แต่สายไปเสียแล้ว…
เย่เซียวได้ฉีดเลือดที่ติดเชื้อไวรัสเข้าร่างตัวเอง
ทุกคนต่างตกใจกับการกระทำของเขาหลังรู้ว่าเกิดเรื่องอะไรขึ้น
ไฟเรนเซ่เป็นคนแรกที่ตั้งสติได้ เขาตบล้อเก้าอี้เข็นทีหนึ่งเพื่อให้ยันตัวขึ้นอย่างทุลักทุเล กางมือตบหน้าเย่เซียวฉาดใหญ่ ตะคอกเสียงกร้าวด้วยแรงอารมณ์ “เจ้าคนไม่รักดี!นี่แกกล้ามาไม้นี้กับฉันงั้นเหรอ!แกกล้าสละชีวิตเพื่อผู้หญิงคนเดียวงั้นเหรอ!”
“ผมเคยสัญญากับเธอว่าจะไม่ปล่อยให้เธอตาย และไม่มีวันที่จะรอดไปคนเดียว!” ดวงตาเย่เซียวหนักแน่น ต่อให้เผชิญกับความตายก็ไม่หวั่นไหวยำเกรง มีแต่ความดื้อรั้น
ไฟเรนเซ่หอบหายใจหนัก ยกนิ้วชี้เขา “ชีวิตของแกเป็นของฉัน!ฉันเป็นคนให้แก!ไม่ได้รับคำอนุญาตของฉันใครอนุญาตให้แกตาย!ข่ายปิน แกช่วยชีวิตมันให้ได้!ถ้ามันตาย พวกแกก็ต้องตายตามไปทั้งหมด!”
“นายน้อย รีบเข้าไปในห้องตรวจกับผมเลยครับ!” ข่ายปินไม่กล้าชักช้า คนในทีมรักษาที่อยู่ด้านหลังต่างก็ใจหล่นวูบกันทั้งนั้น
เย่เซียวกลับไม่สะทกสะท้าน แค่จ้องไฟเรนเซ่ ไฟเรนเซ่จ้องกลับอย่างวาวโรจน์ “อยากให้ฉันยกแกเข้าไปด้วยตัวเองหรือไง?!”
“เอาปืนบังคับให้ผมไปก็เปล่าประโยชน์ ผมแค่ต้องการให้ท่านยอมช่วยเธอ”
“ถ้าฉันไม่ช่วยล่ะ?” ไฟเรนเซ่กัดฟันกรอด
“งั้นท่านก็อาจจะช่วยผมไม่ได้!การมีชีวิตอยู่ต่อมันยาก แต่การตายกลับง่ายมาก!”
ไฟเรนเซ่แทบจะเป็นลมเพราะอารมณ์เดือดพล่าน นิ้วมือที่ชี้เขาสั่นระริกอยู่กลางอากาศ “ดี ดีมาก!บนโลกนี้ก็มีแค่แกที่กล้าขู่ฉัน!ถ้าเปลี่ยนเป็นคนอื่น ฉันยิงกะโหลกมันไปแล้ว!”
เย่เซียวไม่มีท่าทีหวาดหวั่น
“ได้ จะให้ช่วยเธอก็ได้ แต่แกต้องตกลงเงื่อนไขหนึ่งข้อ!ไม่อย่างนั้น ต่อให้ตอนนี้ช่วยเธอให้ฟื้นได้ แต่ไม่มียารักษาที่ต่อเนื่อง เธอก็ไม่รอดอยู่ดี!”
“ท่านพูดมาเลย”
“รอพวกแกหายดี รีบแต่งงานกับน่าหลัน!ไม่ใช่แค่จัดงานแต่งงาน แต่ต้องจดทะเบียนสมรสจริงๆ!”
“…” คราวนี้เปลี่ยนเป็นเย่เซียวที่เงียบ
ไฟเรนเซ่ถอยกลับไปนั่งบนเก้าอี้เข็นพลางแค่นหัวเราะที “ดูเหมือนความคิดแกที่อยากช่วยเธอไม่ได้หนักแน่นอย่างที่ฉันคิดไว้ ได้ พวกแกอยากตายด้วยกันก็ไปตายด้วยกัน!เฉิงหมิง เข็นฉันไป!”
“คุณไฟ!” เฉิงหมิงเรียกขานเสียงต่ำทีหนึ่ง
“ไป!” ไฟเรนเซ่แค่นหัวเราะอีกที จากนั้นหันมาสบตาเย่เซียว “รอแกตาย ทุกปีที่จุดธูปไหว้แกฉันจะบอกแกให้รับรู้ว่าแม่ของแกกำลังโดนคนที่เกลียดชังโกรธแค้นแกทรมานแบบไหนอยู่!ถึงตอนนั้น แกอย่าหาว่าฉันไม่สนใจแม่ของแก!”
“พ่อครับ!” เย่เซียวหันหลังมาจ้องแผ่นหลังนั่น
ไฟเรนเซ่กลับไม่ยอมหันมา
เย่เซียวกำหมัดที่ทิ้งข้างลำตัวแน่น เขากล่าวเสียงนิ่ง “ผมตกลง!”
“แกพูดอีกทีสิ!”
“ขอแค่ท่านยอมช่วยเธอ ไม่ว่าอะไรผมก็ตกลง!”
“นี่แกพูดเองนะ มีคนมากมายเป็นพยานอยู่ตรงนี้ แกต้องพูดได้ทำได้!”
เย่เซียวตีหน้าเรียบตึง เสียงแหบพร่าทุ้มต่ำ“ผมพูดได้ทำได้!”
“ดี ช่วย!” ไฟเรนเซ่สั่ง ทุกคนในที่นี้ล้วนพรูลมหายใจยาว
ข่ายปินกล่าว “นายน้อย เชิญตามเราเข้าไปในห้องตรวจโดยด่วน”
เย่เซียวไม่ยอม ตอบเพียง “ให้เธอตรวจก่อน”
ข่ายปินทำอะไรไม่ได้ จำต้องให้ทีมพยาบาลรีบเข็นไป๋ซู่เย่เข้าไปในห้องตรวจทันที
ไฟเรนเซ่แค่นเสียงที ให้เฉิงหมิงเข็นตัวเองไปจากตรงนี้ การไม่เห็นคงดีที่สุด!
“นายท่าน” หยูอันเข้ามาหาอย่างเป็นห่วง
“ฉันไม่เป็นไร” เย่เซียวเงียบไปอึดใจ “เรื่องเมื่อกี้ ห้ามพูดต่อหน้าเธอแม้แต่คำเดียว!”
หยูอันไม่เข้าใจเสียจริง เย่เซียวยอมเสี่ยงชีวิตเพื่อช่วยเธอแล้วทำไมถึงไม่ยอมบอกเธอ?
…………
เย่เซียวนั่งอยู่นอกห้องตรวจรอ สองมือลูบหน้าและประสานอยู่ใต้จมูก
ในหัวเดี๋ยวเป็นประโยคที่เธอพูดเมื่อคืน ‘ฉันคิดถึงคุณมากๆ’ เดี๋ยวเป็นประโยคของพ่อบุญธรรม ‘แต่งงานกับน่าหลันทันที’…
สองประโยคประเดประดังสลับกันไปมาราวกับเลื่อยที่ตัดเส้นประสาทเขาอยู่ไม่ขาดสาย
เขารู้สึกปวดศีรษะคล้ายว่าจะระเบิดอยู่ทุกเมื่อ
ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: อรุณสวัสดิ์ ท่านประธานาธิบดีที่รัก!