"ท่านย่า ถ้าอาหญิงไม่ให้ พวกเราก็จะแต่งงานไม่ได้หรือขอรับ?"
ซูเหล่ยขมวดคิ้ว สีหน้าแสดงความร้อนใจ
ซูต้าหลางกับซูเอ้อร์หลางต่างก็แอบมองสีหน้าของพ่อเฒ่าซู
หลี่ซื่อกับโจวซื่อก็แอบมองสีหน้าของพ่อสามีแม่สามี เพราะยังไม่ได้แยกครอบครัว เงินส่วนกลางจึงอยู่ในการดูแลของพ่อเฒ่าซู พวกนางไม่รู้ว่าที่บ้านมีเงินอยู่เท่าไหร่
ตอนนี้เป็นเรื่องการแต่งงานของบุตรชาย หลี่ซื่อกับโจวซื่อต่างก็รู้สึกร้อนใจ
พ่อเฒ่าซูพูดเสียงทุ้มหนัก "พวกเจ้าโวยวายอะไรกัน รอดูข่าวจากอาหญิงของพวกเจ้าก่อนแล้วค่อยว่ากัน"
เงินจำนวนนี้ ที่บ้านก็มี แต่ถ้าเอาออกมาทั้งหมดเพื่อแต่งงานให้หลานชาย เงินเก็บของครอบครัวก็จะหมด
เงินก้อนนี้ยังต้องดูทางซูเสี่ยวจือ นางสนิทกับซูซานหลาง ขอแค่ซูซานหลางให้มาบ้างสักเล็กน้อยก็พอแล้ว
พ่อเฒ่าซูไม่ได้รู้สึกต่อต้านที่หวังซื่อลงโทษซูเสี่ยวจือ เขาคิดว่าหวังซื่อทำถูกแล้ว เพราะซูเสี่ยวจือไม่คิดถึงครอบครัว สมควรได้รับการสั่งสอน
หวังซื่อขากเสมหะถ่มลงพื้น แค่นเสียงเย็นชาพูดว่า "ดูซิว่านางจะกล้าไม่ให้เงินอีกหรือไม่ พวกเจ้ายืนเกะกะอะไรกัน รีบกลับไปนอนได้แล้ว"
เมื่อได้ยินคำพูดของหวังซื่อ ซูต้าหลางกับซูเอ้อร์หลางก็ไม่มีอะไรต้องกังวลอีก
พวกเขาแค่เชื่อฟังบิดามารดาก็พอ
สมาชิกทั้งสองครอบครัวทยอยออกมา กลับห้องไปนอน
— —
ซูเสี่ยวจือเดินออกมาจากบ้านตระกูลซู เหมือนคนไร้วิญญาณ พอห่างจากบ้านคนแล้ว นางก็นั่งลงข้างทางร้องไห้เบาๆ
ในค่ำคืนที่เงียบสงบ ซูฉงกับซูเสี่ยวลู่แอบตามมาห่างๆ
ทั้งสองคนก็รู้สึกหดหู่ใจ ไม่รู้จะพูดอะไรดี
สำหรับคนในตระกูลซู พวกเขาจะไม่มีวันสนิทสนมกับคนตระกูลนั้นอีกเลย
ซูเสี่ยวลู่ถอนหายใจ ถ้ามีคนทำร้ายนางแบบนี้ นางคงตัดญาติไปนานแล้ว ในเวลาเช่นนี้ความเป็นญาติไม่มีประโยชน์อะไรเลย
แต่ซูเสี่ยวจือเจ็บปวดและเสียใจ เห็นได้ชัดว่าตัดใจไม่ขาด นางจึงทุกข์ใจและเสียใจเช่นนี้
เมื่อได้ยินซูเสี่ยวลู่ถอนหายใจ ซูฉงจึงพูดขึ้นทันทีว่า "เสี่ยวลู่ ท่านพ่อท่านแม่จะไม่มีวันทำแบบนี้กับเจ้าและซานเม่ยแน่ เรื่องแบบนี้ ข้ากับน้องหวาก็จะไม่ยอมให้เกิดขึ้นเด็ดขาด"
ซูเสี่ยวลู่กับซูเสี่ยวหลิง วันหนึ่งก็ต้องออกเรือนไปเช่นเดียวกับซูเสี่ยวจือ
เมื่อนึกถึงภาพซูเสี่ยวจือถูกหวังซื่อทำร้ายต่อหน้าทุกคน หัวใจของซูฉงก็รู้สึกหนักอึ้ง เมื่อได้ยินซูเสี่ยวลู่ถอนหายใจ เขาก็เป็นห่วงว่าซูเสี่ยวลู่จะรู้สึกแย่
เรื่องแบบนี้ เขากับน้องหวาจะไม่ยอมให้เกิดขึ้น และจะไม่ยืนดูเฉยๆ เหมือนซูต้าหลางกับซูเอ้อร์หลาง
เฉาซื่อโกรธจัดจนกระแทกไม้เท้าแรงๆ "พวกเขาทำร้ายเจ้าได้อย่างไร ทำไมถึงทำร้ายเจ้าได้!!!"
"เจ้าแต่งเข้าบ้านพวกเรามาหลายปีแล้ว ตอนที่ต้าหนิวยังมีชีวิตอยู่ก็ไม่เคยลงไม้ลงมือกับเจ้า หลายปีมานี้แม้ข้าจะโกรธแค่ไหนก็ไม่เคยแตะต้องเจ้าสักครั้ง ตอนนี้เจ้าเป็นคนของตระกูลหูแล้ว พวกเขามีสิทธิ์อะไรมาทำร้ายเจ้า!"
เฉาซื่อโกรธจัด ซูเสี่ยวจือเป็นลูกสะใภ้ของนาง
ว่ากันตามหลักแล้ว เมื่อแต่งเข้าตระกูลหูก็เป็นคนของตระกูลหูแล้ว ไม่ว่าคนตระกูลซูจะเป็นอย่างไร ก็ไม่มีเหตุผลที่จะทำร้ายนางเช่นนี้
ยิ่งไปกว่านั้น ซูเสี่ยวจือยังมอบเงินให้แก่พวกเขาเพื่อแสดงความกตัญญู
"ไม่ได้ จะมาทำร้ายกันง่ายๆ แบบนี้ได้อย่างไร ไป พวกเราไปหาผู้ใหญ่บ้าน ไปเรียกร้องความยุติธรรมให้เจ้า"
เฉาซื่อโกรธแค้นความอ่อนแอของซูเสี่ยวจือ แต่นางรู้ดีว่านางเองต้องไม่อ่อนแอ ถ้านางอ่อนแอ คนตระกูลซูก็จะขึ้นมาข่มเหงนาง
ดังนั้นเรื่องนี้ จะปล่อยผ่านไปไม่ได้เด็ดขาด
ซูเสี่ยวจือสะอื้นด้วยความน้อยใจ เมื่อได้ยินเฉาซื่อปกป้องนางเช่นนั้น น้ำตาของนางก็ไหลรินดั่งสายฝน นางพูดออกมาอย่างยากลำบากว่า "ท่านแม่ ขอโทษเจ้าค่ะ เป็นข้าที่ไร้ประโยชน์ ทำให้ท่านต้องลำบากใจ"
ซูเสี่ยวจือรู้สึกผิดในใจ นางรู้สึกว่าทำผิดต่อเฉาซื่อ และยิ่งผิดต่อหูต้าหนิว
"ท่านแม่ เรื่องนี้ปล่อยให้มันผ่านไปได้หรือไม่ ข้าจะไม่ให้เงินพวกเขาแล้ว ข้าหลบๆ เลี่ยงๆ ก็พอ"
ซูเสี่ยวจือสูดจมูกพลางพูด นางไม่อยากให้เรื่องราวบานปลาย ความเจ็บปวดเช่นนี้ช่างยากเกินกว่าทนรับไหว อย่างมากวันหน้านางก็แค่อยู่ให้ห่างๆ

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ทะลุมิติไปเป็นสาวน้อยนำโชคของครอบครัวชาวนา