ตงฟางหลีมองไปที่ฉินเหยี่ยนเย่ว์ ซึ่งจู่ ๆ ก็โกรธขึ้นมา เขาตะลึงงันเล็กน้อย
ชั่วขณะหนึ่งที่ไม่รู้ว่าควรจะพูดอะไรออกมาดี
ครั้นฉินเหยี่ยนเย่ว์เห็นว่าเขาเงียบไม่พูดจา ไม่แสดงท่าที ยิ่งตนพูดมากขึ้นอารมณ์ก็ยิ่งขึ้น
“ถ้าอยากทุบตีหม่อมฉันก็ทุบตีได้เลย อยากฆ่าหม่อมฉันก็ฆ่าเสีย”
“ท่านทุบตีหม่อมฉันหนึ่งที หม่อมฉันก็จะเอาคืนท่านสิบเท่า ทำให้นางต้องเจ็บปวดทรมานเป็นพันเท่า หากข้าตายไปแล้ว ข้าก็อยากให้ฝังนางไว้กับข้า”
เปี่ยมล้นด้วยความโกรธกลับไร้ที่ระบาย
นางคว้าแจกันดอกไม้บนโต๊ะข้างเตียงขึ้นมา ก่อนจะโยนมันลงไปกลางห้องอย่างแรง
เพล้ง!
แจกันแตกกระจายเกลื่อนพื้น
เมื่อได้ยินเสียงของแตกกระจาย นางก็รู้สึกอารมณ์ดีขึ้นอย่างไร้เหตุผล หยิบเครื่องลายครามบนตู้โยนลงไปทีละชิ้นจนแตกเป็นเสี่ยง ๆ
“ที่นี่อยู่ในจวนอ๋องเจ็ด แม้ว่ามู่เหยี่ยจะเป็นคนไร้กฎเกณฑ์ แม้แต่เสด็จพ่อก็ไม่สามารถควบคุมนางอยู่ แต่ตราบใดที่ท่านพูดมาสักคำ พวกไป๋โค้วคงจะไม่เผชิญกับความทุกข์แบบนั้น”
“ท่านขี้ขลาดไร้ความสามารถ ไม่กล้าต่อต้าน แล้วก็ไม่กล้ารับผิดชอบ ปล่อยให้มู่เหยี่ยสังหารคนในจวนอ๋องเจ็ด นั่นก็แล้วไป”
“พวกเรารอดพ้นจากความตายได้อย่างหวุดหวิด ในที่สุดก็ปลอดภัยแล้ว แต่ท่านกลับมาที่นี่เพื่อขอยาถอนพิษอย่างไร้ยางอาย ท่านเอาหน้ามาจากที่ใดกัน? มโนธรรมของท่านไม่เจ็บปวดเลยหรือ? ท่านไม่ละอายแก่ใจเลยหรือ?”
“วันนี้หม่อมฉันจะทิ้งค้ำพูดไว้ที่นี่ หม่อมฉันไม่มียาถอนพิษ และถึงจะมี หม่อมฉันก็จะไม่ให้ท่าน หากท่านต้องการลงมือ ก็ลองดูว่าซูเตี่ยนฉิงของท่านจะทนไหว หรือเป็นข้าที่ทนไหว”
“หากหม่อมฉันทุกข์ทรมาน ใครก็อย่าคิดจะอยู่ดีได้”
ตงฟางหลีได้ยินเสียงคำรามที่ดังอย่างรวดเร็วของนาง ก็ดูเหมือนจะโกรธมากขึ้น
คิ้วของเขาขมวดแน่น กระทั่งไม่มีคำพูดใดหลุดออกจากปากของเขาสักคำ
ทั้งสองจมดิ่งไปกับความเงียบงัน
ฉินเหยี่ยนเย่ว์แผดเสียงก้องระบายความโกรธอยู่นาน ทว่าตงฟางหลีไม่ตอบสนองเลยสักนิด ความรู้สึกที่ถูกเมินเฉยยิ่งจุดชนวนความโกรธในใจนาง
ยิ่งเขาเงียบมากเท่าไร นางก็ยิ่งโกรธมากขึ้นเท่านั้น

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ท่านอ๋องเย็นชาผู้คลั่งรักกับพระชายาหมอหญิงผู้อ่อนหวาน