เมื่อเห็นว่าฉินเหยี่ยนเย่ว์ไม่อยากพูด ลู่ซิวจึงค้อมตัวลงเคารพ “ขอพระนางให้คำแนะนำด้วยเถิด”
ฉินเหยี่ยนเย่ว์ยกมือกุมหน้าอก
หินก้อนมหึมาที่ปิดกั้นหัวใจของนางไม่สามารถเอาออกได้ กดทับจนทำให้นางหายใจไม่ออก “ขออภัย เอาไว้คราวหน้าแล้วกัน”
“คราวหน้าก็มิทันแล้ว” ลู่ซิวไม่ยอมแพ้ แสร้งทำเป็นถ่อมตัวและเต็มใจที่จะรับฟัง
“ที่ข้าบอกเจ้าได้ก็คือโลหิตแบ่งได้เป็นสี่หมู่ แม้แต่ระหว่างพ่อแม่กับลูกหมู่โลหิตก็ไม่จำเป็นต้องเหมือนกัน ทั้งยังจำเป็นต้องผ่านการตรวจสอบด้วยอุปกรณ์เฉพาะทาง ยกเว้นบางสถานการณ์เฉพาะ เมื่อหมู่โลหิตต่างกันมารวมกันจะเกิดปฏิกิริยาการแข็งตัวของโลหิต โลหิตจะไม่สามารถไหลเวียนได้ อาจจะมีอาการเบาตั้งแต่หมดสติจนหนักถึงเสียชีวิต” ฉินเหยี่ยนเย่ว์โบกมือ “ถ้าเจ้าเข้าใจก็รีบออกไปเสีย”
เป็นเพียงคำพูดไม่กี่คำ แต่ลู่ซิวกลับได้ยินแล้วรู้สึกตื่นเต้นมาก
ดวงตาของเขาเป็นประกาย “เป็นเช่นนี้นี่เอง เป็นเช่นนี้นี่เอง”
“พระนาง กระหม่อมกระจ่างแจ้งแล้ว จะกลับไปหาสกุลลู่ และบอกเรื่องนี้กับบรรพบุรุษ”
“บรรพบุรุษสกุลลู่?” ฉินเหยี่ยนเย่ว์ขมวดคิ้ว
“พูดตามตรงไม่ปิดบัง บรรพบุรุษสกุลลู่ติดตามฮ่องเต้ผู้สถาปนาแคว้นเพื่อพิชิตใต้หล้า เขามีทักษะแพทย์ล้ำเลิศ ถึงเช่นนั้นเขาก็แก่แล้ว และเลิกถามไถ่เรื่องราวทางโลกมานานแล้ว ยามที่ข้าไปขอให้เขาออกจากเขามารับรอง แม้แต่หน้าเขา ข้าก็ไม่เคยได้เห็นเลย ต่อมาข้าขอให้เด็กรับใช้แจ้งข่าวเรื่องพระชายาเย็บเอ็นข้อมือให้ท่านอ๋อง บรรพบุรุษถึงได้เรียกข้าเข้าพบทันที…”
ลู่ซิวตระหนักได้ว่าตนพูดมากเกินไป จึงรีบยิ้มพลางพูด “สรุปก็คือถ้าบอกเรื่องนี้กับบรรพบุรุษ เขาจะเชื่อมั่นอย่างแน่นอนและจะออกจากเขามารับรอง”
ฉินเหยี่ยนเย่ว์ไม่รู้ว่าลู่ซิวกำลังพูดถึงเรื่องอะไร
บรรพบุรุษสกุลลู่ออกจากเขาเกี่ยวข้องกับหมู่โลหิตอย่างไร?
แล้วมันเกี่ยวอะไรกับนาง?
“อาการของพระชายาไม่ร้ายแรงนัก เชิญพักผ่อนให้สบายเถิด” ลู่ซิวยืนขึ้นและกล่าวคำอำลา
เมื่อเขาเดินไปถึงประตู ก็ดูเหมือนจะนึกอะไรบางอย่างได้อีกครั้ง

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ท่านอ๋องเย็นชาผู้คลั่งรักกับพระชายาหมอหญิงผู้อ่อนหวาน