ไม่ใช่ว่าเธอยกยอตัวเอง แต่ว่าเปปเปอร์ในตอนนี้ให้ความสำคัญกับความรู้สึกของเธอมาก
เธอค่อนข้างที่จะมั่นใจว่าเพียงแค่เธออ้าปากพูดขึ้นว่าต้องการอะไร เขาล้วนให้เธอทั้งสิ้น
ต่อให้เป็นการปล่อยพัดชาออกไปก็ตาม
แต่ว่าเธอจะปล่อยพัดชาไปไหม?
แน่นอนว่าไม่!
ดังนั้น เธอพูดได้เพียงว่าคนซึ่งอยู่เบื้องหลังของพัดชาคงวางเกมผิดแล้ว
เป็นจริงดังนั้น เปปเปอร์ยังไม่ทันจะพูดอะไรออกมา ทนายความคนนี้ก็ได้ยกมือขึ้นแตะไปที่ปลายจมูกของตนเองแล้วพูดออกมาอย่างตรงไปตรงมาว่า “ใช่ครับผมรู้ว่ามันเป็นไปไม่ได้ แม้ว่าประธานเปปเปอร์กับผมจะพอมีมิตรภาพต่อกันมาบ้างเล็กน้อย แต่มิตรภาพเล็กน้อยเหล่านั้นเรียกได้ว่าไม่อาจเอามาใส่ใจได้เลย ประธานเปปเปอร์จะเห็นแก่หน้าผมแล้วออมมือกับคุณพัดชาได้อย่างไร”
“ไหนว่าคุณรู้ แล้วทำไมถึงยังรับงานนี้อีก?” มายมิ้นท์ถามขึ้น
ทนายความรู้ดีถึงความสัมพันธ์ของเธอกับเปปเปอร์ ดังนั้นท่าทางของเขาที่ปฏิบัติต่อเธอจึงค่อนข้างสุภาพนอบน้อม จึงยิ้มตอบไปว่า “ยังคงเป็นคำเดิมนั่นก็คือเพื่อเงิน เพราะผู้ที่อยู่เบื้องหลังคุณหนูพัดหรือคุณเกรียงไกร เขาบอกว่าเพียงแค่ผมออกหน้าด้วยตนเองเพื่อมาขอความเห็นใจจากประธานเปปเปอร์ได้ ก็จะให้เงินผมจำนวนถึงห้าล้าน”
เขาพูดจบก็ชูนิ้วทั้งห้าขึ้นมา
มายมิ้นท์สุดลมหายใจเข้าลึก “เงินห้าล้านไม่น้อยเลยทีเดียว”
ทนายพยักหน้าเห็นด้วย “ก็ใช่น่ะสิครับ เงินห้าล้านมากองอยู่หน้าประตู และยังบวกกับค่าทนายความรวมเป็นเจ็ดล้าน ผมจะปฏิเสธได้ยังไง” มายมิ้นท์ยิ้มขึ้น “แม้ว่าคุณจะพูดแบบนี้ แต่ถ้าหากว่าคุณทำไม่สำเร็จล่ะคะ เงินห้าล้านก็คงจะหายไปไม่ใช่เหรอ?”
“ก็ไม่ทั้งหมด” ทนายส่ายหน้า “คำถามนี้ผมเคยถามคุณหนูพัดชาแล้ว เพราะอย่างไรเธอก็เป็นลูกความของผม ผมรู้ดีว่าความสัมพันธ์อันแท้จริงระหว่างผมกับประธานเปปเปอร์เป็นอย่างไร และรู้ดีว่าประธานเปปเปอร์คงจะไม่ใจอ่อนกับผมอย่างแน่นอน ดังนั้นตั้งแต่ตอนแรกผมจึงได้ชี้แจงกับคุณเกรียงไกรอย่างชัดเจน ที่จริงแล้วในใจของคุณเกรียงไกรก็รู้ดีว่าต่อให้ผมออกหน้ารับเรื่องนี้ก็ไม่ประสบผลสำเร็จ แต่เขาก็ยังยืนกรานจะให้ผมลองดู ในเมื่อเขาพูดมาแบบนี้ แน่นอนว่าผมจึงรับเงินมาโดยไม่มีแรงกดดันแต่อย่างใด”
เขากางมือออกแล้วพูดขึ้น
มายมิ้นท์ชื่นชมผู้ชายคนนี้จริงๆ เธออดไม่ได้ที่จะยกนิ้วโป้งให้ “คุณทำแบบนี้ไม่กลัวว่าชื่อเสียงทนายของคุณจะเสียหายเหรอคะ?”
ทนายยิ้มขึ้นแล้วพูดว่า “ถ้าเทียบกับเงินแล้ว ชื่อเสียงทำอะไรได้ล่ะครับ”
“......” ประโยคนี้ทำให้มายมิ้นท์พูดต่อไม่ออกเลย
ชายคนนี้เป็นดังที่เปปเปอร์พูดไว้ก่อนหน้านั่นก็คือโลภมาก
แต่ที่จริงเธอก็พอจะเข้าใจได้อยู่บ้าง โลกใบนี้มีใครกันที่ไม่โลภ
ตัวเธอก็โลภ เปปเปอร์ก็เช่นกัน
ไม่อย่างนั้นเธอกับเปปเปอร์จะพยายามอย่างยิ่งในการทำงานเพื่อบริษัททำไม
“ดังนั้น การที่คุณเดินมาหาพวกเราในครั้งนี้เพราะต้องการจะร้องขอความเห็นใจให้พัดชา?” ขณะนั้นเปปเปอร์ผู้ไม่ค่อยเอ่ยปากก็ได้พูดขึ้นอีกครั้ง ดวงตาของเขาจ้องมองทนายไปด้วยความเยือกเย็น
ทนายผลักแว่นของตนเองขึ้นไปแล้วพยักหน้า “ใช่ครับ ผมก็เพียงแค่ทำให้มันเป็นกระบวนการเท่านั้น อย่างน้อยผมก็รับงานนี้มาแล้ว ต่อให้รู้ว่าไม่มีประโยชน์แต่ผมก็ควรที่จะแสดงทัศนคติของตัวเองออกมา เพราะนี่ถือว่าเป็นสิ่งที่ผมควรทำในฐานะลูกจ้าง”
สุดยอดมาก!
มายมิ้นท์มองแล้วยกนิ้วโป้งขึ้นให้แก่ชายหนุ่มที่อยู่ตรงหน้าและชื่นชมเขาจากใจจริง
เปปเปอร์มองไปยังท่าทางของหญิงสาวแล้วเม้มริมฝีปากเรียวบางของตนอย่างไม่พอใจ ก่อนจะเอื้อมมือไปกลับนิ้วโป้งของเธอให้ชี้ลง เอ่ยเตือนเธอด้วยสายตา
เขาไม่ให้เธอชื่นชมผู้ชายคนอื่นนอกจากตนเอง
มายมิ้นท์กลอกตามอง เธอไม่ได้พูดอะไรได้แต่หัวเราะออกมา แล้วพยักหน้าเป็นความหมายว่าเธอสัญญาต่อไปนี้จะไม่ชมผู้ชายคนอื่น จะชมเพียงเขาคนเดียวเท่านั้น
เปปเปอร์เห็นดังนั้น จึงละสายตากลับมาด้วยความพึงพอใจแล้วมองไปที่ทนาย “คุณทำแบบนี้ไม่กลัวว่าผมจะโมโหเหรอ?”
ทนายจัดเนกไทของตนเองแล้วตอบอย่างมั่นใจว่า “แม้ผมจะมีความสัมพันธ์กับประธานเปปเปอร์นับไม่ได้ว่าดีมาก แต่ก็พอจะรู้จักคุ้นเคยอยู่บ้าง คุณรู้ผลลัพธ์สุดท้ายดีและคุณก็รู้นิสัยของผม ดังนั้นคุณจึงไม่ติดใจเอาความผมแน่นอน และเพราะว่าผมรู้ดีเรื่องนี้ผมจึงยินดีจะรับงานนี้อย่างกล้าหาญ”
ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: รักหวานอมเปรี้ยว
โดนสาดกรดก็รีบล้างออกสิ กว่าจะขับรถไปถึงก็กัดกร่อนไปถึงกระดูกแล้ว วางเรื่องมาให้พระนางฉลาดมาก แต่ดันไม่รู้ว่าต้องล้างด่วน...
ก็แค่บอกอีธานว่านังส้มเน่าอาจจะเป็นคนวางแผนฆ่าแฟนเก่า แล้วให้อีธานสะกดติตมันให้สารภาพ ก็จบแล้ว จะง่าวอะไรขนาดนั้น...