องค์หญิงมู่เหยี่ยเดินออกมา มองดูลานที่สกปรก และนางกำนัลกับขันทีที่นอนเกลื่อนกลาดอยู่บนพื้น ก็ระเบิดความโกรธออกมา “ปี้เถา เกิดเรื่องอันใดขึ้น?"
“องค์หญิง เป็นนางเพคะ” นางกำนัลอาวุโสชี้ไปที่ฉินเหยี่ยนเย่ว์พร้อมเสียงเศร้าระคนโกรธ “เป็นนางที่นำม้าบ้าตัวนั้นมา ทุบตีคนของพวกเรา ทำให้ลานเรือนสกปรก และยังวางยาพิษหม่อมฉันด้วยเพคะ”
สีหน้าขององค์หญิงมู่เหยี่ยดำมืด
นางก้าวไปข้างหน้าสองก้าว สายตาตกอยู่ที่ฉินเหยี่ยนเย่ว์ เชิดหน้าขึ้นสูง ปลายจมูกโด่งชี้ไปที่นาง “เจ้าเป็นใคร?”
ฉินเหยี่ยนเย่ว์เงยหน้าขึ้นมองไป และต้องตกใจเมื่อพบว่าองค์หญิงมู่เหยี่ยสูงมากจนทำให้ต้องอ้าปากค้าง
ผู้หญิงในยุคนี้ส่วนใหญ่จะค่อนข้างร่างเล็กบอบบาง และคนที่มีส่วนสูงเกินหนึ่งเมตรเจ็ดสิบเซนติเมตรนั้นน้อยมาก
องค์หญิงมู่เหยี่ยยังสูงกว่าตงฟางหลีอีกด้วย คาดคะเนด้วยสายตาดูเหมือนจะสูงหนึ่งเมตรเก้าสิบเซนติเมตร
นางไม่เพียงแต่สูงเท่านั้น ยังแข็งแกร่งมากอีกด้วย เหมือนหุบเขาสูง ที่แค่ยืนอยู่ตรงนั้นก็รู้สึกถึงความกดดันจากยอดเขาไท่ซันแล้ว
องค์หญิงมู่เหยี่ยเดินลงบันไดมา พื้นสั่นสะเทือนเล็กน้อย
นางลดสายตาลงมองฉินเหยี่ยนเย่ว์ “กล้ารุกล้ำอาณาเขตของข้า?”
“ข้าก็เหมือนกับองค์หญิงมู่เหยี่ย กับเสด็จพ่อ กับพระพันปี ท่านว่าข้าเป็นใครล่ะ?” ฉินเหยี่ยนเย่ว์กลับมามีสติอีกครั้ง และพูดอย่างเย็นชา “ท่านเป็นใคร ข้าก็เป็นอย่างนั้น”
“สามหาว! เจ้ากล้าเอ่ยถึงเสด็จพ่อกับพระพันปี” องค์หญิงมู่เหยี่ยตะโกน “ใครให้ความกล้ากับเจ้า”
นางชะงัก แล้วกล่าวต่อ “เจ้าก็เรียกว่าเสด็จพ่อ? เจ้าคือฉินเหยี่ยนเย่ว์?”
“ท่านควรเปลี่ยนมาเรียกข้าว่าพี่สะใภ้เจ็ด” ฉินเหยี่ยนเย่ว์ตอบ
“ไร้สาระ คนที่ข้าจะเรียกว่าพี่สะใภ้เจ็ดได้ ก็มีเพียงแค่พี่หญิงฉิงซึ่งได้ชื่อว่าเป็นหญิงงามอันดับหนึ่งในเมืองหลวง” ราวกับองค์หญิงมู่เหยี่ยได้ยินเรื่องตลก “ฉินเหยี่ยนเย่ว์ เจ้าจะนับเป็นตัวอะไรได้เล่า”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ท่านอ๋องเย็นชาผู้คลั่งรักกับพระชายาหมอหญิงผู้อ่อนหวาน