หลินหยางแน่ใจว่าวิธีการของตนเองเพียงพอที่จะทำให้เย่เหยียนไม่อาจฟื้นคืนชีพขึ้นมาได้ แต่เนื้อหนังมังสาของเขาไม่เหมือนกับคนธรรมดาทั่วไป
เขาเชี่ยวชาญในวิธีการดัดแปลง ร่างกายของเขาได้ดูดซับและหลอมรวมร่างของผู้แข็งแกร่งและยอดฝีมือจำนวนมากมาย
เนื้อหนังมังสาเช่นนี้ยากที่จะทำลาย อีกทั้งยากที่จะเน่าเปื่อยได้ ไม่เช่นนั้นในตอนนั้นหลินหยางก็คงจะไม่สนใจที่จะทำให้เลือดเนื้อของเย่เหยียนสูญสิ้นไปโดยสิ้นเชิง
ตอนนี้หลินหยางได้ครอบครองพลังบรรพบุรุษมังกรแล้ว ก็ยังสามารถทำให้เขากลายเป็นเถ้าถ่านได้ ฉะนั้นจึงให้ฉางหลานฟู้ไปจัดการเรื่องนี้
ฉางหลานฟู้รับปากอย่างเชื่อมั่นในตัวเอง
จิ่วอวี้และคนอื่นๆ ให้ความร่วมมือกับเขา ฉะนั้นคงไม่เป็นปัญหาใหญ่
พอจัดการเรื่องราวของชีพจรมังกรใต้ดินเสร็จ หลินหยางก็เก็บข้าวของเล็กน้อย และเตรียมที่จะกลับไปยังแดนมังกร
ตอนนี้เขาต้องรีบไปหาไป๋ฮั่วสุ่ยเพื่อสอบถามเรื่องราวเกี่ยวกับองค์กรและบรรพบุรุษมังกร
ถ้าหากบันทึกในตำราบรรพบุรุษมังกรเป็นเรื่องขององค์กรจริงๆ และเป็นสิ่งที่เป็นความจริงทุกประการ เช่นนั้น....หลินหยางก็จะต้องทำการเตรียมป้องกันโดยเร็วที่สุด
"พี่หลิน นี่ท่านจะไปไหนเหรอคะ?"
เมื่อเห็นหลินหยางพูดคุยกับชวี่เจิ้งเสร็จแล้ว ก็เตรียมสวมเสื้อคลุมและออกไปจากตำหนักด้านในภูเขาเทียนเสิน ฉินเจี้ยนหนู่เห็นเช่นนี้ จึงเดินเข้าไปแล้วเรียกเขาทันที
หลังจากที่ออกมาจากชีพจรมังกรใต้ดินแล้ว ฉินเจี้ยนหนู่ เม่ยเมิ่งก็สูญเสียเป้าหมายในการดำรงชีวิตไปโดยสิ้นเชิง
พวกเธอไม่รู้เลยว่าต่อจากนี้ไปควรจะทำอะไร
ตระกูลฉินเจี้ยนก็ปรับตัวไปตามสถานการณ์ ต้องการที่จะใช้ประโยชน์จากเธอเพื่อไปเอาใจกองกำลังเทพยุทธ์ ฉินเจี้ยนหนู่จึงสิ้นหวังกับตระกูลถึงที่สุด และไม่คิดที่จะกลับไปโดยสิ้นเชิง
เม่ยเมิ่งก็ต้องการที่จะก่อตั้งตระกูลดาบโลหิตขึ้นมาใหม่อีกครั้ง แต่ท่านย่าดาบโลหิตก็ได้เสียชีวิตลงแล้ว ฉะนั้นตระกูลดาบโลหิตจึงสูญสิ้นบุคคลที่มีความสามารถ
จึงไม่มีความปรารถนาที่จะก่อตั้งตระกูลขึ้นใหม่อีกต่อไป
เมื่อเห็นฉินเจี้ยนหนู่เดินมา เม่ยเมิ่งก็วางเครื่องมืออันแปลกประหลาดตรงหน้าลง และรีบเดินเข้ามา
"ฉันวางแผนจะกลับไปที่แดนมังกรน่ะ"
"กลับไปทำธุระเหรอคะ?"
"อืม เป็นเรื่องที่สำคัญมาก"
"พี่หลิน ฉันจะไปกับคุณด้วย"
ฉินเจี้ยนหนู่รีบกล่าว
"เอ่อ...."
หลินหยางนิ่งอึ้งไป
"คุณหลิน คุณวางใจได้ พวกเราจะไม่สร้างเรื่องยุ่งยากให้กับคุณอย่างแน่นอน พวกเพียงแค่อยากเปิดหูเปิดตาชื่นชมความเจริญรุ่งเรืองของโลกใบนี้ ก็เท่านั้นเองค่ะ!"
เม่ยเมิ่งปิดปากแล้วยิ้ม
"เช่นนั้นเหรอ? อย่างนั้นก็ไม่มีปัญหา?"
หลินหยางพยักหน้าอย่างเงียบๆ
"สุดยอดไปเลย!"
เม่ยเมิ่งส่งเสียงออกมาด้วยความดีใจ
ฉินเจี้ยนหนู่ก็แสดงรอยยิ้มออกมา ความโศกเศร้าบนใบหน้าก็ค่อยๆ มลายหายไป
"พวกคุณไปจัดเก็บข้าวของเถอะ ตอนบ่ายจะมีรถมารับพวกเราที่นี่"
หลินหยางยักไหล่เล็กน้อยแล้วกล่าว
"โอเคค่ะ"
"พวกเราก็ไม่มีข้าวของอะไรที่จะต้องเก็บหรอกค่ะ"
หญิงสาวสองคนยิ้มแล้วกล่าว
หลินหยางส่ายหน้าอย่างจนใจ
แต่ในเวลานี้ จู่ๆ เงาร่างหนึ่งก็ได้วิ่งออกมาจากอุโมงค์ของชีพจรมังกรใต้ดิน
คนคนนั้นก็คือจิ่วอวี้
แต่เห็นเพียงว่าเขามีท่าทีรีบร้อน หายใจกระหืดกระหอบ ด้วยสีหน้าที่กระวนกระวายใจ
"ผู้นำพันธมิตรครับ! ท่านผู้นำพันธมิตร! เกิดเรื่องแล้วครับ!"
จิ่วอวี้ตะโกนด้วยตัวที่สั่นสะท้าน
"เกิดอะไรขึ้น?"
หลินหยางมองไปยังจิ่วอวี้ด้วยความประหลาดใจ
เห็นเพียงจิ่วอวี้สาวเท้าเดินเข้ามา จากนั้นก็คารวะแล้วกล่าวด้วยเสียงที่สั่นเครือว่า: "ท่านผู้นำพันธมิตร เกิดเรื่องใหญ่แล้วครับ ตระกูลมังกร.....ถูกสังหารแล้วครับ!"
"อะไรนะ?"
หลินหยางตัวแข็งทื่อไปโดยสิ้นเชิง
เม่ยเมิ่งและคนอื่นๆ ที่อยู่โดยรอบต่างก็ตกตะลึงตาค้าง แทบไม่อยากจะเชื่อในสิ่งที่ตัวเองได้ยิน
"คุณ....คุณไม่ได้มั่วใช่ไหม? ตระ....ตระกูลมังกรถูกสังหารได้ยังไงกัน? พวกเขามีพลังมังกรที่แข็งแกร่งที่สุดในชีพจรมังกรใต้ดินน่ะ!"
ฉินเจี้ยนหนู่เอ่ยปากด้วยความตกตะลึง
"พลังมังกรเหนือชั้นกว่าพลังแห่งสวรรค์ แล้วใครในชีพจรมังกรใต้ดินจะสู้ได้กันล่ะ?"
เม่ยเมิ่งกล่าวถามด้วยเสียงเคร่งขรึม
ด้วยความสับสนงุนงงอันมากล้น หลินหยางก็ยิ่งเพิ่มความเร็วขึ้น
ไม่รู้ว่าผ่านไปนานแค่ไหน ในที่สุดทุกคนก็มาถึงเมืองหลิ่นตง
"ผู้นำพันมิตร พวกเขาอยู่ด้านในครับ"
จิ่วอวี้ชำเลืองมองเครื่องมือสื่อสาร แล้วเอ่ยปากขึ้นมา
หลินหยางมองไปยังเมืองหลิ่นตง แต่ก็เห็นเพียงว่าที่ประตูใหญ่ของกำแพงเมืองไม่มีใครอยู่เลย แต่ที่ทางเข้าเมืองเต็มไปด้วยรอยเลือดจำนวนมาก มีลมพัดอย่างบ้าคลั่ง และในสายลมก็คละคลุ้งไปด้วยกลิ่นคาวเลือด....
"ถึงแม้ว่าประชากรที่เมืองหลิ่นตงจะมีไม่มาก แต่ก็ไม่ถึงกับว่าที่หน้าประตูเมืองจะไม่มีใครเลยสักคน ด้านในจะต้องมีการสังหารหมู่อย่างแน่นอน พวกคุณรออยู่ที่นี่ ฉันจะเข้าไปดูสักหน่อย!"
หลินหยางตะโกนด้วยเสียงเคร่งขรึม จากนั้นก็กระโดดขึ้น และพุ่งเข้าไปในประตูเมืองโดยตรง
"ผู้นำพันธมิตร! พวกเราจะไปช่วยคุณ!"
ทุกคนตะโกนขึ้น และมุ่งไปยังเป้าหมายเดียวกัน
เมื่อเข้าไปในประตู ฉากการสังหารหมู่ก็ปรากฏสู่สายตา
บนพื้นเต็มไปด้วยศพ เลือดไหลนองจนกลายเป็นลำธาร
และที่ปลายสุดของถนน ก็ยังสามารถได้ยินกรีดร้องและเสียงการต่อสู้ได้
หลินหยางจึงพุ่งตัวไปตามเสียงนั้นทันที
คนเหล่านี้แต่ละคนมีรูปร่างผ่ายผอม สวมเสื้อคลุม บนใบหน้าสวมใส่หน้ากากสีขาว มือถือดาบยาว และมองไปรอบๆ ด้วยสายตาที่เย็นชา
ถึงแม้จะถูกล้อมด้วยประชากรของเมืองหลิ่นตงนับพันคน ซึ่งมีศักยภาพที่แข็งแกร่ง แต่คนสองสามคนนี้ก็ไม่ตื่นตระหนกแม้แต่น้อย
ในทางกลับกัน ในดวงตาของประชาชนเมืองหลิ่นตงแต่ละคนกลับเต็มไปด้วยความวิตกกังวลและหวาดกลัว
และท่ามกลางประชาชนเหล่านี้ หลินหยางก็มุ่งไปที่ตำแหน่งของฉางหลานฟู้ทันที
ฉางหลานฟู้ในเวลานี้ ได้นำกลุ่มคนตระกูลมังกรมาคุมเชิงอย่างตึงเครียดกับคนที่สวมเสื้อคลุมเหล่านั้น
"ฉางหลานฟู้!"
หลินหยางตะโกนเรียกทันที จากนั้นก็กระโดดเข้าไป
"อาจารย์!"
เมื่อฉางหลานฟู้เห็นหลินหยาง ก็มองข้ามาด้วยความดีใจ และรีบตะโกนเรียกทันที
"อาจารย์?"
คนที่สวมเสื้อคลุมกวาดสายตามองมายังหลินหยางตามๆ กัน และหนึ่งในจำนวนนั้นก็เอ่ยปากขึ้นทันที
"คุณคือ...หมอเทวดาหลินอย่างนั้นเหรอ?"

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: สุดยอดลูกเขยของเทพธิดา
ทำไมขาดๆหายๆ...
อยากอ่านต่อครับ...
ลงวันละ10ตอนไม่ได้เหรคับ 5ตอนมันน้อยไป กว่าจะอ่านจบลืมหมดพอดี...
อ่านสนุกนางเอกค่อนข้างโง่ซื่อบื้อ...
อยากอ่านต่อ...
เขียนดีอ่านสนุกครับ...
D...
ทำไมบางตอนเนื้อหาหายไปหมดเหลืออยู่แค่ไม่ถึง6บรรทัดเลย...
หลินหยาง...ผมอยากบอกว่า คุณมันกระจอก 5555...
บทหาย...