สำนักงานหลักของสมัชชาใหญ่ตั้งอยู่บนภูเขาอันเขียวชอุ่ม
ภูมิประเทศของสถาที่นี้ขรุขระและมีภูเขาเรียงรายซ้อนกันราวกับว่าเป็นกำแพงธรรมชาติที่สร้างขึ้นเป็นพิเศษสำหรับฐานทัพลับแห่งนี้
เมื่อรุ่งอรุ่นมาถึง พระอาทิตย์ก็ส่องแสงผ่านเมฆหมอก
หลินหยางพาผู้ติดตามไม่กี่คนมายังพื้นที่เปิดโล่งบริเวณเชิงเขา
คนจากสมัชชาใหญ่ก็ออกมาต้อนรับเขาแล้ว
อันที่จริงผู้นำคือชิวจิ้นหร่าน
นี่ทำให้หลินหยางแอบรู้สึกประหลาดใจกับเรื่องนี้อยู่นิดหน่อย
หลินหยางมองออกว่าชิวจิ้นหร่านมีนิสัยแบบไหน
ผู้หญิงคนนี้มีนิสัยที่ใจร้อน วิธลงมือันโหดร้าย และการฆ่าอย่างเด็ดขาด แน่นอนว่าเธอต้องไม่ใช่คนดี
และมีสิ่งหนึ่งที่หลินหยางรู้ดีมาก
นั่นคือ ชิวจิ้นหร่านคนนี้ ไม่รู้จักยอมแพ้เลย ยิ่งรวมกับเหตุการณ์ในครั้งก่อน ความเกลียดชังที่เธอมีต่อเขานั้นย่อมรุนแรงมาก
แต่ในตอนนี้ ชิวจิ้นหร่านคนนั้นกลับมาปรากฏตัวขึ้นที่นี่ต้อนรับและเอ่ยคำทักทายเขาด้วยตัวเอง...
ความกระตือรือล้นแบบนี้ ย่อมไม่ใช่เรื่องดี!
“หมอเทวดาหลิน เลำบากท่านแล้ว!”
ชิวจิ้นหร่านก้าวไปข้างหน้าแล้วทักทายเขาพร้อมรอยยิ้ม
“ท่านชิว ข้าจะรบกวนให้ท่านมาต้อนรับข้าที่นี่ด้วยตนเองได้อย่างไร?”
หลินหยางพูดเบา ๆ
“นี่เป็นสิ่งที่ข้าควรทำต่างหาก ข้าเคยเข้าใจผิดหมอเทวดาหลินมาก่อน ในตอนนั้น เรายังไม่เคยรู้จักกันมาก่อนจึงมีเรื่องบาดหมางกัน แต่ตอนนี้ข้าประสบปัญหา เพียงแค่ต้องการความช่วยเหลือจากหมอเทวดาหลิน และหมอเทวดาหลินเองก็เข้ามาช่วยเหลือข้าโดยไม่คำนึงถึงความแค้นที่ผ่านมา หากข้าไม่มาต้อนรับด้วยตนเอง นั่นก็หมายความว่าพวกเราไม่รู้จักบุญคุณไม่ใช่หรือ?”
ชิวจิ้นหร่านกล่าวด้วยรอยยิ้ม
คำพูดเหล่านี้ฉลาดเฉลียวมาก บนใบหน้าของชิวจิ้นหร่านเต็มไปด้วยท่าทางที่จริงใจ คนธรรมดาคงจะถูกเธอหลอกได้ง่ายๆ
แต่หลินหยางรู้ดีว่าการที่ชิวจิ้นหร่านไต่เต้ามาถึงจุดนี้ของสมัชชาใหญ่ได้ ก็ย่อมไม่ใช่คนใจซื่อไม่มีพิษมีภัย
“ท่านชิว ข้าคิดว่าพวกเราควรเข้าประเด็นเลยดีกว่า ช่วยบอกข้าก่อนได้ไหมว่าพวกท่านประสบปัญหาอะไร แล้วท่านเรียกให้ข้าออกมาช่วยเรื่องอะไร? โอ้ ใช่สิ ยังมีเรื่องค่าตอบแทนด้วย ข้าคิดว่าเราก็ควรคุยกันเรื่องนี้ด้วยนะ! "
“ฮ่าฮ่าฮ่า อย่าเพิ่งรีบร้อนไป! ไม่รีบร้อน! หมอเทวดาหลิน ท่านมาตั้งไกล อย่างไรเสียก็ต้องเชิญดื่มชาก่อนแล้วค่อยคุยธุรกิจใช่ไหมล่ะ? มาเถอะ มาเชิญทางนี้!”
ชิวจิ้นหร่านยิ้มและหันไปด้านข้างพร้อมทำท่าทางเชิญชวน
หลินหยางครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งแล้วคำพรคพวกตรงขึ้นไปบนภูเขา
อาคารของสมัชชาใหญ่ส่วนมากสร้างขึ้นในพื้นที่เปิดโล่งบนยอดเขา แม้ว่าภายนอกของอาคารเหล่านี้จะดูเรียบง่าย แต่ก็มีกลิ่นอายของการทำลายล้าง เถาวัลย์และใบไม้สีเขียวปกคลุมทั่วผนังของอาคาร ทำให้พื้นที่ทั้งหมดกลมกลืนกับสภาพแวดล้อมโดยรอบ ราวกับเป็นสวรรค์ที่ซุกซ่อนอยู่บนโลก
ในสมัชชาใหญ่มีคนไม่มากนัก นอกจากเจ้าหน้าที่ลาดตระเวนเพียงไม่กี่คนแล้ว ก็ไม่เห็นใครอีก
หลินหยางรู้สถานการณ์คราวๆของสมัชชาใหญ่อยู่ก่อนแล้ว ในตอนนี้สมัชชาใหญ่ขาดแคลนบุคลากร ดังนั้นการที่จะมีคนไม่มากนักจึงเป็นเรื่องปกติ
ชิวจิ้นหร่านพาหลินหยางเข้าไปในอาคารที่อยู่ตรงใจกลาง
มีพื้นที่เปิดโล่งอยู่ต้องกลางด้านล่างอาคาร
ในพื้นที่เปิดโล่งมีร่างหลายร่างกำลังนั่งอยู่บนเก้าอี้กำลังร่วมดื่มชา
ท่ามกลางคนเหล่านั้นก็มีเฉียวปู้อี้และหลี่หว่านหรง
แต่ที่ทำให้รู้สึกตกใจก็คือ เฉียวปู้อี้ในวันนี้ ได้รับบาดเจ็บ แขนข้างหนึ่งถูกพันด้วยผ้าพันแผล และขาอีกข้างก็กำลังรักษาอยู่เช่นกัน
เมื่อกำลังเดินเข้าไป เมื่อเห็นเฉียวปู้อี้มีสภาพแบบนี้ หลินหยางก็อดไม่ได้ที่จะแปลกใจ
“นี่คือรองผู้บัญชาการเฉียวไม่ใช่หรอกหรือ? ท่านเป็นอะไรไปล่ะ?”
หลินหยางถามอย่างสงสัย
“อ้าว! หมอเทวดาหลินมาแล้วเหรอ? หมอเทวดาหลิน เจ้าต้องมาช่วยข้าตรวจดูอาการบาดเจ็บนี้หน่อยนะ!”
เฉียวปู้อี้รีบร้อนวางถ้วยชาลงแล้วพยายามตะเกียดตะกายลุกขึ้น ราวกับว่าได้เห็นผู้ช่วยให้รอด แต่ทันทีที่ขยับ ก็ไปโดนบาดแผลที่พันอยู่ และเขาก็กัดฟันยิ้มออกมาอย่างเจ็บปวดดูทรมาณมาก
“แม้จะบอกว่าข้าพอรู้ทักษะแพทย์อยู่บ้าง แต่ก็มองออกว่าบาดแผลนี้เกิดขึ้นได้อย่างไร ในเมื่อถามไปแล้ว ก็ควรตอบมาตามตรง อย่าทำเหมือนข้าเป็นเด็กสามขวบ”
หลินหยางพูดอย่างไม่แสดงอารมณ์
“หมอเทวดาหลิน เรื่องนี้... พูดตามตรง จริงๆแล้วมันก็ยากที่จะพูดออกมาให้ละเอียด เพราะมันเกี่ยวข้องกับความลับของสมัชชาใหญ่! จึงไม่สะดวกที่จะเปิดเผยอย่างละเอียดจริงๆ... โปรดยกโทษให้ข้าด้วย…”
ชิวจิ้นหร่านดูกระอักกระอ่วนมาก
"ความลับงั้นเหรอ?"
หัวใจของหลินหยางสั่นไหวเล็กน้อย แต่สีหน้ายังคงรักษาความสงบ: "ตอนนี้กำลังรักษาโรคและช่วยชีวิตคน ข้าจำเป็นต้องรู้อาการและสถานะทั้งหมดของผู้ป่วย หากมามัวกังวลเกี่ยวกับเรื่องนี้ เช่นนั้นพวกเจ้าก็ไปขอให้หมอของพวกเจ้าเองรักษาก็ได้นี่ทำไมต้องมาหาข้าด้วยเล่า?”
"นี่...นี่มัน..."
ชิวจิ้นหร่านลังเล แต่ในที่สุดก็ต้องถอนหายใจออกมา พร้อมส่ายหัวแล้วพูดว่า "นั่นคือเหตุผล ในเมื่อหมอเทวดาหลินถามแบบนี้ แล้วถ้าข้าไม่พูดอะไร มันจะทำให้ข้าดูเหมือนมีจุดประสงค์ร้าย!"
“พูดตามตรง เกิดเรื่องอะไรขึ้น?”
“หมอเทวดาหลิน ข้าจะไม่ปิดบังคงต้องบอกความ อาการบาดเจ็บของท่านรองแม่ทัพเฉียวเกิดจากวัตถุบางอย่าง”
“ดูเหมือนว่าจะได้รับบาดเจ็บจากวัตถุบางอย่าง แต่ข้าไม่รู้ว่ามันคืออะไร”
“ เจ้าคงระบุไม่ได้หรอกเพราะได้รับบาดเจ็บจากผงจื่อเทียน!”
ชิวจิ้นหร่านกล่าว
“ผงจื่อเทียนงั้นเหรอ?”
จังหวะลมหายใจของหลินหยางหยุดชะงักไป และม่านตาก็เกร็งตึงขึ้นเล็กน้อย
"ใช่แล้วล่ะ"
ชิวจิ้นหร่าน พยักหน้าและพูดด้วยเสียงแหบแห้ง: "หมอเทวดาหลิน จริงๆ แล้วพวกเรากำลังอยู่ในระหว่างทำภารกิจของสมัชชาใหญ่ให้เสร็จสิ้น โดยต้องเดินทางไปในสถานที่ขุดผงจื่อเทียนโดยเฉพาะ เจ้าควรรู้แล้วว่าผงจื่อเทียนนี้คือสิ่งที่พวกเราหลายคนในสมัชชาใหญ่ใช้เพื่อเพิ่มพลังงานต่อสู้ หากไม่มีผงจื่อเทียนความสามรถในการต่อสู้ของสมาชิกในสมัชาใหญ่ของเราจะอ่อนแอลงมาก ในทุกวัน สมัชชาใหญ่ต้องใช้ผงจื่อเทียนเป็นจำนวนมาก และมันก็ต้องมีการจัดหาอย่างต่อเนื่องทุกวัน ข้าคงไม่ตำเป็นต้องอธิบายความสำคัญของสิ่งนี้ให้เจ้าฟังหรอกใช่ไหม ?”
“พื้นที่ขุดผงจื่อเทียนอยู่ที่ไหน…?”
หลินหยางถามด้วยน้ำเสียงทุ้ม ดวงตาของเขาลุกโชนเป็นไฟ...

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: สุดยอดลูกเขยของเทพธิดา
ทำไมขาดๆหายๆ...
อยากอ่านต่อครับ...
ลงวันละ10ตอนไม่ได้เหรคับ 5ตอนมันน้อยไป กว่าจะอ่านจบลืมหมดพอดี...
อ่านสนุกนางเอกค่อนข้างโง่ซื่อบื้อ...
อยากอ่านต่อ...
เขียนดีอ่านสนุกครับ...
D...
ทำไมบางตอนเนื้อหาหายไปหมดเหลืออยู่แค่ไม่ถึง6บรรทัดเลย...
หลินหยาง...ผมอยากบอกว่า คุณมันกระจอก 5555...
บทหาย...