เข้าสู่ระบบผ่าน

สุดยอดลูกเขยของเทพธิดา นิยาย บท 3639

"คุณหยูเอ๋อร์ คุณมีแผนการอะไร!"

หลินหยางทอดถอนใจ แล้วเอ่ยปากกล่าวถาม

"ถึงแม้ว่าคุณปู่จากไปแล้ว แต่ชีวิตก็ยังต้องดำเนินต่อไป ฉันอยากที่จะทำงานเอง เพื่อบูรณะร้านยาสมุนไพรขึ้นมาใหม่ แล้วดูซิว่าจะสามารถประคับประคองร้านยาขึ้นมาอีกครั้งได้หรือไม่"

หยูเอ๋อร์เช็ดน้ำตาเล็กน้อย กล่าวอย่างค่อนข้างสับสนงุนงง

"ถึงแม้ว่าร้านยาจะสามารถเปิดต่อไปได้ แต่คุณที่เป็นผู้หญิงตัวเล็กๆ ตัวคนเดียวอยู่ในเมืองหลงซินเช่นนี้ จะสามารถมีชีวิตที่ปลอดภัยได้อย่างไรกัน?"

"หากในเมืองหลงซินไม่มีอะไรเกิดขึ้น แต่คนอย่างฉางหลานอ้าวที่คอยจับจ้องร่างพิเศษของคุณเช่นนั้นมาก่อกวนคุณอีก แล้วคุณจะรับมืออย่างไรล่ะ?"

"และถ้าหากเมืองหลงซินเกิดเรื่องขึ้น คุณสามารถรับประกันได้เหรอว่า สงครามใหญ่ครั้งต่อไปจะไม่ทำให้คุณได้รับความเสียหาย?"

หลินหยางซักถามอย่างต่อเนื่อง

หยูเอ๋อร์นิ่งไม่พูดจา

คำถามเหล่านี้ไหนเลยเธอจะไม่เคยครุ่นคิดถึง?

แต่ด้วยสถานภาพในขณะนี้ เธอมีทางหนีทีไล่ให้เลือกเสียที่ไหนกัน?

ถึงแม้ว่าเธอจะรู้ทักษะทางการแพทย์ แต่ศิลปะการต่อสู้ก็ค่อนข้างแย่

จึงเป็นไปไม่ได้โดยสิ้นเชิงที่จะเอาชีวิตรอดในชีพจรมังกรใต้ดินที่ผู้อ่อนแอย่อมตกเป็นเหยื่อ

จะมีก็เพียงแค่เมืองหลงซินที่ยังมีระบบทหารที่ยังพอจะปกป้องคุ้มครองได้บ้าง

แต่ก็ปกป้องคุ้มครองได้เพียงเล็กน้อยเท่านั้น

ถึงอย่างไรเมืองหลงซินก็ไม่มีเจ้าเมือง

ความสงบเรียบร้อยของเมืองหลงซิน เพียงแค่อาศัยความร่วมมือในการคุ้มครองของตระกูลใหญ่สองสามตระกูลเท่านั้น

"พี่หลิน คุณไม่ต้องเป็นห่วงฉันหรอกนะ ฉัน...ฉันจะดูแลตัวเองให้ดีๆ ....."

หยูเอ๋อร์กัดริมฝากเล็กน้อย ทันใดก็เงยหน้าขึ้น และกล่าวด้วยรอยยิ้มบนใบหน้าอันอ่อนโยนน่ารัก

ไหนเลยหลินหยางจะมองไม่ออกว่าเด็กผู้หญิงคนนี้เพียงแค่ฝืนสงบสติอารมณ์ก็เท่านั้น

เขาสูดลมหายใจเข้าลึกๆ แล้วกล่าวอย่างสงบนิ่งว่า: "เอาล่ะหยูเอ๋อร์ คุณไม่ต้องเปิดร้านยาแล้วล่ะ ไปกับฉันเถอะ"

"ไปไหน?"

"ฉันจะพาคุณไปยังโลกฆราวาส"

"โลกฆราวาส?"

หยูเอ๋อร์ค่อนข้างงุนงง และใฝ่ฝัน จากนั้นเธอก็พูดพึมพำว่า: "ฉันเคยได้ยินคุณปู่เล่าว่า ที่นั่นกินอิ่มเสื้อผ้าอุ่น ไม่ต้องกังวลหรือหวาดกลัว จะมีอำนาจรัฐคอยปกป้องเรื่องความปลอดภัยของทุกคน....เพียงแต่ โลกฆราวาสอยู่ห่างไกลกันกับชีพจรมังกรใต้ดินมาก อีกทั้ง....ด้วยการฝึกฝนของฉัน มันเป็นไปไม่ได้โดยสิ้นเชิงที่จะสามารถทะลวงผ่านประตูบานนั้นไปได้ แล้วฉันจะไปได้อย่างไรกัน?"

พูดถึงตรงนี้ หยูเอ๋อร์ก็ยิ้มเจื่อนๆ

อันที่จริงเธอก็เคยครุ่นคิดถึงการฝึกฝนศิลปะการต่อสู้

แต่สิ่งนี้จะต้องใช้พรสวรรค์

แต่เธอจัดอยู่ในประเภทที่ไม่มีพรสวรรค์

และชีพจรมังกรใต้ดินก็มีคนที่เป็นเช่นเธออยู่ไม่น้อยเลย

และคนประเภทนี้ บางทีก็อาจจะมีความสามารถพิเศษในด้านอื่นๆ แต่ถ้าหากไม่มีพรสวรรค์ด้านศิลปะการต่อสู้ พวกเขาก็เป็นเพียงแค่กลุ่มคนร่อนเร่พเนจรที่อยู่ระดับต่ำที่สุดในชีพจรมังกรใต้ดินเท่านั้น

"วางใจเถอะ ฉันมีวิธีที่จะพาคุณออกไป ถ้าหากคุณเชื่อฉัน ฉันจะพาคุณออกไปจากชีพจรมังกรใต้ดินด้วยกัน"

หลินหยางเอ่ยปาก

"แต่ว่า....ในโลกฆราวาสฉันไม่มีที่พึ่งพิง หากไปที่นั่น ฉัน...ฉันจะไปอยู่ที่ไหนล่ะ?"

หยูเอ๋อร์ค่อนข้างสับสนงุนงง

หลินหยางยิ้มเล็กน้อย แล้วลูบศีรษะของหยูเอ๋อร์

"ในเมื่อฉันเป็นคนพาคุณไป ฉัน ก็จะเป็นที่พึ่งพิงให้กับคุณเอง!"

เพียงพูดคำนี้ออกมา ร่างกายของหยูเอ๋อร์ก็สั่นเทา เธอเงยหน้ามองไปยังหลินหยาง ด้วยน้ำตาที่คลอเบ้า

"พี่หลิน...."

"คุณไปเก็บข้าวของก่อนเถอะ จากนั้นคุณก็มารอฉันที่ร้านยาสมุนไพร ฉันยังมีธุระอีกเล็กน้อย พอฉันจัดการเสร็จแล้วค่อยมาหาคุณ โอเคไหม?"

หลินหยางกล่าวอย่างอ่อนโยน

"โอเค โอเคค่ะ พี่หลิน!"

หยูเอ๋อร์เช็ดน้ำตาเล็กน้อย และพยักหน้า

ทันใดนั้น เธอก็เหมือนจะนึกอะไรออก จึงรีบวิ่งไปยังร้านยาสมุนไพร

ไม่นาน เธอก็ถือกล่องเหล็กขึ้นสนิมกล่องหนึ่งออกมา แล้วส่งให้หลินหยาง

"พี่หลิน นี่คือยาสมุนไพรหายากที่คุณปู่เก็บเอไว้ ดูเหมือนว่าจะค่อนข้างมีประโยชน์ ท่านเอาไปก่อนเถอะ"

"อ้อ?"

หลินหยางค่อนข้างประหลาดใจ เดิมทีต้องการที่จะปฏิเสธ แต่เมื่อเห็นสายตาอันกระตือรือร้นของสาวน้อยคนนี้แล้ว เขาก็ลังเลใจเล็กน้อย และรับมันมาเปิดดู

และเป็นมรดกตกทอดของตระกูล

แต่เพื่อความอยู่รอด เธอทำได้เพียงตัดใจทิ้งมันไป

แต่คาดไม่ถึงว่าความคิดนี้ของเธอจะถูกหลินหยางมองออกทั้งหมด

และหลินหยางก็ปฏิเสธสิ่งมหัศจรรย์เช่นนี้

"เอาล่ะ ไม่ต้องร้องไห้ รีบไปเก็บข้าวของเถอะ จากนั้นก็ไปหาผู้จัดการเถาที่อาคารมอบรางวัลนำจับ และบอกกับเขาว่าฉันเป็นคนให้คุณมา ผู้จัดการเถาจะจัดหาที่อยู่ชั่วคราวให้กับคุณ พอฉันจัดการเรื่องราวของชีพจรมังกรใต้ดินเสร็จแล้ว ฉันก็จะพาคุณออกไป"

หลินหยางยิ้มแล้วกล่าว

"อืม!"

หยูเอ๋อร์พยักหน้า แล้วเช็ดน้ำตาบนใบหน้าอย่างลวกๆ : "พี่หลิน เช่นนั้นฉันจะไปรอคุณที่อาคารมอบรางวัลนำจับนะ"

"โอเค"

"คุณจะต้องมานะ!"

"วางใจได้ ฉันจะกลับไปโดยเร็ว"

หยูเอ๋อร์ได้ยินเช่นนี้ จึงเดินไปยังร้านยาสมุนไพรที่ชำรุดทรุดโทรม และเริ่มเก็บข้าวของ

หลินหยางสูดลมหายใจเข้า คล้ายกับครุ่นคิดถึงอะไรบางอย่าง เขานำหน้ากาก ปิดคลุมลงบนใบหน้า จากนั้นก็มุ่งหน้าไปยังตำหนักฉางหลาน

ทั้งเมืองหลงซิน ตำหนักฉางหลานได้รับความเสียหายน้อยที่สุด

เทพยุทธ์ฉางหลานไม่ได้สนใจไยดีบ้านเรือนของคนอื่นๆ จะพังชำรุดก็พังไป แต่สำหรับตำหนักฉางหลาน เขาก็จงใจที่จะไม่ให้เกิดขึ้น

ด้วยเหตุนี้ตำหนักฉางหลานจึงมีเพียงแค่ตัวกำแพงด้านนอกที่ร้าวเป็นบางส่วนเท่านั้น และส่วนที่เหลือทั้งหมดก็ไม่ได้รับความเสียหายโดยสิ้นเชิง

และตัวกำแพงที่ร้าวนี้ ก็มีคนไปบูรณะซ่อมแซม อีกทั้งยังไม่มีค่าใช้จ่ายแต่อย่างใด

ถึงอย่างไรการซ่อมแซมที่อยู่อาศัยให้ท่านเทพยุทธ์ ใครล่ะจะกล้าเก็บเงิน?

เมื่อมองไปที่ประชาชนที่กำลังยืนทาสีรอบกำแพงอยู่ แววตาของหลินหยางก็เยือกเย็นขึ้นมาทันที

"เฮ้ หยุดนะ คุณเป็นใครกัน? มาที่นี่ทำไม?"

เมื่อเห็นหลินหยางเดินมา คนรับใช้ที่เฝ้าอยู่หน้าประตูก็มาขวางทันที และตะคอกเสียงดัง

"ฉันเหรอ? ฉันมาหาเทพยุทธ์ของพวกคุณ"

หลินหยางกล่าวอย่างไม่สะทกสะท้าน

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: สุดยอดลูกเขยของเทพธิดา