บทที่579 เขาก็คือคุณชายเฉิน
และภายในห้องนั้น ฟางเจี่่ยนนันได้เล่าเรื่องที่เธอมาถึงเกาะโม่เต่า เมื่อสามเดือนก่อนและเกิดเรื่องบางอย่างขึ้น
ที่แท้ ฟางหยีน้องสาวของฟางเจี่่ยนนัน ก่อนหน้านี้หนึ่งปี เพื่อสืบหาตัวเองที่เป็น อะซาน บ้าใบ้เกิดอุบัติเหตุรถคว่ำ
จนกลายเป็นคนอัมพาต
ท่านปู่คิดว่าภัยพิบัติได้สิ้นสุดลงแล้วเขาและลูกสาวของเขาได้คืนดีกันแล้วและแม้กระทั่งคืนดีกับตระกูลเฉินทุกอย่างก็ดีขึ้นและเขาก็มีความสุขกับวัยชราได้
แต่กลับคิดไม่ถึงฟางหยีกลับเกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นได้
ด้วยความกังวลใจ ท่านปู่ล้มป่วยอีกครั้งเมื่อหกเดือนก่อน
ฟางเจี่่ยนนันจึงรีบไปหาหมอเทวดาโจ๋วด้วยความร้อนรน แท้จริงแล้วใจหนึ่งปีนี้ หมอเทวดาโจ๋วได้ทุ่มเทรักษาฟางหยีอย่างไม่ลดละ
บวกกับท่านปู่ก็ล้มป่วยลง
หมอเทวดาก็ได้ทำการรักษาตามใบสั่งยาที่ตัวเองให้ไว้ และเริ่มมองหามาตรการรับมือ
ในที่สุดก็พบใบสั่งยาสองรายการสำหรับการรักษาทั้งสอง แต่ใบสั่งยาทั้งสองยังขาดตัวยาที่เป็นตัวยานำพาอีกตัวหนึ่ง
ซึ่งตัวยานำพาตัวนั้นเรียกว่าจื่อเถิง
แต่ว่าในแผ่นดินใหญ่นั้นก็ไม่มี ไปทุกที่แล้วก็ยังหาไม่ได้
จึงได้รู้ว่าเกาะโม่เต่า เป็นแหล่งผลิตจื่อเถิง และคุณสมบัติของจื่อเถิง มันเก็บรักษาคุณสมบัติทางยาไว้ได้เพียงสามวันเท่านั้นหลังจากเด็ดมา
ไม่ว่าอย่างไรก็ไม่สามารถส่งไปได้
ดังนั้นเมื่อสามเดือนก่อนฟางเจี่่ยนนันจึงอาสาพาท่านปู่และน้องสาวมาที่เกาะโม่เต่า และอาจารย์หมอโจ๋วมาด้วย
เรื่องต่อจากนั้นก็เป็นเรื่องที่เข้ามาเกี่ยวพันกับตระกูลหยุน
หลังจากที่มาถึงเกาะโม่เต่า ก็ได้เสียเงินเสียทองไปมากมาย แต่หัวหน้าตระกูลหยุน ไม่รู้ว่าเพราะเหตุใด จึงไม่ยอมปล่อยฟางเจี่่ยนนันไป
โดยบอกว่าเซ่งจู้น้อย ได้ถูกใจในตัวเธอ
ตระกูลหยุน จึงทำหน้าที่เป็นแม่สื่อ
ซึ่งแน่นอนว่าฟางเจี่่ยนนันนั้นไม่ยินยอม เพราะเรื่องนี้จึงได้มีข้อพิพาทกับตระกูลหยุน ตระกูลฟางได้ส่งคนมาแต่ก็ประสบอุบัติเรือล่มกลางทาง
ตระกูลหยุน จึงได้จับตัวท่านปู่ น้องสาวและหมอเทวดาไว้
แล้วบีบให้ฟางเจี่่ยนนันต้องตอบตกลง
จึงได้เกิดเหตุการณ์เช่นวันนี้ขึ้น
เมื่อเฉินเกอฟังแล้ว เขาก็เกิดแอบรู้สึกผิดอยู่ในใจเพราะหากฟังให้ละเอียด สาเหตุของเรื่องที่เกิดขึ้นนี้ดูเหมือนจะเกี่ยวข้องกับตนเองอยู่ด้วยเล็กน้อย
ตัวเขาเองจึงไม่สามารถจะปัดความรับผิดชอบ
“เฉินเกอ หยุนหล้างคนนี้เป็นลูกชายคนเดียวของหยุนหลิน เขาถูกทำร้ายบาดเจ็บสาหัส เขาจะต้องไม่ปล่อยนายไว้แน่ เป็นเพราะฉันไม่ดีเอง! ตอนนี้ยังพอมีเวลา นายรีบหนีเถอะ!”
ฟางเจี่่ยนนันลากแขนของเฉินเกอแล้วพูดขึ้น
“มีอาจารย์ใหญ่อยู่หนึ่งคน เขาร้ายกาจมาก กองเรือของพวกเราตระกูลฟางก็โดนคนของเขานี่แหละทำให้อับปาง เขามีวรยุทธสูงส่ง เหมือนว่าเขาจะมีความสัมพันธ์กับลัทธิอะไรสักอย่างที่นี่ เฉินเกอนายหนีไปเถอะ!”
ฟางเจี่่ยนนันพูดขึ้นอีกครั้ง
“หนี? ทำไมต้องหนีด้วย? ในเมื่อได้ฟังเรื่องราวของพวกคุณแล้ว คุณวางใจเถอะ ผมจะช่วยคุณปู่และพวกเขาเอง!”
เฉินเกอฝืนยิ้มและพูดขึ้น
ในใจของฟางเจี่่ยนนันซาบซึ้งเป็นหนักหนา แต่ยิ่งเป็นเช่นนี้ก็จะยิ่งต้องไม่ทำร้ายเฉินเกอ
“ไปกันเถอะ เชื่อสิว่าไม่ต้องใช้เวลานานหรอก คนของตระกูลหยุน ต้องกลับมา ถ้าหากมันเป็นอย่างที่คุณว่า คุณชายหัวแก้วหัวแหวนของ ตระกูลหยุน อยู่ในมือผม ถ้าไม่อยากให้ลูกชายของตัวเองเป็นอะไร ก็ต้องทำข้อตกลงกับผม!”
เฉินเกอพูดอย่างเย็นชา
จากนั้นเขาก็เดินออกไปข้างนอก
อีกด้านที่บ่อน้ำพุร้อน ในตอนนี้รายล้อมไปด้วยผู้คนจำนวนมาก
พวกเขาต่างพากันชี้มือชี้ไม้พูดถึงหยุนหล้าง ที่หายใจรวยรินกำลังจะตาย
“อะไร? ใครมันช่างกล้า? ทำกับลูกชายข้า?”
เกาะโม่เต่า ตระกูลหยุน ชายวัยกลางคนหนึ่งระเบิดเสียงดังราวกับฟ้าผ่า
เส้นเลือดบนใบหน้าปูดโปนกระตุก
“ไม่รู้ เหมือนจะแซ่เฉิน คนพวกนั้นเรียกเขาว่าคุณชายเฉิน เขาเก่งมากเลย บอดี้การ์ดสิบกว่าคน อยู่ในมือเขาใช้เวลาเพียงไม่กี่สิบวินาที คุณชายก็ถูกเขาเหวี่ยงขึ้นฟ้าทรมานหลายต่อหลายครั้ง ตอนนี้ใกล้จะตายอยู่แล้ว!”
เพื่อนของหยุนหล้าง หลายต่างพากันร้องไห้
“มันหาเรื่องตายชัด ๆ!”
หยุนหลิน กำหมัดแน่น
“รีบไปเชิญท่านอาจารย์มา ให้เขาไปกับฉัน ไปช่วยหยุนหล้าง!”
หยุนหลิน ตะโกน
เมื่อได้ยินคำว่าอาจารย์สองคำนี้ กลุ่มเด็กวัยรุ่นก็เงยหน้าขึ้นมอง
ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ที่แท้....ฉันเป็นลูกเศรษฐี!
พระเอกแม่งโครต looser จัดสภาพ...