ตงฟางหลีตกอยู่ในสภาวะสติสัมปชัญญะเลือนราง ในระหว่างที่กำลังมึนงงพลันรู้สึกถึงของเหลวอุ่น ๆ หยดลงบนใบหน้า
ก่อนที่เขาจะรู้สึกถึงสัมผัสอันอบอุ่นบางอย่างใกล้เข้ามา
สัมผัสนั้น คล้ายเคียงกับจุมพิตเพียงผิวเผินของครั้งก่อนหน้ามาก แฝงด้วยรสชาติอันอ่อนหวาน เติมเต็มภายในลำคอ ราวกับทุ่งดอกไม้บานในฤดูใบไม้ผลิ ดั่งดอกกุหลาบที่งดงาม
ทั้งอบอุ่น อ่อนโยน และหอมหวน
ลึก ๆ ในใจราวกับมีบางอย่างถูกเปิดออก
ส่วนลึกของหัวใจที่ถูกปิดตาย ราวกับมีแสงอาทิตย์สาดลงลงมา ปัดเป่าหมอกควันให้สลายหายไป ละลายน้ำแข็ง ให้กิ่งก้านได้ผลิงอกออกมาจากแผ่นดินที่แห้งแล้งและหนาวเหน็บ กิ่งก้านนั้นเจริญเติบโตต่อเนื่อง จนผลิดอกบานสะพรั่งออกมา
พื้นที่ที่ว่างเปล่า ราวกับถูกเติมเต็มไปด้วยความสวยงาม ความรู้สึกเจ็บปวดสลายหายไปไม่น้อย
เขาอดที่จะต้องการมากขึ้นไม่ได้
เดิมฉินเหยี่ยนเย่ว์คิดจะใช้ความอ่อนโยนมาสยบความแข็งกร้าว นางจึงใช้วิธีนี้ทำให้เขาอ้าปาก ก่อนจะฉวยโอกาสนี้ยัดผ้าเช็ดหน้าเข้าไป
คาดไม่ถึงว่า ตงฟางหลีจะตึงร่างนางไว้ราวกับคนเสียสติก็มิปาน
ฉินเหยี่ยนเย่ว์ดิ้นหนีไม่พ้น
โชคดีที่อาการของตงฟางหลีมั่งคงขึ้นมามิใช่น้อย นางจึงไม่ดิ้นรนต่อ แล้วยื่นมือออกไปโอบกอดเขาช่วยรักษาความอบอุ่นของร่างกายเอาไว้
เทียนเผาไหม้ไปทีละนิด
หลังจากเทียนไหม้จนหมด เปลวไฟพลันลุกท่วมสูงขึ้น ราวกับแสงเทียนสะท้อนกลับ ภายในห้องจึงสว่างกว่าที่เคย
เมื่อแสงสว่างระรอกนั้นดับลงไป ในที่สุดภายในห้องก็ตกอยู่ในความมืดมิด
ฉินเหยี่ยนเย่ว์มองไม่เห็นสีหน้าของตงฟางหลี นางทำได้เพียงอาศัยการสัมผัส ซึ่งสัมผัสถึงสัญญาณชีวิตของเขา
ร่างกายเขาเย็นเยียบและเย็นลงเรื่อย ๆ แม้ว่าจะมีนางคอยให้ความอบอุ่นอยู่ข้าง ๆ
ความเจ็บปวดยังคงดำเนินไปต่อเนื่อง ถึงแม้อาการของเขาจะถือว่าคลี่คลายลงบ้าง ทว่า ยังมิอาจมองโลกในแง่ดีได้
ฉินเหยี่ยนเย่ว์กอดเขาไว้แน่นตลอด
แต่ละวินาทีผ่านไปเนิ่นนานราวผ่านไปเป็นปี
ค่ำคืนนี้ ยาวนานกว่าที่เคยมีมา

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ท่านอ๋องเย็นชาผู้คลั่งรักกับพระชายาหมอหญิงผู้อ่อนหวาน