หลินหยางพูดพร้อมกับเดินออกประตูไป ก่อนออกไปเขายังไม่ลืมที่จะหยิบเข็มเงินที่เก็บไว้ในลิ้นชัก
"ฮืม?"
ซูเหยียนขมวดคิ้วเล็กน้อย เธอสังเกตเห็นพฤติกรรมของหลินหยาง ในแววตาเต็มไปด้วยความสงสัย
หลังจากเดินลงมา ฉู่หงพาหลินหยางเดินตรงไปที่รถคันหนึ่ง
ตอนนี้ฉู่เหย้าหางยังนอนอยู่ด้านใน ขาทั้งคู่ของเขาเริ่มเปลี่ยนเป็นสีดำ
"ดึงกางเกงของเขาขึ้น"
"ได้"
บอดี้การ์ดรีบทำตามที่สั่งทันที
ทันทีที่ดึงกางเกงของเขาขึ้น กลับเห็นขาทั้งคู่ของฉู่เหย้าหางกลายเป็นสีดำไปแล้ว ภาพนี้เห็นแล้วน่าตกใจมาก
ฉู่หงเห็นแล้วรู้สึกเย็นวูบ
หลังจากนั้นหลินหยางหยิบเข็มเงินออกมาปักลงบนคอของฉู่เหย้าหาง ผ่านไปสักพักปักลงบนข้อต่อขาทั้งคู่ของฉู่เหย้าหางอีกสามจุด หลังจากเสร็จสิ้นทุกอย่างเขาเก็บเข็มเงินแล้วเดินตรงกลับเข้าไปในตึก
"หมอเทวดาหลิน นี่…นี่เสร็จแล้วเหรอ?" ฉู่หงถามด้วยความมึนงง
"กลับไปพักผ่อนหนึ่งวันก็จะหายดีเอง จำเอาไว้ อย่ามายุ่งกับผม" เสียงที่เฉยเมยของหลินหยางดังขึ้น
ร่างกายของฉู่หงสั่นสะท้าน หันกลับไปกวาดสายตามองขาของลูกชายตัวเอง เขาพบว่าขาของลูกชายตัวเองเริ่มกลับมาเป็นปกติจึงรีบโค้งคำนับให้กับหลินหยางหนึ่งครั้ง
"คำพูดของคุณ ฉู่หงจะจำเอาไว้! ชาตินี้ฉู่หงจะไม่เป็นศัตรูกับคุณอีก!"
ฉู่หงยืนมองจนกระทั่งหลินหยางเข้าไปในบ้าน เขาถึงจะขึ้นรถแล้วจากไป
"ไปแล้วเหรอ?"
"ไปแล้ว!" หลินหยางพยักหน้า
"แหะแหะ เสี่ยวเหยียนบ้านเราเก่งที่สุด ถึงขั้นสามารถทำให้คนที่ร้ายกาจขนาดนี้มาขอโทษถึงบ้าน สมกับที่เป็นลูกสาวของฉัน" จางชิงหยู่พูดอย่างอารมณ์ดี หลังจากนั้นเริ่มถามถึงเรื่องที่เกิดขึ้น
ซูเหยียนในตอนนี้ดูเหมือนลอยเล็กน้อย เธอพูดอะไรไม่กี่คำแล้วเดินกลับเข้าไปในห้องของตัวเอง
จางชิงหยู่รู้สึกไม่สบอารมณ์เล็กน้อย แต่เนื่องจากเธอต้องรีบไปทำงานจึงไม่ได้ถามอะไรมาก หลังจากที่กินอะไรไม่กี่คำแล้วออกจากบ้านไปพร้อมกับซูกวงอย่างเร่งรีบ
เพื่อที่จะหาเลี้ยงชีพ จางชิงหยู่ก็เลยออกไปหางานทำ เวลาทำงานของเธอคือช่วงเช้าเก้าโมงถึงห้าโมงเย็น
คนทั้งสองออกจากบ้าน
ภายในห้องเงียบสงบอย่างเห็นได้ชัด
ซูเหยียนนั่งอยู่ตรงหน้าโต๊ะ สายตาจ้องมองถ้วยชามตรงหน้าอย่างเหม่อลอย ถึงเงียบขรึมไปสักพักใหญ่ สุดท้ายหยิบโทรศัพท์ออกมาจากกระเป๋าแล้วยื่นไปให้หลินหยาง
บนโทรศัพท์เป็นรูปถ่ายใบหนึ่ง
มันคือ…รูปถ่ายแผ่นหลังของหมอเทวดาหลิน
"คนคนนี้ใช่คุณหรือเปล่า?" ซูเหยียนถามด้วยน้ำเสียงที่เรียบเฉย แต่สายตาของเธอจ้องมองไปที่ใบหน้าของหลินหยางไม่กระพริบตา
รูม่านตาของหลินหยางหดเล็กลง เงียบขรึมไปสักพัก
ถึงแม้ว่าภาพถ่ายนี้จะเลือนลางมาก แต่ซูเหยียนเป็นสามีภรรยากับหลินหยางมาสามปีแล้ว นี่เหรอที่เธอจะไม่คุ้นเคยกับแผ่นหลังของเขา?
แน่นอน เธอก็ไม่ได้คาดหวังอะไรมากขนาดนั้น ถึงแม้จะเป็นภาพจากมุมด้านหลังก็ไม่สามารถพิสูจน์อะไร
"คุณคิดว่ายังไงล่ะ?" หลินหยางถามกลับด้วยความสงสัย
"มันก็จริง โอ๊ยดูสมองของฉันสิ ฉันเอาคุณไปเชื่อมโยงกับหมอเทวดาหลินได้ยังไงเนี่ย?" ซูเหยียนเก็บโทรศัพท์แล้วยิ้มอย่างขมขื่น "คุณจะไปเทียบกับหมอเทวดาหลินได้ยังไง? ทักษะการแพทย์ปูๆปลาๆของคุณไม่ทำคนตายก็ถือว่าบุญมากแล้ว!"
"ความจริงผมก็คือหมอเทวดาหลิน"
"รู้แล้ว รู้แล้ว ฉันควรจะออกไปแล้ว" ซูเหยียนส่ายหัวแล้วยิ้มอย่างขมขื่น
ไม่ว่ายังไงเธอก็เชื่อไม่ลง
ช่างเถอะ
หลินหยางถอนหายใจ
"คุณจะไปไหน?"
"ตอนนี้ทางฝั่งของฉู่เหย้าหางจบแล้ว ฉันทำได้แต่ต้องลองไปหานักลงทุนคนอื่น" ซูเหยียนถอนหายใจ
"คุณอยากทำอะไร?"
"บริษัทเครื่องสำอาง"
"ฮืม? คุณเก่งในเรื่องใช้จุดเด่นของตัวเองไม่น้อยเลยนะ" หลินหยางอดไม่ได้ที่จะยิ้มแล้วพูด
ซูเหยียนเกิดมาพร้อมกับหน้าตาที่สวยอย่างเป็นธรรมชาติ ถึงแม้เธอจะไม่ค่อยใช้เครื่องสำอาง แต่ถ้าหากเธอต้องการทำงานด้านนี้จริง เมื่อใช้ตัวเองเป็นตัวโปรโมท ผลลัพธ์ที่ได้ต้องไม่ด้อยกว่าพวกดาราแน่นอน
"เลิกพูดไร้สาระได้แล้ว หลังจากกินข้าวเสร็จคุณก็ออกไปหางานทำด้วย ไม่ว่าเงินจะมากหรือน้อยก็ไม่เป็นไร อย่าขี้เกียจสันหลังยาวอยู่แต่บ้านก็พอ" พูดจบ ซูเหยียนเดินออกจากประตูทันที
หลินหยางยิ้มอย่างขมขื่น หลังจากนั้นหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาโทร
"คุณหลิน!" เสียงที่เต็มไปด้วยความเคารพของหม่าไห่ดังขึ้นจากปลายสาย
"ช่วยอะไรผมหน่อย เซ็นสัญญากับซูเหยียนภรรยาของผมในนามของหมอเทวดาหลิน ลงทุนไปก่อนห้าสิบล้านก็แล้วกัน จำเอาไว้ อย่าให้เธอรู้สถานะของผม"
ในเมื่อซูเหยียนไม่ยอมเชื่อ งั้นเขาก็ปิดบังต่อไปก็แล้วกัน หลินหยางไม่อยากมีหน้ามีตา เพราะเขาไม่อยากดึงดูดความสนใจของคนที่อยู่ในเยี้ยนจิน
ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: สุดยอดลูกเขยของเทพธิดา
D...
ทำไมบางตอนเนื้อหาหายไปหมดเหลืออยู่แค่ไม่ถึง6บรรทัดเลย...
หลินหยาง...ผมอยากบอกว่า คุณมันกระจอก 5555...
บทหาย...
หายย...
เกิดอะไรขึ้นกับเว็บหรือป่าวครับ ข้อความไม่ครบหลายเรื่องเลย...
ตระกูลซูน่ารังเกียจมาก ส่วนซูเหยียน คนทั้งตระกูลรังแกเอาเปรียบกลายเป็นของเล่น ก็ทนอยู่นะ พ่อกับแม่ก็ไม่สนใจลูกเลยเอาใจแต่คุณย่าคุณย่า แยกบ้านไม่เป็นหรอ...