บทที่ 292 แสดงของล้ำค่า
เนินเขานั้นสูงเพียงไม่กี่จั้งเท่านั้น นอกจากนี้ บนภูเขายังไม่มีเสียงรบกวน ดังนั้นหัวหน้าใหญ่หลายคนที่ตีนเขาจึงได้ยินคำพูดของเหล่าเฮยได้ชัดเจน
“สองเท่าอย่างนั้นหรือ?”
ชายหน้าบากอดไม่ได้ที่จะตกตะลึง
ในบรรดาโจรทั้งหมดในจินชวน มีใครไม่รู้บ้างว่าตอนนี้ซีเหอวานร่ำรวยแล้ว?
หากจินเฟิงยินดีจ่ายสองเท่าเพื่อซื้อชีวิตของพวกเขา นั่นก็ถือว่าเป็นทางเลือกที่ดี
“เตาปา เจ้าสมองเบลอไปแล้วอย่างนั้นหรือ?”
ต้าหามาสังเกตเห็นการแสดงออกที่ตื่นเต้นจนเก็บอาการเอาไว้ไม่อยู่ของเตาปา เขาแทบจะแค่นเสียงหัวเราะออกมาด้วยความโกรธ “เห็นได้ชัดว่าจินเฟิงกำลังพยายามสร้างความร้าวฉานให้เรา เจ้าเชื่อในคำโกหกของเขาจริง ๆ อย่างนั้นหรือ?”
“เตาปา แม้ว่าคำพูดของต้าหามาจะไม่เข้าหู แต่ก็ไม่ใช่เรื่องเท็จ”
โจรร่างท้วมพูดว่า “ข้าเกรงว่าจะไม่มีใครในอำเภอจินชวนเกลียดโจรอย่างเราไปมากไปกว่าจินเฟิงแล้ว เจ้าห้ามเชื่อคำพูดของเขาเด็ดขาด”
“พวกเจ้าดูถูกข้าอย่างนั้นหรือ? ข้าดูออกว่านี่เป็นแผนการสร้างความร้าวฉานของจินเฟิง! ใครว่าข้าเชื่อคำพูดของเขากัน”
ชายหน้าบากพูดพร้อมกับเกาคอของเขาเพื่อกลบเกลื่อนความรู้สึกที่แท้จริง
หัวหน้าโจรคนอื่น ๆ ก็ไม่สนใจที่จะโต้เถียงกับเขา เมื่อเห็นว่าเตาปาล้มเลิกความคิด เขาจึงเงยหน้าขึ้นและมองไปยังยอดเขาด้านบน
เสียงตะโกนครั้งก่อนของเหล่าเฮยมุ่งเป้าไปที่บรรดาหัวหน้าโจรทั้งหลาย
เมื่อเห็นว่าพวกหัวหน้าโจรนั้นไม่ถูกล่อลวง เขาก็ทำตามสิ่งที่จินเฟิงสอนและตะโกนต่อไป
“สหายโจรทุกท่าน ข้ารู้ว่าพวกเจ้าหลายคนถูกบังคับให้กลายเป็นโจร พวกเจ้าต้องตรากตรำทำงานหนักให้หัวหน้าของพวกเจ้าไม่รู้จบ ผลคือเงินและสตรีส่วนใหญ่ที่พวกเจ้าปล้นมาได้ก็ตกไปอยู่ในมือของหัวหน้าใหญ่ และพวกเจ้าก็ได้รับเพียงเศษกระดูกหรือเศษขยะเหมือนสุนัขเหลือขอ พวกเจ้าเคยคิดหรือไม่ว่านี่ยุติธรรมแล้วหรือ?”
“ตอนนี้ท่านอาจารย์ของข้ากำลังให้โอกาสพวกเจ้า ตราบใดที่ในครั้งนี้พวกเจ้าปล่อยพวกข้า กลับไปพวกเจ้าก็ไปที่ซีเหอวานเพื่อตามหาข้าได้เลย ข้าเหล่าเฮยสัญญาว่าจะพาพวกเจ้าไปทำการประเมินเพื่อเป็นผู้คุ้มกัน!”
“พวกเจ้าเห็นดาบในมือข้าหรือไม่ นี่คือสิ่งที่ท่านอาจารย์ของข้าเป็นผู้ทำขึ้น มันสามารถตัดเหล็กกล้าได้อย่างง่ายดายเหมือนเฉือนโคลน แต่ละเล่มมีมูลค่าสูงถึงหนึ่งพันตำลึงเงิน ตราบใดที่พวกเจ้าผ่านการประเมิน ทุกคนก็สามารถมีมันในครอบครองได้คนละเล่ม”
“หากพวกเจ้าได้เข้าร่วมสำนักงานคุ้มภัยเจิ้นเหยวี่ยน ท่านอาจารย์ของข้าจะเพิ่มชื่อของพวกเจ้าลงในทะเบียนบ้านอีกครั้ง พวกเจ้าจะได้ไม่ต้องอยู่อย่างหลบ ๆ ซ่อน ๆ อีกต่อไป เจ้าสามารถอาศัยอยู่อย่างเปิดเผยในซีเหอวานกับครอบครัวของพวกเจ้า หากมีบุตร บุตรหลานของพวกเจ้าก็สามารถอาศัยอยู่ในซีเหอวานได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย ได้เรียนในสำนักศึกษา แม้กระทั่งมื้ออาหารสำนักศึกษาก็จะเป็นผู้ดูแล”
“นอกจากนี้ ข้าเชื่อว่าทุกคนเคยได้ยินว่าหากผู้คุ้มกันของเราเสียชีวิตในสนามรบ ท่านอาจารย์ไม่เพียงแต่จ่ายเงินบำนาญจำนวนมากให้กับครอบครัวของผู้คุ้มกันเท่านั้น แต่เขายังรับผิดชอบในการเลี้ยงดูบิดามารดาของผู้เสียชีวิตจนกว่าพวกเขาจะสิ้นอายุขัยและเลี้ยงดูลูก ๆ ของพวกเจ้า!”
“เรื่องการเข้าร่วมกองกำลังคุ้มกัน พูดสามวันสามคืนข้าก็พูดไม่หมด เมื่อครู่คือรายละเอียดเพียงบางส่วนเท่านั้น เอาล่ะสหาย มาที่สำนักคุ้มภัยเจิ้นเหยวี่ยนกันเถิด!”
“ท่านอาจารย์เคยบอกไว้ว่าการเป็นโจรนั้นไม่มีอนาคต ทำได้แค่ใช้ชีวิตอย่างหลบ ๆ ซ่อน ๆ ไปตลอดชีวิต พวกเจ้าตายแล้วจะมีหน้าไปเจอบรรพบุรุษได้อย่างไร? ลูก ๆ หลาน ๆ ของเจ้าจะมีตราบาปว่ามีบรรพบรุษเป็นโจร! สหายทั้งหลาย ลองคิดดูดี ๆ เถิดว่าสิ่งที่ข้าพูดมันสมเหตุสมผลหรือไม่?”
หลังจากที่เหล่าเฮยตะโกนจบ ทั้งเนินเขาก็เงียบเสียงลง
ใบหน้าของหัวหน้าโจรหลายคนเปลี่ยนไปในทันที
ราษฎรไม่รู้ก็แค่ชี้ทางให้พวกเขารู้ พวกโจรก็เช่นกัน
โจรส่วนใหญ่เป็นคนหยาบโลนและความรู้น้อย พวกเขาสนใจแค่การมีชีวิตรอดไปวัน ๆ ไม่ว่าพวกเขาจะได้ม้าเนื้อจากหัวหน้ามาอุ่นเตียงหรือไม่ พวกเขาไม่เคยคิด หัวหน้าพูดอะไร พวกเขาก็มีหน้าที่แค่รับฟัง…
นี่รวมไปถึงการเป็นคนโปรดของหัวหน้าโจรด้วย
คำพูดที่จินเฟิงขอให้เหล่าเฮยตะโกนเมื่อครู่มุ่งเป้าไปที่พวกสมุน
มันเรียบง่ายและตรงไปตรงมามาก แต่ทุกประโยคจับหัวใจของพวกโจรโดยตรง และพวกเขาก็เริ่มคิดตาม
ซีเหอวานมีการเกณฑ์ทหารมาสักพักแล้ว และการปฏิบัติต่อผู้คุ้มกันก็ไม่ได้เป็นความลับเช่นกัน
อันที่จริงโจรหลายคนก็รู้สึกสนใจ
อย่างไรก็ตามการได้เป็นผู้คุ้มกันก็มีความสำคัญเป็นอย่างยิ่งและถือว่าเป็นกองกำลังประเภทหนึ่ง หากมีผู้ทรยศปรากฏตัว อันตรายที่เกิดขึ้นนั้นก็ถือว่ารุนแรงไม่น้อย
ชายหน้าบากตะโกนออกไปอย่างต่อเนื่อง “หน่วยกล้าตายที่หลบกลับมาเมื่อครู่ ยืนขึ้นเดี๋ยวนี้!”
“เหล่าซาน เจ้าอย่าเอาแต่หลบซ่อนสิ เจ้าไม่ได้ยินสิ่งที่พี่ใหญ่เตาปาพูดหรือ? ลุกขึ้นสิ!”
“สหายจากเฮยเฟิงไจ้ เราไม่สามารถปล่อยให้เขาอื่นดูถูกเราได้ หากเราเป็นชายชาตรี โปรดยืนขึ้น! หากเราฆ่าจินเฟิงได้ สหายจากเฮยเฟิงไจ้จะได้รับรางวัลเป็นเงินนี่สิบตำลึงเงินและม้าเนื้อสามคนโดยไม่โดนเรียกคืน และพวกนางก็จะถูกยกให้เป็นภรรยาของพวกเจ้าทันที!”
…
หัวหน้าใหญ่อีกหลายคนต่างก็เปิดปากร่วมมือกับชายหน้าบากเช่นกัน
ภายใต้การบังคับและการชักจูง หน่วยกล้าตายที่เพิ่งหลบหนีก็มารวมตัวกันที่ตีนเขาอีกครั้ง
เหล่าเฮยเปิดปากของเขาและกำลังจะตะโกนอีกสองสามคำ ทว่าโจรร่างท้วมกลับขยิบตาให้ผู้นำกลุ่มโจรของเขา
ผู้นำกลุ่มโจรเริ่มตะโกนทันที “เร็วเข้า ใกล้มืดแล้ว…”
เหล่าเฮยที่อยู่บนยอดเขา ถูกเสียงของผู้นำกลุ่มโจรหยุดเอาไว้
“ท่านอาจารย์ ตอนนี้จะเอาอย่างไรดี?”
เหล่าเฮยหันกลับมาและถามว่า “ดูเหมือนว่าพวกโจรตั้งใจที่จะต่อสู้อีกครั้ง”
จินเฟิงมองไปทางทิศตะวันตกแล้วพูดว่า “เอาเถิด ดวงอาทิตย์ตกแล้ว ใกล้ได้เวลาอันเหมาะสมเต็มที”
“สหายโจรทั้งหลาย ข้ามีของล้ำค่าอยู่ที่นี่ หากพวกเจาไม่เชื่อก็มาดูให้ชัด!”
เหล่าเฮยยกกระบอกไม้ไผ่ในมือขึ้น เมื่อผู้นำกลุ่มโจรเงียบเสียงลง เขาก็ตะโกนต่อว่า “ดูแล้วพวกเจ้าจะเข้าใจเอง!”
โจรทั้งหมด รวมถึงเหล่าหัวหน้าโจรต่างก็เงยหน้าขึ้นมองเหล่าเฮยและกระบอกไม้ไผ่ในมือของเขา

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ทะลุมิติ เปลี่ยนชะตา ชีวิตนี้ของข้าต้องรุ่งโรจน์