“มีข่าวอันใดหรือ?” ฉินเหยี่ยนเย่ว์เลิกคิ้ว “รีบบอกมาเร็วเข้า”
นางยังพูดไม่ทันจบคำ ท้องของนางก็ส่งเสียงคำรามขึ้นมาเสียก่อน
“มิอย่างนั้น ทานข้าวก่อนดีหรือไม่?” แก้มของตู้เหิงเปลี่ยนเป็นสีแดงเล็กน้อย
“ได้” ฉินเหยี่ยนเย่ว์มีอาการภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำ หากไม่กินอาหารเป็นเวลานานจะมีอาการใจสั่น ในกรณีที่ร้ายแรงอาจจะเป็นลมได้ ยามนี้มันใกล้จะถึงขีดจำกัดแล้ว
นางให้ตู้เหิงวางหม้อไฟไว้ในห้องด้านนอก ใส่เนื้อสัตว์และผักลงไป แล้วชวนพวกเขามาทานด้วยกัน
หมอหลวงหลินตกใจ เชิญชวนเช่นไรก็ไม่กล้าลอง
“กินอิ่มแล้วถึงจะคิดค้นวิธีได้ ที่นี่มีเพียงเรา อย่ากระมิดกระเมี้ยนมากเกินไปเลย” ฉินเหยี่ยนเย่ว์หยิบเนื้อขึ้นมา หลังจากทานอาหารไปแล้ว อาการใจสั่นที่ทำให้รู้สึกอึดอัดก็หายไปอย่างรวดเร็ว
“ถูกต้องแล้ว ไม่จำเป็นต้องเก้ ๆ กัง ๆ ” ตู้เหิงกล่าว “หมอหลวงหลิน มาทานด้วยกัน”
เขานั่งขัดสมาธิ “น่าเสียดายที่ท่านอ๋องยังอยู่ในอาการไม่รู้สึกตัว ถ้าท่านอ๋องเป็นดั่งปกติ คงจะคึกคักกว่านี้”
ฉินเหยี่ยนเย่ว์เหลือบมองเขาแล้วพูดว่า “เอาเถอะ มีข้าไม่มีเขา มีเขาไม่มีข้า ตงฟางหลีนั่งอยู่ที่นี่ด้วยใบหน้าที่มืดมนรังแต่จะทำให้อาหารไม่อร่อยเสียเปล่า ๆ หมอหลวงหลิน โปรดหยุดอืดอาด รีบนั่งลงและกินอาหาร นี่เป็นคำสั่ง”
ในที่สุดหมอหลวงหลินก็นั่งตัวสั่นเทา
กลิ่นหอมล้นจากห้องด้านนอกลอยสู่ห้องด้านใน
เมื่อไข้ของตงฟางหลีบรรเทาลง เขาครึ่งหลับครึ่งตื่นอยู่ตลอด
หลังจากกลิ่นหอมเย้ายวนนี้ลอยละล่องมาถึง เขาก็ถูกปลุกให้ตื่นขึ้นมาทันที
เมื่อมองผ่านม่านประตูออกไป ก็เห็นว่าห้องด้านนอกเต็มไปด้วยความวุ่นวาย คนสามคนรวมตัวกันกินและดื่มเต็มอิ่ม
หนึ่งในนั้นคือฉินเหยี่ยนเย่ว์ที่ถูกลงโทษกักบริเวณ!
ใบหน้าของตงฟางหลีมืดมนอย่างน่ากลัว
เหตุใดผู้หญิงคนนั้น ฉินเหยี่ยนเย่ว์ถึงมาอยู่ที่นี่ได้?
ตู้เหิงสับสนอะไรกัน ไม่เพียงแค่เชื่อฟังคำพูดของผู้หญิงคนนั้น แต่ยังปล่อยให้นางกินและดื่มในห้องของเขาด้วย?
“ตู้เหิง!”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ท่านอ๋องเย็นชาผู้คลั่งรักกับพระชายาหมอหญิงผู้อ่อนหวาน