บทที่ 270 กำจัดให้สิ้นซาก! (รีไรท์)
ช่วงนี้ จินเฟิงเองไม่กล้าออกไปข้างนอก
เพราะหากเจอผู้คนที่อยู่หมู่บ้านเดียวกันหรือชาวบ้านที่มาจากหมู่บ้านอื่น ตราบใดที่พวกเขาอยากจะมาทำงานด้วยกัน ชายหนุ่มก็ใจอ่อนที่จะหางานให้เสมอ
เด็กที่ไม่สามารถทำงานได้ เขาก็มีอาหารให้คนละหนึ่งมื้อ
นี่เป็นครั้งแรกที่เด็กหลายคนได้มีข้าวกินจนอิ่มท้องตั้งแต่เกิดมา
วันแรกในการแจกจ่ายอาหาร เด็ก ๆ หลายคนกินจนอิ่ม ท้องเล็ก ๆ กลมเสียจนต้องนอนราบกับพื้นเพราะขยับเนื้อตัวไม่ได้
สิ่งนี้ทำให้ผู้คนจำนวนมากจากหมู่บ้านอื่นดึงลูกหลานของพวกเขามาคำนับจินเฟิงทันทีที่พบหน้า ชายหนุ่มห้ามชาวบ้านเหล่านั้นไม่ทันเลยจำต้องปล่อยให้เด็ก ๆ กราบไหว้เขาสามครั้ง
แม้ว่าจะเดินทางข้ามเวลามาอยู่ที่ต้าคังนานแล้ว แต่
จินเฟิงก็ยังไม่ชินกับพิธีการที่ต้องคุกเข่าเช่นนี้ ดังนั้นจินเฟิงจึงทำได้เพียงซ่อนตัวในห้องทดลองและออกไปให้น้อยที่สุด
…
ณ จวนว่าการ จ้าวเสี้ยนเว่ยและคหบดีทั้งสองมารวมตัวกันอีกครั้ง
“จินเฟิงผู้นี้ชักจะเกินไปหน่อยแล้ว ทั้ง ๆ ที่โรงงานสิ่งทอได้จ้างคนมากเพียงพอแล้ว แต่เขาก็ยังรับคนเข้าไปเรื่อย ๆ เห็นได้ชัดว่ามันเป็นแผนการที่จะขโมยคนจากพื้นที่ของพวกเราไป”
ทันทีที่จูเหล่าเหยียเข้าไปในห้อง เขาโกรธมากจนกระแทกโต๊ะเสียงดัง “ช่วงนี้มีคนจากพื้นที่ของข้าไปที่ซีเหอวานมากขึ้นเรื่อย ๆ!”
“พวกชาวบ้านชั้นต่ำกลุ่มแรกที่ออกไป หากไปกันเองก็ไม่เป็นอะไรหรอก แต่เมื่อพวกเขาพบว่าจินเฟิงไม่ได้หยุดรับสมัครคนงาน พวกเขาก็ย้ายออกไปจริง ๆ และยังเรียกพวกพ้องไปด้วยกัน”
เผิงเหล่าเหยียกล่าวว่า “พื้นที่การดูแลทั้งสองแห่งของข้า ผู้คนย้ายออกไปจนเกือบหมดแล้ว”
ใบหน้าของจ้าวเสี้ยนเว่ยก็ตึงเครียดขึ้นเช่นกัน สายตาของเขาเต็มไปด้วยความกลัว
อาณาเขตของเขาอยู่ใกล้กับอาณาเขตของโจรเขาเถี่ยกว้านมากที่สุดและผู้คนส่วนใหญ่ที่แปรพักตร์ไปยังซีเหอวานก็เป็นคนของเขา
“ข้าส่งคนไปตรวจสอบแล้ว ตอนนี้ซีเหอวานเต็มไปด้วยผู้คน หากไม่มีที่อยู่อาศัย พวกเขาก็แค่สร้างกระท่อมที่นอกหมู่บ้าน”
จูเหล่าเหยียกล่าวว่า “พวกเจ้าว่าจินเฟิงผู้นี้มีแผนการอะไร ตอนนี้มีผู้คนมากมายที่เขาเรียกใช้งานไม่หมด อีกทั้งเขายังต้องเลี้ยงอาหารคนเหล่านั้นอีกด้วย”
“เจ้าจะไปรู้อะไร จินเฟิงกำลังพยายามเอาชนะใจผู้คน!”
จ้าวเสี้ยนเว่ยกล่าวว่า “การเลี้ยงดูต้องมีค่าใช้จ่ายมากมายมหาศาล แต่มันสามารถทำให้คนเหล่านี้รู้สึกขอบคุณไปตลอดชีวิตได้ ตอนนี้เขาอาจจะไม่ต้องการคน แต่ในอนาคตก็จะสามารถเรียกใช้ได้ตลอด พวกเขาจะกลายเป็นสมุนที่ภักดีที่สุดของจินเฟิงไปโดยปริยาย!”
“ใต้เท้าพูดถูก คนที่ข้าส่งไปสืบข่าวกลับมาบอกว่า จินเฟิงไม่ได้ปล่อยให้คนเหล่านี้ว่างงาน แต่พวกเขาทั้งหมดล้วนมีงานทำและทำงานหนักทุกวัน และพวกเขายังคงปฏิบัติต่อจินเฟิงอย่างยกย่องเชิดชู”
“นี่คือแผนการของจินเฟิง!” จ้าวเสี้ยนเว่ยพูดด้วยอารมณ์คุกรุ่น
“จ้าวเสี้ยนเว่ย เหล่าเผิง เรารอต่อไปไม่ไหวแล้ว”
จูเหล่าเหยียถามอย่างระมัดระวัง “เราไปซีเหอวานเพื่อคุยกับจินเฟิงดีหรือไม่?”
“จินเฟิงเป็นคนบ้า ครั้งก่อนโจวซือเหยียก็เดินทางไปที่ซีเหอวานและเขาก็ไม่ได้กลับมาอีกเลย”
จ้าวเสี้ยนเว่ยไม่ลังเลที่จะปฏิเสธข้อเสนอของจูเหล่าเหยีย “หากจะไป พวกเจ้าก็ไปเองเถอะ ตัวข้าไม่ไปหรอก!”
“ข้าก็ไม่ไปเช่นกัน!” เผิงเหล่าเหยียส่ายศีรษะ
“เช่นนั้น พวกเจ้าสองคนก็ช่วยกันคิดหาวิธีแก้ไขสิ!”
“จะว่าไปข้าคิดแผนการเอาไว้แล้ว”
เผิงเหล่าเหยียมองออกไปข้างนอกเพื่อให้แน่ใจว่าไม่มีใครแอบฟังอยู่ที่ประตู จากนั้นจึงโน้มตัวเข้าไปกระซิบที่หูของพวกเขาและบอกแผนการ
“เหล่าเผิง สมองของเจ้าเต็มไปด้วยความคิดแย่ ๆ!”
จูเหล่าเหยียยิ้มและยกนิ้วให้ “ชาวบ้านเหล่านั้นไปที่ซีเหอวานโดยสมัครใจ ทหารท้องถิ่นไม่สามารถสกัดกั้นพวกเขาได้ แต่โจรทำได้ และสิ่งที่พวกเขาทำคือปิดถนน!”
“จากสถานการณ์ในตอนนี้ เราทำได้แค่นั้น”
จ้าวเสี้ยนเว่ยพยักหน้าเล็กน้อย “ให้คนของเจ้ารักษามือเท้าให้สะอาดเถิด อย่าให้จินเฟิงจับได้ ไม่เช่นนั้นเราได้เดือดร้อนกันหมดแน่”
“ใต้เท้าวางใจ ข้าจะหาคนมาลงมือให้ ถึงเวลาก็จะไม่สามารถจับมือใครดมได้ จินเฟิงจะสอบสวนได้อย่างไร”
ถึงแม้จะไม่ได้เอ่ยเสียงดัง แต่ทั้งจางเหลียงและเจิ้งฟางก็รู้สึกได้ถึงความเย็นชา
“ใช่!” เจิ้งฟางพยักหน้าและกล่าวต่อ “ข้าคิดว่า อาจมีคนกำลังพุ่งเป้ามาที่เราก็เลยกลับมารายงานท่านอาจารย์”
“เป็นไปได้ คนเหล่านี้คือเหาบนศีรษะชายหัวโล้น และพวกมันกำลังมุ่งเป้ามาที่พวกเราอย่างชัดเจน!”
จินเฟิงหันไปมองจางเหลียง “ในช่วงนี้มีคนแบกหน้ามาขออาศัยกับเจ้าน้อยลงหรือไม่?”
“ใช่ ไม่มีมาสองวันแล้ว”
จางเหลียงพยักหน้าและพูดว่า “ตอนแรกข้าคิดว่าคงไม่มีใครอยากมาเข้าร่วม แต่ตอนนี้ข้ารู้แล้วว่าเป็นพวกโจรที่กำลังก่อปัญหาอยู่เบื้องหลัง”
เดิมทีความโกรธของจินเฟิงทุเลาลงบ้างแล้ว แต่หลังจากได้ยินสิ่งนี้เขาก็ยังโกรธมากจนอดไม่ได้ที่จะกำหมัดแน่น
ความจริง ชายหนุ่มรู้สึกว่าผู้คนจำนวนมากจากหมู่บ้านอื่นที่มารวมตัวกันที่ซีเหอวานนั้นมีมากพอแล้ว
แต่เขาไม่สามารถยอมรับได้ที่พวกโจรเลือกใช้วิธีนี้ป้องกันไม่ให้ผู้คนแปรพักตร์มายังซีเหอวาน!
“เหล่าเจิ้ง เจ้ารู้หรือไม่ว่าโจรกลุ่มใดที่เป็นผู้ลงมือ” จินเฟิงถาม
“การลงมือของพวกโจรนั้นร้ายกาจมาก พวกมันไม่เหลือหลักฐานอะไรทิ้งไว้เลย เพราะพวกมันไม่เคยปล่อยให้ใครรอดชีวิต ไม่มีทางที่จะบอกได้ว่าพวกมันเป็นใคร” เจิ้งฟางเอ่ยตอบพร้อมส่ายหัวอย่างหมดหนทาง
“เรื่องนี้ค่อนข้างจัดการยาก แม้ว่าเราจะต้องการปิดล้อมและปราบปรามพวกมัน แต่เราก็ไม่รู้ว่าต้องเริ่มจากผู้ใด” จางเหลียงกล่าว
“จัดการยากอย่างไร?”
จินเฟิงกล่าวว่า “ถนนที่จะมายังซีเหอวานมีอยู่ไม่กี่สาย จัดกองกำลังไปยี่สิบคน แยกย้ายไปแต่ละถนน หากพบโจรก็ฆ่าพวกเขาทั้งหมด! หากไม่สามารถเอาชนะพวกมันได้ก็กลับมาและขอความช่วยเหลือ แต่ข้าไม่เชื่อว่าพวกโจรจะรอดพ้นสายตาพวกเราได้!”
“ท่านอาจารย์ เช่นนี้จะดีหรือ” เจิ้งฟางลังเลและกล่าวว่า “อาณาเขตเดียวในเขาเถี่ยกว้านคือทางตะวันตกของจินชวน หากเราทำเช่นนี้ก็เทียบเท่ากับการบุกรุกอาณาเขตของโจรกลุ่มอื่น นี่มันผิดกฎและอาจเกิดปัญหาขึ้นได้…”
“เมื่อข้าไปปราบโจร ข้าต้องคิดถึงเรื่องกฎอะไรอีกหรือ? พวกเขาคือคนที่ข้ากำลังปราบปราม! ข้าต้องการเอาหัวของพวกมันไปรับรางวัล!”
จินเฟิงพูดด้วยความโกรธ “ใครที่กล้าสกัดกั้นพวกเจ้าก็กำจัดพวกมันให้สิ้นซากเสีย!”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ทะลุมิติ เปลี่ยนชะตา ชีวิตนี้ของข้าต้องรุ่งโรจน์