ฉินเหยี่ยนเย่ว์เองก็รู้ข้อเท็จจริงของเรื่องนี้เป็นอย่างดี
นางค่อย ๆ สูดลมหายใจเข้าลึก ๆ
องค์หญิงเย่ว์ลู่มิเคยมาหานางเลยสักครั้ง เรื่องนี้เกรงว่าจักกลายเป็นคดีที่มิอาจคลี่คลายได้เสียแล้ว
“ช่างเถอะ ในเมื่อผู้ถูกกระทำเองยังพยายามที่จะปกป้องบุรุษผู้นั้นเอาไว้ ข้าจักไปกระวนกระวายแทนผู้อื่นได้อย่างไร?” ฉินเหยี่ยนเย่ว์บิดขี้เกียจเล็กน้อย “ประตูอยู่ที่ไหนเล่า? ปล่อยหม่อมฉันไปได้แล้ว”
“เจ้าจักออกไปงั้นหรือ?”
“ท่านอยากจะเค้นถามอะไรข้าอีกงั้นหรือ?” ฉินเหยี่ยนเย่ว์จ้องมองเขาอยู่ครู่หนึ่ง “ดูเหมือนว่าที่ข้ามอบบทเรียนให้ท่านไปมันจะยังไม่มากพอสินะ”
“บทเรียน?” ตงฟางหลีพลันหยิบมีด กระเป๋าเข็มเงิน พร้อมทั้งเม็ดยาอีกสองสามเม็ดออกมา “ของพวกนี้น่ะหรือ?”
หน้าผากของฉินเหยี่ยนเย่ว์พลางกระตุกออกมาไม่มีหยุด ยามที่นางเอามือลูบคลำไปที่กระเป๋าแขนเสื้อของตนเองนั้น กลับพบว่าอาภรณ์ของตนเองผิดปกติยิ่งนัก
เมื่อก้มมองลงไปดี ๆ กลับพบว่า นี่หาใช่อาภรณ์ของนางไม่
ยามที่มองไปยังด้านในเสื้อ
ไม่ว่าจักเป็นเสื้อตัวในหรือตัวนอกของนาง ทุกอย่างล้วนแต่ถูกผลัดเปลี่ยนใหม่หมด
ฉินเหยี่ยนเย่ว์ถึงกับตัวแข็งไปในทันที ใบหน้าของนางเปลี่ยนจากสีขาวเป็นสีดำ ก่อนจะเปลี่ยนจากสีดำเป็นสีแดง
ที่แห่งนี้มีเพียงนางกับเขาสองคนเท่านั้น
คนเดียวที่จะสามารถผลัดเปลี่ยนเสื้อผ้าอาภรณ์และนำสิ่งของในตัวของนางออกมาได้ มีเพียงตงฟางหลี
“ตงฟางหลี! ท่าน ท่านฉวยโอกาสตอนข้าหลับเปลี่ยนเสื้อผ้าให้ข้างั้นหรือ? ทั้งยังเอาของของข้าไปอีก?” ฉินเหยี่ยนเย่ว์ปิดหน้าอกของตนเอง พร้อมมองที่เขาด้วยสีหน้าไม่เชื่อใจ “คนวิปริต!”
บุรุษผู้นี้มิใช่รักษาเนื้อตัวของตนเองเอาไว้เพื่อซูเตี่ยนฉิงมิใช่หรือ?
เขาผลัดเปลี่ยนเสื้อผ้าอาภรณ์ให้นางเช่นนี้หมายความเช่นไรกัน?
ใบหน้าของตงฟางหลีพลันเปลี่ยนเป็นมืดมนในทันที
ยามที่ตงฟางหลีต้องการจะบอกนางนั้น ว่าเป็นเพราะเสื้อผ้าของนางเปียกโชกจำเป็นจะต้องผลัดเปลี่ยน ถึงได้สั่งการให้ตู้เหิงไปพาตัวเฟ่ยชุ่ยมาช่วยนางผลัดเปลี่ยนเป็นอาภรณ์ตัวใหม่ให้
ผู้ใดจักไปคิดกันว่า สตรีนางนี้จักสงสัยว่าเขาเป็นผู้ผลัดเปลี่ยนอาภรณ์ให้นางแทนเล่า
เมื่อเห็นท่าทีเป็นกังวลปนเขินอายของฉินเหยี่ยนเย่ว์แล้วนั้น เขากลับรู้สึกว่าน่าขบขันยิ่งนัก จึงมิคิดเอ่ยขยายความอันใด ปล่อยให้นางเข้าใจผิดไปเช่นนั้น

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ท่านอ๋องเย็นชาผู้คลั่งรักกับพระชายาหมอหญิงผู้อ่อนหวาน