มนุษย์ปีศาจคำรามเบาๆ คำหนึ่งแล้วเหวี่ยงแขนที่มีแส้มารพันอยู่ออกมาอย่างต่อเนื่อง เงาแส้ยาวสีม่วงหนาหลายจั้งเส้นแล้วเส้นเล่าพุ่งรวดเร็วออกมา
อากาศตรงที่มันสัมผัสเกิดคลื่นพลังจิตวิญญาณรุนแรงระลอกหนึ่ง เพลิงปราณสีม่วงอ่อนสายแล้วสายเล่าให้ความรู้สึกราวกับว่าจะทำให้ทุกสิ่งมลายสิ้น
“เปรี๊ยะ”
เงาแส้สีม่วงฟาดผ่านจนเกิดรอยแยกมิติสีดำสนิทเส้นหนึ่ง ทว่าเงาร่างของจินเทียนชื่อโฉบหายไปจากที่เดิมแล้ว
ร่างกายของจินเทียนชื่อปรากฏตัวบนพื้นไม่ไกลนัก เขาไม่กล้ารั้งรอแต่อย่างใด แสงดาวรอบร่างสว่างวูบหนึ่งก็กลายเป็นแสงสีขาวสายหนึ่งมุดลงไปในดินโคลนเบื้องล่างทันที
มนุษย์ปีศาจเห็นเช่นนี้พลันแค่นเสียงหยัน มือข้างหนึ่งโจมตีหนึ่งฝ่ามือลงบนพื้นดินในทันใด ไอปีศาจสีดำสลับม่วงสายหนึ่งก่อตัวกลางอากาศ เงาฝ่ามือยักษ์ขนาดเท่าตึกข้างหนึ่งร่วงลงมา
เสียง “เปรี้ยง” ดังขึ้นครั้งหนึ่ง บนพื้นดินบังเกิดหลุมใหญ่หนึ่งร้อยกว่าจั้ง
เงาสีขาวร่างหนึ่งพุ่งขึ้นฟ้าออกมาจากหลุม มันกะพริบไม่กี่ครั้งก็โผล่มาด้านหลังมนุษย์ปีศาจอย่างน่าอัศจรรย์ แสงดาวสีขาวสายหนึ่งก่อตัวกลายเป็นฝ่ามือยักษ์ข้างหนึ่งตบเข้าใส่มนุษย์ปีศาจ
มนุษย์ปีศาจเผยสีหน้าดูแคลนออกมานิดๆ เขาหมุนตัวดั่งสายฟ้าแลบแล้วตบหนึ่งฝ่ามือสวน
เมฆรูปเห็ดสีขาวแทรกด้วยสีดำสลับม่วงลอยขึ้นมาจากพื้น!
จินเทียนชื่อกับมนุษย์ปีศาจแทบจะถอยพรวดออกไปพร้อมกัน
เพียงแต่มือข้างหนึ่งของจินเทียนชื่อไม่รู้คว้าปลายแส้ยาวสีม่วงไว้ตั้งแต่เมื่อไหร่
เสียงอสนีฟาดดังเปรี้ยงปร้างดังลอยมา!
เส้นสายฟ้าสีทองเส้นแล้วเส้นเล่าพุ่งรวดเร็วย้อนตามแส้ยาวกลับไปหามนุษย์ปีศาจ
มนุษย์ปีศาจก็ปฏิกิริยาว่องไวอย่างที่สุด เขาขยับแขนครั้งเดียว แส้ยาวสีม่วงก็บิดสะบัดจินเทียนชื่อออกไปอย่างรวดเร็ว พร้อมกันนั้นเพลิงปราณสีม่วงบนแส้ก็ลุกโชนเผาเส้นสายฟ้าจนเกลี้ยง
จินเทียนชื่อพลิกตัวกลางอากาศหลายตลบติดกันกว่าจะตั้งหลักได้ ขณะที่สูดลมหายใจเข้าลึกเลือกว่าจะเคลื่อนไหวอย่างไรต่อนั่นเอง ทันใดนั้นสีหน้าเขาก็เปลี่ยนไป เอี้ยวศีรษะมองไปยังหุบเขาแคบเบื้องหลังทันที
แล้วเขาก็เห็นลำแสงสีดำสายหนึ่งที่ขอบฟ้ากำลังมุ่งมาด้วยความเร็วที่น่าตกตะลึงอย่างยิ่ง
“จิ๊ๆ! ดูท่าจะยังมีสหายเผ่ามนุษย์คนอื่นมาอีก” มนุษย์ปีศาจผู้นั้นคล้ายจะสัมผัสได้ถึงความผิดปกติตั้งแต่ไกลเช่นกัน มือจึงเคลื่อนไหวช้าลงแล้วหัวเราะเสียงประหลาดฟังดูชั่วร้าย
ผู้ที่มาก็คือหลิ่วหมิงที่กำลังเหาะมาอย่างรวดเร็ว!
เวลานี้ตัวเขาที่เหยียบอยู่บนเมฆสีดำคิ้วขมวดแน่น สีหน้าเคร่งเครียด เห็นชัดว่าเขามองเห็นหลุมยักษ์มหึมาที่สะดุดตาและน่าตกตะลึงหลุมนั้นตั้งแต่ไกล
เหนือหลุมยักษ์มนุษย์ปีศาจมหึมาสูงเจ็ดแปดจั้งคนนั้นพลังปราณแข็งแกร่งกว่าครึ่งเดือนก่อนหน้านี้ไม่ใช่แค่เล็กน้อย
เมื่อเทียบกันสภาพของจินเทียนชื่อที่อยู่อีกด้านหนึ่งตรงกันข้ามอย่างเห็นได้ชัด แม้บนร่างเขาไม่เห็นบาดแผลอะไร แต่หากสังเกตให้ละเอียด คลื่นปราณจิตวิญญาณรอบร่างเขาขึ้นลงไม่แน่นอน เห็นชัดว่าร่างกายบาดเจ็บแล้วและอาจถึงขั้นเสียพลังปราณไปไม่น้อย
“เจ้าเองหรือ? ดูท่านางปีศาจตนนั้นคงจะใจดีกับเจ้าไม่เลวถึงปล่อยเจ้ารอดออกจากที่นั่นมาได้?”
เมื่อหลิ่วหมิงอยู่ห่างจากทั้งสองคนไม่ถึงสองสามร้อยจั้ง เสียงประหลาดของมนุษย์ปีศาจก็พลันดังขึ้นในหู
หลิ่วหมิงไม่ตอบสักนิด ปราณดำรอบร่างพลุ่งพล่านออกมา เพียงชั่วครู่ให้หลังทั้งร่างก็ส่งเสียงดังเปรี๊ยะๆ แขนสองข้างขยายขนาดกลางอากาศแล้วต่อยออกไปด้านหน้าอย่างรุนแรง
เผชิญหน้ากับมนุษย์ปีศาจพลังระดับดาราพยากรณ์คนนี้ หลิ่วหมิงไม่กล้าออมมือแม้แต่น้อย ลงมือก็ใช้พลังเวทเต็มสิบส่วนในทันที
เสียงมังกรคำรามกับพยัคฆ์คำรามสะเทือนแก้วหูแทบดับดังขึ้น!
มังกรสีดำยาวยี่สิบกว่าจั้งห้าตัวกับพยัคฆ์หมอกที่มีปราณดำวนเวียนอยู่ห้าตัวพุ่งออกมาจากบนแผ่นหลังของเขาแล้วโถมตรงเข้าไปหามนุษย์ปีศาจ
มนุษย์ปีศาจแรกสุดตกตะลึง แต่จากนั้นก็สะบัดมือครั้งหนึ่งอย่างไม่ใส่ใจสักนิด แส้มารสีม่วงในมือขยับวูบเดียวบนผิวแส้ก็มีเพลิงมารสีม่วงลุกโชนขึ้นก่อตัวเป็นเงาอสรพิษมารสีม่วงตัวหนึ่งขึ้นมาจากความว่างเปล่า มันเลือนหายไปไม่กี่ครั้งก็ฟาดลงบนร่างพยัคฆ์หมอกสีดำกับมังกรสีดำ
เสียง “ปังๆ” ดังขึ้นต่อเนื่องหลายครั้ง
ทันทีที่มังกรหมอกสีดำกับพยัคฆ์หมอกสีดำสัมผัสถูกอสรพิษมารสีม่วง มันก็ถูกหวดกระจายสลายกลายเป็นแสงสีดำทั่วฟ้า
“คุกมืด!”
หลิ่วหมิงจี้ดัชนีข้างหนึ่งใส่อากาศ แสงสีดำเต็มฟ้าฉับพลันรวมตัวเข้ามาตรงกลางกลืนร่างมนุษย์ปีศาจทั้งหมดเข้าไปด้านในแล้วกลายเป็นลูกบอลแสงสีดำขนาดหลายสิบจั้งลูกหนึ่ง
ทว่าลูกบอลแสงลูกนี้เพิ่งก่อตัว ด้านในก็มีเสียงดังสนั่น พร้อมกันนั้นแสงสีดำบนผิวก็ปะทุปั่นป่วนคล้ายกับว่าอีกอึดใจจะพังทลาย!
ในเวลานี้เองด้านนอกลูกบอลแสงสีดำฉับพลันมีแสงดาวดวงแล้วดวงเล่าบินเข้ามา จินเทียนชื่อลงมืออย่างไม่ลังเลแม้แต่น้อย
แม้ว่าเขาจะหน้าซีดอยู่บ้าง แต่สองมือยังคงทำท่าเคล็ดวิชาเป็นลำดับ แสงดาวดวงแล้วดวงเล่าบินพุ่งออกมาจากในแขนเสื้อสีทองที่ขาดรุ่งริ่งยิ่งนักสองข้าง หลังจากมาถึงนอกคุกมืดพวกมันก็หมุนรอบหนึ่งแล้วก่อตัวกลายเป็นม่านแสงสีขาวที่เจิดจ้าสะดุดตาชั้นหนึ่งล้อมลูกบอลแสงสีดำทั้งหมดไว้ด้านใน ทำให้การพังทลายของมันเชื่องช้าลง
เสียง “ฟึบ” ดังขึ้นครั้งหนึ่ง เงาเลือนรางสายหนึ่งโฉบผ่านไป เงาคนร่างหนึ่งปรากฏตัวขึ้นนอกม่านแสงสีขาว
หลิ่วหมิงที่บนหลังมีปีกเนื้อสีเงินสองข้างนั่นเอง!
เขาลูบมือข้างหนึ่งแผ่วเบาบนหน้าอกจากนั้นทำท่ามือท่าหนึ่งอย่างเร็วไวขณะที่ปากเอ่ยท่องมนตร์ บนแก่นเสมือนเหนือทะเลจิตวิญญาณ สายฟ้าเทพเก้าสวรรค์ชั้นฟ้าที่ถูกกดไว้สายแล้วสายเล่ากระตุกเต้นอยู่ เขาคิดจะปล่อยสายฟ้าเทพเก้าสวรรค์ชั้นฟ้าออกมาอีกเส้น
ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ตำนานเซียนปีศาจสะท้านภพ ยุติการแปลเนื่องจากสิ้นสุดระยะสัญญา