รักหวานอมเปรี้ยว นิยาย บท 882

“ผมก็ผิดเหมือนกัน”

จู่ๆ เปปเปอร์ก็ปลดเข็มขัดนิรภัยบนตัวออก เอียงตัวดึงมายมิ้นท์ที่อยู่บนเบาะข้างคนขับเข้ามากอด วางคางไว้บนไหล่ของมายมิ้นท์ ในน้ำเสียงเต็มไปด้วยความหม่นหมองและตำหนิตนเอง “ถ้าตอนเด็กๆ ผมรู้ว่าเกรียงไกรทรยศแม่ บางทีแม่อาจจะไม่ต้องทนทุกข์มานานจนถึงสิบปีก็ได้ ยิ่งไม่ต้องมีความหวังจนเป็นเหตุให้สิ้นหวัง ถึงได้ละทิ้งชีวิตของตนเอง บางทีถ้าเริ่มแรกเธอรู้ว่าเกรียงไกรทรยศเธอ เธอจะได้เดินออกมาจากความรู้สึกที่มีต่อเกรียงไกรตั้งแต่เนิ่นๆ แล้วยอมรับพ่อของผมอย่างแท้จริง”

มายมิ้นท์รู้สึกได้ถึงความอ้างว้างที่แผ่ซ่านออกมาจากรอบๆกายของชายหนุ่ม รวมไปถึงความรู้สึกผิดด้วย จึงตบหลังเขาเบาๆด้วยความสงสาร “อย่าพูดแบบนี้ นี่ไม่ใช่ความผิดของคุณ ตอนนั้นคุณยังเป็นแค่เด็กคนนึงเองนะ จะครุ่นคิดมากมายขนาดนั้นได้ยังไง ดังนั้นมันไม่ใช่ความผิดของคุณจริงๆ คุณอย่าโทษตัวเองเลย แม่คุณรักคุณมาก ถ้าเธอรู้ว่าการตายของเธอ ทำให้คุณเอามาเป็นความผิดของตัวเอง เธอต้องเสียใจมากแน่ๆ คงอยู่ข้างล่างอย่างไม่มีความสุขหรอก คุณคงไม่อยากเห็นสถานการณ์อย่างนี้ใช่ไหมล่ะ?”

เปปเปอร์ไม่ได้พูดอะไร แค่กอดมายมิ้นท์เอาไว้แน่นอย่างเงียบๆ มุดหัวอยู่ในซอกคอของเธอลึกเข้าไปอีก

มายมิ้นท์ยังคงตบหลังเขาเบาๆต่อไป ปลอบโยนความรู้สึกของเขาเงียบๆ

อย่ามองว่าปกติแล้วเขาเหนือกว่าใครๆ แข็งแกร่งราวกับไม่มีเรื่องยากๆสำหรับเขา เรื่องอะไรเขาก็สามารถทำได้ทั้งนั้น

แต่หลังจากปลดลำแสงที่เปล่งออกมาจากตัวเขาออกไป จริงๆเขาก็เป็นแค่ผู้ชายธรรมดาคนหนึ่ง

ผู้ชายธรรมดาๆคนหนึ่งที่มีความรู้สึกเหมือนคนทั่วไป

ที่เสียใจ ตำหนิตนเอง ละอายใจเป็น

คนอย่างเปปเปอร์ ก็ต้องการคนที่อยู่เคียงข้างคอยปลอบใจเช่นกัน

ไม่รู้ว่าผ่านไปนานเท่าไหร่ จนกระทั่งมีตำรวจจราจรเข้ามาเคาะกระจก หลังจากเตือนว่าตรงนี้จอดนานไม่ได้ เปปเปอร์ถึงได้ปล่อยมายมิ้นท์ออก สตาร์ทรถออกไปจากตรงนี้

ระหว่างทางที่กลับมาคอนโดพราวฟ้า เปปเปอร์ขับรถด้วยความสงบสุดๆ สายตาจดจ้องเส้นทางด้านหน้า ไม่พูดอะไรสักประโยคเลย

จนกระทั่งถึงคอนโดพราวฟ้า เขาจอดรถในลานจอดรถ หลังจอดสนิทดีแล้ว เขาปล่อยพวงมาลัยมองมาทางมายมิ้นท์ที่อยู่ข้างๆ นี่ถึงได้เอ่ยปากพูดขึ้นอีกครั้ง “คุณสบายใจได้เลยนะ ไม่มีทางที่ผมจะกลายเป็นผู้ชายอย่างเกรียงไกรแน่นอน”

“ห๊ะ?” ท่าทีที่กำลังปลดเข็มขัดนิรภัยของมายมิ้นท์ชะงักงัน ราวกับไม่ค่อยเข้าใจ ทำไมเขาถึงพูดอย่างนี้

เปปเปอร์ดึงมือของเธอ สีหน้าท่าทางจริงจัง “ผมจะปฏิบัติต่อคุณด้วยความจริงใจ ทั้งร่างกายทั้งหัวใจเป็นของคุณเพียงคนเดียว ไม่จอมปลอมเหมือนอย่างเกรียงไกรแน่นอน ที่ปากพูดอย่าง แต่ลับหลังทำอีกอย่าง ทำร้ายคุณเหมือนที่ทำร้ายแม่ของผม นี่เป็นคำมั่นสัญญาและคำปฏิญาณที่ผมมอบให้คุณ เชื่อผมนะ”

ในฐานะที่เป็นผู้ชายคนหนึ่ง ก็ควรจะรักษาสัญญาและข้อตกลงของตนเอง

ในเมื่อรับปากแล้ว ก็ต้องทำให้ได้

สิ่งที่เปปเปอร์ได้รับการอบรมสั่งสอนมาตั้งแต่เด็ก ยังคงเป็นเรื่องทัศนคติสามด้านของตนเอง ที่จะไม่ยินยอมให้ตนเองเป็นคนที่ผิดคำพูด การรักใครสักคน ก็ควรจะรักอีกฝ่ายด้วยทั้งหมดของร่างกายและหัวใจ มีกันและกันเท่านั้น

ต่อให้ไม่รักแล้ว แต่เพียงแค่ไม่ได้เลิกกัน ก็ควรจะรักษาเอาไว้ต่อไป

นี่เป็นการให้เกียรติอีกฝ่าย และรับผิดชอบต่อศีลธรรมของตนเอง

แน่นอนว่า ไม่มีวันที่เขาจะไม่รักมายมิ้นท์อยู่แล้ว

ดังนั้นคนอย่างเกรียงไกรน่ะ ในฐานะที่เป็นผู้ชายเหมือนกัน เขาก็รู้สึกรังเกียจสุดๆ

ที่เขาพูดกับมายมิ้นท์อย่างนี้ ก็เพราะอยากบอกเธอ ผู้ชายมากมายที่อยู่บนโลกใบนี้ คนประเภทเดียวกับเกรียงไกรมีอยู่ไม่น้อยเลย แต่ผู้ชายดีๆก็ไม่น้อยเหมือนกัน ส่วนเขาก็เป็นหนึ่งในบรรดาผู้ชายดีๆเหล่านั้นนะ

เขาไม่หวังให้มายมิ้นท์ได้ยินเรื่องน่าสะอิดสะเอียนที่เกรียงไกรทำเอาไว้ จนเป็นเหตุให้เกิดความระแวงในตัวเขา ระแวงว่าเขาก็จะทำเรื่องมั่วๆอยู่ข้างนอกเหมือนกัน ถึงยังไงที่ผ่านมาเขาก็ไม่เคยให้สัญญากับเธอไว้เลย เขากังวลว่าเพราะเรื่องของเกรียงไกร จะเป็นเหตุให้เธอไม่เชื่อถือในคำสัญญาของเขา

ถ้าเป็นอย่างนั้น เขาคงแค้นใจตายแน่ๆ

ดังนั้นเขาถึงได้อดทนรอไม่ไหวที่จะแสดงท่าที แสดงตนว่าเขาไม่ใช่ผู้ชายประเภทเดียวกับเกรียงไกรอย่างแน่นอน ยิ่งไม่มีทางกลายเป็นผู้ชายอย่างเกรียงไกรด้วย

เธอน่าจะเชื่อเขาใช่ไหม?

เปปเปอร์เม้มริมฝีปากบางๆ ภายในดวงตาที่ลุ่มลึกและเงียบสงบราวกับหลุมดำสองหลุม ที่ทำให้คนมองไม่เห็นความรู้สึกที่ชัดเจนมาโดยตลอด แต่วินาทีนี้ไม่นึกว่าจะมีความกระวนกระวายใจเพิ่มขึ้นมาเล็กน้อยอย่างเห็นได้ชัด

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: รักหวานอมเปรี้ยว