั้น เธอก็รีบถามขึ้นกับทางโทรศัพท์อีกรอบว่า “คุณตำรวจค่ะ คุณช่วยตอบหน่อยได้ไหมคะ ว่าจับตัวคนร้ายได้หรือยัง? ชุดของฉันหาเจอหรือยังคะ?”
คราวนี้ ในที่สุดคนที่อยู่ปลายสาย ก็มีการตอบสนองสักที แต่กลับถอนหายใจทีหนึ่ง “ขอโทษด้วยนะครับคุณมายมิ้นท์ พวกเราจับตัวคนร้ายได้แล้วจริง ๆ แต่ว่าชุด……”
มายมิ้นท์กัดริมฝีปากเล็กน้อย “หมายความว่ายังไงคะ หาชุดไม่เจอเหรอคะ?”
ชุดคงจะไม่ได้โดนโจรขายไปแล้วหรอกมั้ง?
“ชุดหาเจอแล้วครับ แต่ว่าผลมันเกินคาดไปหน่อย” ในโทรศัพท์ ตำรวจจ้องมองชุดทั้งสองชุดที่อยู่ตรงหน้า แล้วก็ส่ายหน้าขึ้นมาอย่างเบื่อหน่าย “สรุปก็คือคุณมายมิ้นท์ คุณจะต้องเตรียมใจไว้สักหน่อย สำหรับสถานการณ์มันเป็นยังไงนั้น คุณมาทำปิดคดีที่สถานีตำรวจสักหน่อยก็จะรู้แล้วครับ”
พอได้ยินตำรวจพูดแบบนี้ ใจของมายมิ้นท์ก็ยิ่งหนักหน่วงมากขึ้นไปอีก แต่ว่าบนใบหน้ากลับพยายามฝืนยิ้มออกมาทีหนึ่ง แล้วตอบอืมไปคำหนึ่ง “ได้ค่ะ เดี๋ยวฉันจะรีบไปเดี๋ยวนี้แหละค่ะ”
พอจบการสนทนาแล้ว เธอก็ค่อย ๆ เอาโทรศัพท์ออกจากข้างหู
เปปเปอร์มองไปที่เธอแล้วถามขึ้นว่า “ชุดหาไม่เจอเหรอ?”
“หาเจอแล้วค่ะ” มายมิ้นท์ขมวดคิ้วขึ้น “แต่ตำรวจบอกว่า เกิดเรื่องไม่คาดคิดกับชุดนิดหน่อย”
ทีแรกเธอก็นึกว่าท่าทีที่อ้ำ ๆ อึ้ง ๆ ไม่อยากบอกของตำรวจ จะเป็นเพราะว่าหาชุดไม่เจอ
แต่ในเมื่อหาเจอแล้ว แล้วจะเกิดเรื่องไม่คาดคิดอะไรได้ล่ะ?
มายมิ้นท์กัดริมฝีปากเล็กน้อย แสดงให้เห็นว่าคิดไม่ค่อยตก
เปปเปอร์ลูบคางแล้วก็เงียบขรึมไปครู่หนึ่ง “ชุดพังไปแล้วเหรอ?”
ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: รักหวานอมเปรี้ยว
โดนสาดกรดก็รีบล้างออกสิ กว่าจะขับรถไปถึงก็กัดกร่อนไปถึงกระดูกแล้ว วางเรื่องมาให้พระนางฉลาดมาก แต่ดันไม่รู้ว่าต้องล้างด่วน...
ก็แค่บอกอีธานว่านังส้มเน่าอาจจะเป็นคนวางแผนฆ่าแฟนเก่า แล้วให้อีธานสะกดติตมันให้สารภาพ ก็จบแล้ว จะง่าวอะไรขนาดนั้น...