แล้วก็เป็นไปตามคาด รสชาติดีมาก
มายมิ้นท์อดไม่ได้ที่จะชูนิ้วโป้งอันหนึ่งขึ้นมาให้ชายหนุ่ม เพื่อแสดงให้เห็นว่าเป็นการชื่นชม
เรียวปากบางของชายหนุ่มคลี่ยิ้มออกมาอย่างเปิดเผย “อร่อยก็กินเยอะ ๆ หน่อย”
พูดแล้ว ก็ใช้ตะเกียบอีกคู่หนึ่ง ที่ตั้งใจเอามาคีบผักให้เธอโดยเฉพาะ คีบผักไปวางให้ลงบนจานให้เธอ
พอคีบผักจานนี้แล้ว ก็คีบผักอีกจานนั้นต่อ
พอเปปเปอร์คีบผักทั้งหมดจนครบรอบหนึ่งแล้ว จานของมายมิ้นท์ก็แทบจะกองกันเป็นภูเขาขึ้นมาได้แล้ว
แต่ว่าชายหนุ่มเหมือนกับว่ายังไม่อยากจะหยุด เหมือนกับว่าได้คีบจนติดลมแล้ว
พอมายมิ้นท์เห็นเขายังจะคีบต่อ ก็รีบคว้าข้อมือเขาไว้ แล้วส่ายหน้าให้กับเขา “พอแล้วค่ะ อย่าคีบอีกเลย คุณอยากให้ฉันท้องแตกตายเหรอคะ?”
เปปเปอร์มองไปที่จานของเธอทีหนึ่ง แล้วถึงได้เพิ่งรู้ตัวว่าตัวเองคีบผักให้เธอเยอะเกินไปหน่อยแล้ว
เขาวางตะเกียบลงอย่างเขินอายเล็กน้อย แล้วกระแอมไอขึ้นมาคำหนึ่ง “ขอโทษด้วย ผมจะหยุดคีบก่อน รีบกินเถอะ”
แล้วมายมิ้นท์ถึงยอมปล่อยมือเขาออก แล้วหยิบตะเกียบขึ้นมากินอาหารใหม่อีกครั้ง
กินไปกินมา อยู่ ๆ เธอก็รู้สึกถึงอะไรบางอย่าง ปากที่เคี้ยวอาหารอยู่ก็ค่อย ๆ หยุดลง
เดี๋ยวก่อนนะ เมื่อกี้ตอนที่เธอเพิ่งตื่นมานั้น ไหนบอกไว้ว่าจะกัดผู้ชายคนนี้สักทีไม่ใช่เหรอ เพื่อที่จะแก้แค้นผู้ชายคนนี้ที่ทำให้เธอไม่มีเรี่ยวแรงไปทั้งตัวจนต้องหกล้มไปไม่ใช่เหรอ?
ทำไมจนถึงตอนนี้แล้ว เธอยังไม่ทำแบบนั้นอีกล่ะ?
มายมิ้นท์จ้องมองอาหารอันโอชะที่อยู่ตรงหน้าอย่างรู้สึกสงสัยในชีวิต สุดท้ายก็เอาเรื่องทุกอย่างนี้ไปสรุปอยู่ที่ชายหนุ่มหลอกล่อคนอื่นเก่งเกินไป ชักจูงจิตใจคนเก่งเกินไปนั่นเอง
ช่างเถอะ เห็นแก่ที่เขาเตรียมอาหารที่อร่อยขนาดนี้ให้ตัวเองกับมือของเขา เธอจะยอมปล่อยเขาไปก็ได้
คิดแล้ว มายมิ้นท์ก็ไม่มีแรงกดดันอะไรในใจอีกเลย แล้วก็กินข้าวต่อไป
เธอไม่มีทางยอมรับเด็ดขาดว่าตัวเองเป็นคนที่ถูกซื้อตัวได้ง่ายเกินไป
เธอก็แค่เป็นคนดีเกินไปเท่านั้น
อืม ใช่ ดีเกินไปเท่านั้น
มายมิ้นท์ค่อย ๆ พยักหน้าขึ้นเบา ๆ
เปปเปอร์เห็นเธอพยักหน้า ก็หรี่ตาลงเล็กน้อย จากนั้นก็ยื่นมือออกไป แล้วก็ขยี้เส้นผมอ่อนนุ่มของเธอทีหนึ่ง ซึ่งก็ไม่รู้ว่าเธอคิดอะไรอยู่ในสมองเล็ก ๆ นั่นอีกแล้ว
มายมิ้นท์กำลังกินข้าวอยู่ แล้วอยู่ ๆ ก็โดนชายหนุ่มขยี้หัวโดยที่ไม่ทันได้ระวังตัวไป ก็โกรธจนเบิกตากว้างขึ้นมา “เปปเปอร์นี่คุณจะทำอะไรเนี่ย?”
เปปเปอร์คลี่ยิ้มออก “ไม่ได้ทำอะไร ก็แค่เห็นว่าหัวของคุณมันน่ารักเกินไป เพราะฉะนั้นก็เลยอดใจไม่ไหวเท่านั้น”
คำพูดนี้พูดออกมาไม่ได้ทำให้มายมิ้นท์รู้สึกดีใจเลยสักนิด แต่ในใจกลับรู้สึกตื่นตระหนกขึ้นมา
แล้วเธอก็ค่อย ๆ ขยับตัวออกเล็กน้อย ลองขยับเก้าอี้ออกห่างไปเล็กน้อย ให้นั่งห่างออกไปนิดหนึ่ง จะได้ห่างกับคนโรคจิตคนนี้ไปสักหน่อย
แค่เห็นว่าหัวเธอน่ารัก ก็อดไม่ไหวแล้วเหรอ
คำพูดนี้ของเขานี่ พูดมาแล้วทำให้เธอรู้สึกอย่างกับว่าหัวของเธอน่ารักจังเลย เพราะฉะนั้นก็เลยอดไม่ไหวอยากจะหักลงมายังไงอย่างงั้น
พอเปปเปอร์เห็นการกระทำที่ลากเก้าอี้ไปของมายมิ้นท์ ก็กะพริบตาขึ้นมาทีหนึ่งอย่างไม่เข้าใจ “ทำไมเหรอ?”
ทำไมอยู่ดี ๆ ก็ลากเก้าอี้ออกไปล่ะ?
แน่นอนว่ามายมิ้นท์บอกเขาไม่ได้เด็ดขาด ว่าตัวเองตีความหมายในคำพูดของเขาผิดไป แล้วก็คีบข้าวเม็ดหนึ่งเข้าปากไป ส่ายหัวเล็กน้อยแล้วก็ตอบกลับไปว่า “ไม่มีอะไรค่ะ เพียงแต่แค่ตำแหน่งเมื่อกี้มันนั่งไม่ค่อยสบายเท่านั้น ก็เลยเปลี่ยนที่ที่หนึ่งค่ะ”
เปปเปอร์เชิดคางขึ้นเล็กน้อย แล้วก็ไม่พูดอะไร
หลังกินข้าวเสร็จ เปปเปอร์ก็เก็บถ้วยชามให้มายมิ้นท์
พอมายมิ้นท์เห็นเขายืนยันว่าทำ ก็ไม่ได้ขัดขวางอะไร แล้วก็ไปนั่งพักอยู่บนโซฟา
ในเมื่อมีคนเต็มในที่จะมาเหนื่อยแทน ทำไมต้องไม่ปฏิเสธด้วยล่ะ?
มายมิ้นท์นอนอยู่บนโซฟา บิดขี้เกียจไปอย่างสบายใจ
แล้วอยู่ ๆ โทรศัพท์ก็สั่นขึ้นมาทีหนึ่ง
มายมิ้นท์เอาโทรศัพท์ที่สั่นจนทำให้หน้าท้องจั๊กจี้ ออกมาจากกระเป๋าชุดนอน แล้วก็เป็นว่าลาเต้ส่งข้อความเข้ามา
ค่ำขนาดนี้แล้ว เต้ยังส่งข้อความมาอีก ตกลงมีเรื่องอะไรนะ?
มายมิ้นท์ไม่ได้เสียเวลามากนัก แล้วก็รีบลุกขึ้นมานั่งตัวตรงจากโซฟา แล้วกดเปิดข้อความวีแชทของลาเต้ออกมา บนนั้นมีแค่ประโยคเดียวคือ : มิ้นท์ แม่ผมให้มาถามว่าพรุ่งนี้คุณพอมีเวลาหรือเปล่า? จะให้คุณพาไอ้เจ้านามสกุลนวบดินทร์มากินข้าวที่บ้านผมสักหน่อย
ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: รักหวานอมเปรี้ยว
โดนสาดกรดก็รีบล้างออกสิ กว่าจะขับรถไปถึงก็กัดกร่อนไปถึงกระดูกแล้ว วางเรื่องมาให้พระนางฉลาดมาก แต่ดันไม่รู้ว่าต้องล้างด่วน...
ก็แค่บอกอีธานว่านังส้มเน่าอาจจะเป็นคนวางแผนฆ่าแฟนเก่า แล้วให้อีธานสะกดติตมันให้สารภาพ ก็จบแล้ว จะง่าวอะไรขนาดนั้น...