ในเวลานี้ผู้คนได้เข้าใจแล้วว่า ในสายตาของเย่เหยียน พวกเขาก็แค่ตัวหมากเท่านั้น
เดิมทีเย่เหยียนไม่ได้สนใจชีวิตของพวกเขาเลย และไม่ได้กลัวที่จะผิดใจกับผู้มีอำนาจที่อยู่เบื้องหลังพวกเขาด้วย
อย่างไรเสียศักยภาพของตัวเย่เหยียนเองก็แข็งแกร่งอย่างมาก บวกกับมีเทพยุทธ์อั้นเทียนอยู่เบื้องหลัง ผู้มีอำนาจใดๆ ก็ไม่อยู่ในสายตาเขาทั้งนั้น
นี่คือโอรสแห่งสวรรค์อย่างแท้จริง
ถึงแม้ว่าจะถูกข่มเหงบังคับขู่เข็ญ ผู้คนโกรธแต่ไม่กล้าพูดอะไร
"แก เข้าไป!"
เย่เหยียนกล่าวอย่างเย็นชา
"ท่านเย่เหยียน.....ฉัน....."
"ฉันนับแค่สามวินาที!"
"นายท่าน....."
"สาม!"
"นายท่าน ฉันทำไม่ได้จริงๆ ....."
"สอง!"
"นายท่าน ให้ฉันเตรียมตัวสักหน่อยเถอะ!"
"หนึ่ง!"
เย่เหยียนไม่สนใจคำขอร้องของอีกฝ่ายแม้แต่น้อย
นักพรตคนนั้นไม่มีทางเลือก ทำได้เพียงกัดฟันแล้วกระโจนเข้าไปทางกระดานหมากรุกนั้น
เขาเลือกยืนที่มุม เดิมทีไม่กล้ายืนตรงหน้ารูปปั้นเหล่านั้น
แต่เขาเพิ่งจะเข้าไปสู่กระดานหมากรุก รูปปั้นดาบใหญ่ก็เคลื่อนเข้ามาทางเขาทันที
ระยะห่างระหว่างรูปปั้นนั้นไม่เกินสองช่องหมากรุก จึงไม่สามารถเดินไปได้ไกล
แต่การบีบเข้ามาใกล้ ทำให้นักพรตตกตะลึง
ลมปราณได้แผ่ซ่านออกมากดดันอยู่บนตัวเขา
นี่หมายความว่า ถึงเวลาที่เขาจะต้องไปแล้ว
แต่เขาไม่สามารถไปได้ไกลเกินไป ระยะห่างยังคงเป็นสองช่องหมากรุก
แต่ในเวลานี้รูปปั้นดาบใหญ่ได้ยืนอยู่มุมแนวทแยงของเขา
ไม่ว่าจะไปทางซ้ายหรือทางขวา ก็จะต้องเข้าสู้วงล้อมการโจมตีของรูปปั้นดาบใหญ่ทั้งสิ้น
ด้วยศักยภาพของเขา จะสามารถจัดการกับรูปปั้นดาบใหญ่ได้อย่างไร?
ชั่วขณะหนึ่ง นักพรตคนนี้ก็ยืนอยู่ที่เดิมไม่กล้าขยับเคลื่อนไหว
เมื่อมองเห็นฉากฉากนี้ ผู้คนต่างขมวดคิ้วขึ้นมา
ถ้าคนคนนี้ยืนอยู่ที่กระดานหมากรุกโดยไม่ขยับเคลื่อนไหว นั่นไม่ใช่การเสียเวลาเปล่าหรอกเหรอ?
และตำหนักมังกรจะถูกปิดลงภายในสามวัน
หากทุกๆ คนไม่ออกไปจากตำหนักมังกรก่อนถูกปิด เกรงว่าจะต้องถูกขังตายอยู่ในตำหนักมังกรอย่างแน่นอน!
แต่ในกระดานหมากรุกเข้าไปได้เพียงครั้งละคนเท่านั้น
ถึงแม้ว่าทุกคนต้องการเข้าไปบีบบังคับให้คนคนนั้นเคลื่อนไหวก็ไม่สามารถทำได้
"เข้าไป!"
เย่เหยียนมีสีหน้าเย็นชา น้ำเสียงไม่มีความกังขาใดๆ
นักพรตเหล่านั้นต่างหวาดกลัวและโกรธเคือง
"เย่เหยียน คุณอย่าบีบบังคับกันให้มากนักเลย! บอกให้พวกเราเข้าไปตายมันก็คือการส่งไปตาย ในเมื่อเป็นเช่นนี้ ฉันกับคุณมาสู้กันให้รู้แล้วรู้รอดเลยดีกว่า!"
"สหายทุกท่าน หากเรายังทำตัวเป็นทองไม่รู้ร้อน ไม่ช้าก็เร็วจะต้องถูกเย่เหยียนฆ่าตายอย่างแน่นอน ในเมื่อเป็นเช่นนี้ สู้ไปประลองฝีมือกับเขาเลยจะดีกว่า!"
"ดี!"
นักพรตเหล่านั้นรับไม่ได้กับการใช้อำนาจบาตรใหญ่อย่างโหดเหี้ยมอำมหิตของเย่เหยียน จึงถือดาบและจู่โจมโดยตรง
แต่ทว่าไม่เกินความคาดหมาย คนเหล่านี้เพิ่งจะลงมือ ก็ถูกดาบกระดูกของเย่เหยียนสังหารจนหมดสิ้น
แม้กระทั่ง 30 วินาทีก็ไม่ถึงด้วยซ้ำ
ชั่วขณะ ทุกๆ คนก็ตกตะลึง
เม่ยเมิ่งกับคนอื่นๆ ทางด้านนี้แอบกลืนน้ำลาย และทำให้คนของตระกูลดาบโลหิตล่าถอยออกไป
บรรดายอดฝีมือของตระกูลอื่นก็มีสีหน้าย่ำแย่เช่นกัน แต่ละคนกระชับอาวุธไว้แน่น
แต่ทว่าเย่เหยียนไม่ได้นำดาบกระดูกเล็งไปยังตระกูลเหล่านั้น แต่เขายกดาบขึ้นอีกครั้ง และย้ายดาบไปทางร่างทั้งแปดทางด้านขวา
เมื่อมองดู ก็เห็นว่าเป็นยอดฝีมือทั้งแปดคนของเทพยุทธ์ไท่เทียนนั่นเอง!
ทั้งแปดคนเห็นเช่นนั้น ก็มีสีหน้าเปลี่ยนไป ความดุร้ายของแต่ละคนระเบิดออกมา
นี่คือการกำหนดเป้าหมาย!

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: สุดยอดลูกเขยของเทพธิดา
ทำไมขาดๆหายๆ...
อยากอ่านต่อครับ...
ลงวันละ10ตอนไม่ได้เหรคับ 5ตอนมันน้อยไป กว่าจะอ่านจบลืมหมดพอดี...
อ่านสนุกนางเอกค่อนข้างโง่ซื่อบื้อ...
อยากอ่านต่อ...
เขียนดีอ่านสนุกครับ...
D...
ทำไมบางตอนเนื้อหาหายไปหมดเหลืออยู่แค่ไม่ถึง6บรรทัดเลย...
หลินหยาง...ผมอยากบอกว่า คุณมันกระจอก 5555...
บทหาย...