เวินเหลียงรู้สึกแสบบริเวณปลายจมูก ภาพตรงหน้าถูกปกคลุมด้วยม่านน้ำตา หัวใจทุกข์ระทมขื่นขมอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน
เธอไม่เคยเห็นท่าทางอ่อนโยนอย่างนี้ของฟู่เจิงเลย แต่งงานกันสามปีเขามักเมินเฉยใส่เธอเสมอ
เธอมักปลอบใจตัวเองว่าเขาเป็นคนอย่างนี้เอง
โกหกจนแม้แต่ตัวเองเธอก็ยังเชื่อ
เวลานี้เธอเห็นแล้วว่าเขาก็อ่อนโยนเป็นเหมือนกัน เพียงแค่มอบให้กับผู้หญิงอีกคนหนึ่งเท่านั้น
พวกเขาเดินผ่านหน้ารถของเธอไป เขาไม่ได้สังเกตว่านั่นคือรถของเธอ และแน่นอนว่าไม่เคยสังเกตตัวเธอเช่นกัน
“คุณผู้หญิง กลับมาแล้วเหรอคะ กลางคืนจะกิน...”
แม่บ้านเห็นหยดน้ำตาบนใบหน้าของเวินเหลียงแวบ ๆ ยังไม่ทันพูดจบก็เห็นเธอเข้าห้องนอนไปเลย จึงไม่กล้าถามอีก
เวินเหลียงทรุดหลังพิงกับประตู ลำคอรู้สึกถึงรสชาติขมเฝื่อนอย่างไม่มีที่สิ้นสุด
หลังจากอดกลั้นมาทั้งวันในที่สุดเธอก็อดทนไม่ไหวอีกต่อไป ม่านน้ำตาเอ่อขึ้นมาในเบ้าตาอย่างรวดเร็ว มันมากเสียจนล้นออกมาจากขอบตาและไหลลงตามพวงแก้ม
เธอปวดหัวใจมาก ปวดมากจริง ๆ
หลังจากที่พ่อแม่แยกทางกัน เธอก็ทนรับกับความทุกข์ของครอบครัวพ่อแม่เลี้ยงเดี่ยวมากพอแล้ว เธอจึงไม่อยากให้ลูกของเธอต้องเป็นเหมือนกับเธอ
เธออยากให้ลูกเติบโตอย่างมีความสุข
แต่ใครบอกเธอได้บ้างว่าเธอควรทำยังไงดี?
เวลาผ่านไปนาน แม่บ้านจึงเคาะประตูห้องนอนเธอด้วยความระมัดระวัง “คุณผู้หญิงคะ รับประทานอาหารได้แล้วค่ะ”
ครู่หนึ่งเวินเหลียงจึง “อืม” ตอบไป ไปล้างหน้าที่ห้องน้ำ
ตอนออกจากห้อง จู่ ๆ เธอก็นึกถึงข้อความของฟู่เจิง
เขาบอกว่าตอนไปดูงานได้เอาของขวัญมาฝากเธอ
จะเป็นของขวัญอะไรกันนะ?
เวินเหลียงไปหากระเป๋าเดินทางของเขาในห้องแต่งตัวและเปิดออก
เป็นแผ่นซีดีที่มีลายเซ็นของนักร้องต่างประเทศที่เธอชอบมากที่สุดแผ่นหนึ่ง
ไม่ใช่แก้วแหวนเงินทองอะไร
เวินเหลียงกอดไว้ในอก
ต้นกล้าเขียวอ่อนผุดขึ้นท่ามกลางความรกร้าง
อย่างน้อยเขายังจำได้ว่าเธอชอบอะไรและยังไม่ลืมที่จะเอาของขวัญมาฝากเธอ
อย่างนั้นก็ไม่ถือว่าเธอล้มเหลวทั้งหมดไม่ใช่เหรอ
เวินเหลียงงัวเงียตื่นขึ้นมาในยามเช้าทว่าข้างกายว่างเปล่า
เธอนั่งอยู่บนเตียง เหม่อลอยเนิ่นนาน
ฟู่เจิงหรี่ดวงตาลงต่ำ สีหน้ามีความไม่พอใจนิด ๆ “ในเมื่อเธอไม่อยากพูด ฉันก็จะไม่ฝืนใจ งั้นฉันไปบริษัทก่อนนะ”
พูดจบก็หมุนตัวเดินออกจากประตูห้อง ไม่มีความอาลัยสักนิด
ประตูเปิดแล้วปิด รอจนในห้องว่างเปล่าแล้ว ในที่สุดก็รักษารอยยิ้มบนใบหน้าไว้ไม่ได้อีกต่อไป
เขากำลังโกรธเหรอ?
เพราะฉู่ซืออี๋กลับมาแล้ว เขาก็เลยรำคาญเธอมากกว่าเดิมเหรอ?
เวินเหลียงพยายามยกมุมปากที่ขมขื่นขึ้น แต่มันกลับจมดิ่งลงไปอย่างห้ามไม่อยู่ ซึ่งทำให้น่าเกลียดยิ่งกว่าร้องไห้เสียอีก
……
ฟู่ซื่อ
ผู้ช่วยรีบร้อนเดินเข้ามา “ผู้อำนวยการเวินคะ สายของผู้จัดการส่วนตัว หลินเยียนหรันค่ะ!”
คนที่เชิญมาเป็นแบรนด์แอมบาสเดอร์เสื้อผ้าไตรมาสใหม่ของแบรนด์เอ็มคิวซึ่งจะเปิดตัวในตลาดก็คือหลินเยียนหรัน ดาราสาวที่กำลังโด่งดังร้อนแรงในขณะนี้
เธอได้รับการยอมรับจากมวลชนด้วยภาพลักษณ์วัยรุ่นสดใส ซึ่งเข้ากับธีมเสื้อผ้าไตรมาสนี้มาก
“มีอะไรเหรอ?”
“เขาไม่ได้บอกค่ะ แต่จะคุยสายกับคุณให้ได้”
เวินเหลียงหยิบหูฟังรับสาย “ฮัลโหล พี่ลี่เหรอคะ?”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: สัญญารักผูกหัวใจท่านประธานปากแข็ง