เย่ชิวรับกระบี่หยกจากมือของจื่อหยางเทียนจุน เพียงดูแวบเดียวก็รู้ว่ากระบี่หยกเล่มนี้ขนาดพอๆ กับยันต์ดาบที่จื่อหยางเทียนจุนเคยให้เขา ทว่าลักษณะกลับไม่เหมือนกันเสียทีเดียว
ใบกระบี่แคบ ปลายคมกริบ ราวกับสามารถแทงฝ่าอุปสรรคทั้งปวง
บนตัวกระบี่สลักลายเมฆและลายมังกรอย่างประณีต ลายเมฆล่องลอยคล้ายหมู่เมฆบนขอบฟ้า ส่วนลายมังกรทรงอำนาจดุดัน ราวจะทะยานขึ้นสู่เวหา อวดอำนาจและพลังอันไร้ขอบเขต
ตัวยันต์โดยรวมเป็นสีเขียวเข้ม ให้กลิ่นอายโบราณลึกซึ้ง ราวสีสันที่ธรรมชาติสั่งสมผ่านกาลนานนับล้านปี
ผิวเนียนลื่น สัมผัสอบอุ่น คล้ายผิวที่ถูกกาลเวลาลูบไล้จนเกิดความละมุนชวนให้รู้สึกเป็นมิตรอย่างบอกไม่ถูก
“ซือจู่ นี่คือยันต์ดาบหรือครับ?” เย่ชิวเอ่ยถาม
จื่อหยางเทียนจุนกล่าวว่า “ใช่ นี่คือยันต์ดาบ เพียงแต่ไม่เหมือนกับอันที่ข้าเคยให้เจ้าเมื่อคราวก่อน”
“ยันต์ดาบคราวก่อน บรรจุเจตจำนงกระบี่ของข้าไว้หนึ่งสาย ส่วนยันต์ดาบอันนี้ กลับซ่อนส่วนเสี้ยวร่างจำแลงแห่งเต๋าของข้าไว้”
“วันนี้สถานการณ์อันตรายเกินไป ย้อนนึกแล้วยังใจหวิว หากมิใช่ท่านเซิ่งจุนแห่งภูเขาศักดิ์สิทธิ์จงใจรอข้า ด้วยพลังของเขา เกรงว่าพวกเจ้าคงยากจะรอด”
“เพื่อหลีกเลี่ยงเหตุการณ์เช่นนี้ในภายหน้า เจ้ารับยันต์ดาบนี้ไปเถิด ยามพบอันตราย เพียงบีบยันต์นี้ให้แตก ร่างจำแลงแห่งเต๋าของข้าจะออกมาช่วยเจ้าต่อสู้ และในขณะเดียวกัน ร่างจริงของข้าก็จะรับรู้ตำแหน่งของเจ้าด้วย”
เย่ชิวได้ยินดังนั้นยินดีนัก กล่าวขอบคุณว่า “ขอบคุณซือจู่ครับ”
จื่อหยางเทียนจุนว่า “ยุคโกลาหลกำลังมา ข้าจะคุ้มครองเส้นทางแห่งเต๋าให้เจ้า เพื่อให้เจ้าก้าวไปได้ไกลและสูงกว่าเดิม”
“ว่าแต่ ชางเซิง บัดนี้ศึกจงโจวได้ข้อยุติแล้ว เจ้าต้องรีบหาอีกครึ่งส่วนของโชคชะตาแห่งเผ่ามนุษย์ให้พบ”
“ยิ่งสั่งสมโชควาสนามากเท่าไร โอกาสบรรลุเต๋าสู่จักรพรรดิก็ยิ่งมาก”
“และจำไว้ว่ามิใช่มีแค่เจ้าคนเดียวที่หมายตาโชควาสนา”
เย่ชิวพยักหน้าแรงๆ แล้วว่า “การมาจงโจวคราวนี้ จุดหมายของผมก็เพื่อตามหาอีกครึ่งส่วนของโชคชะตาแห่งเผ่ามนุษย์ ตอนนี้ภาพรวมในจงโจวได้ข้อยุติแล้ว ต่อจากนี้ผมจะมุ่งหาโชควาสนาอย่างเต็มที่ครับ”
“อืม” จื่อหยางเทียนจุนรับเสียงแผ่วเบา แล้วกล่าวว่า “รอให้ฉางเหม่ยคำนวณวันที่เขตต้องห้ามแห่งชีวิตจะปรากฏ เมื่อได้แล้วอย่าลืมส่งข่าวบอกข้า ถึงเวลานั้นข้าจะไปกับพวกเจ้าด้วย”
“ร่างจำแลงแห่งเต๋านี้ของข้าใกล้จะแตกสลายแล้ว คงไม่พูดมาก เจ้าจงดูแลตัวเองด้วย”
เย่ชิวว่า “ซือจู่ ท่านก็โปรดรักษาตัวด้วยครับ”
“แล้วพบกัน” วาจาขาดคำ ร่างของจื่อหยางเทียนจุนก็แตกสลายดังสนั่น หายลับไปในฟ้าดิน
เย่ชิวอดคิดไม่ได้ว่า ผู้ที่เป็นถึงผู้แข็งแกร่งระดับกึ่งจักรพรรดิ ล้วนเจ้าเล่ห์เหลี่ยมจัดกันทั้งนั้น
เกรงว่าแม้แต่พระสงฆ์ศักดิ์สิทธิ์แห่งเขาหลิงซานก็คงคิดไม่ถึงว่า คู่ต่อสู้ของเขาเมื่อครู่ ก็เป็นเพียงร่างจำแลงแห่งเต๋าอีกเช่นกัน
เย่ชิวยืนอยู่กับที่ เริ่มรวบเรียงสิ่งที่ต้องทำต่อไป
อย่างแรก สาวตัวสาขาจงโจวของยมโลกออกมาให้ได้ แล้วกวาดล้างเสียให้สิ้น
อย่างที่สอง หาอีกครึ่งส่วนของโชคชะตาแห่งเผ่ามนุษย์ให้พบ
อย่างที่สาม มุ่งหน้าเข้าสู่เขตต้องห้ามแห่งชีวิต เพื่อเสาะหาวิธีต่อชีวิตให้หลินเสี่ยวเหนียว
ทั้งสามเรื่องนี้ ไม่ว่าเรื่องใดก็ล้วนสำคัญต่อเย่ชิว ทว่าเขาทำได้เพียงทีละเรื่องเท่านั้น
ไม่ต้องคิดมากไปกว่านี้ เย่ชิวก็ตัดสินใจทันที ว่าสิ่งแรกคือการต่อชีวิตให้หลินเสี่ยวเหนียว
เพราะหลินเสี่ยวเหนียวเหลือเวลาอีกแค่หนึ่งปี สถานการณ์จวนตัวมาก
ส่วนอีกสองเรื่องสามารถเดินหน้าควบคู่กันได้ เพราะแคว้นโจวกำลังจะผนึกจงโจวเป็นหนึ่ง ขอเพียงเขาเอ่ยปาก ราชวงศ์ย่อมหนุนเต็มที่
เมื่อคิดตกแล้ว เย่ชิวจึงหันหลังจากไป
……
ยามอาทิตย์อัสดง ขอบฟ้าถูกแต้มด้วยสีสันฉูดฉาดของหมู่เมฆยามเย็น ดุจธงชัยโบกสะบัดอยู่บนเวิ้งนภา
หูเหลากวน
“พวกเขาคือขุนนางผู้ซื่อสัตย์ของเรา คือยอดนักรบของเรา คือผู้ที่หล่อหลอมผลงานอันอมตะด้วยชีวิตของตน”
“พวกเขา ทุกคนล้วนเป็นสุดยอดขุมทรัพย์ของชาติ เป็นวิญญาณแห่งชนชาติ!”
“เพื่อความสงบแห่งแคว้นโจว เพื่อความผาสุกของประชาชน พวกเขาก้าวสู่สมรภูมิอย่างเด็ดเดี่ยว ปะทะศัตรูด้วยเดิมพันคือชีวิต”
“พวกเขายอมพลีไม่หวน กล้าฝ่าฟัน ใช้การสละตนแลกแผ่นดินใต้บาทาของเราในวันนี้ และความสงบของผู้คนนับอสงไขยเบื้องหลังเรา”
“ณ ที่นี้ เราจะใช้จอกนี้ เซ่นสรวงดวงวิญญาณวีรชนแห่งกาลก่อน ผู้อุทิศชีพเพื่อความมั่นคงถาวรของแคว้นโจว!”
“ขออุทิศ สุราจอกนี้ แด่แม่ทัพหลี่ ผู้สิ้นชีพในศึกใหญ่หูเหลากวน!”
“ขออุทิศ แด่เหล่าทหารกล้าผู้ล้มลงในศึกหูเหลากวน!”
“ขออุทิศ แด่ประชาชนผู้ล้มตายใต้ไฟสงครามนับพันปีที่ผ่านมา!”
“และขออุทิศ แด่เหล่าทหารและนายพลผู้กล้า ที่เพื่อความสงบของแคว้นโจว ตลอดหลายพันปี ได้หลั่งเลือดบนผืนทรายเพื่อปราบกลียุค!”
ฮ่องเต้ต้าจโจวตรัสจบ ก็ทรงเทสุราในจอกลงสู่พื้น จากนั้นตรัสถามเหล่าทหารกล้าว่า “ทุกท่านคิดหรือไม่ว่า สงครามจงโจวจบแล้ว?”
“เราขอบอกว่า ศึกนี้ยังไม่สิ้น”
“ความโกลาหลทั่วจงโจวเริ่มต้นจากเว่ยหวาง และผู้ก่อการอย่างเว่ยหวาง บัดนี้ไม่รู้เป็นตายร้ายดี อยู่แห่งหนใดก็ไม่ทราบ”
ก่อนหน้านี้ พวกทหารเห็นเว่ยหวางประมือกับเย่ชิว แล้วเว่ยหวางก็หายตัวไปอย่างไร้สาเหตุ ต่างก็ฉงนใจอยู่ ครั้นได้ฟังฮ่องเต้ต้าจโจวตรัส จึงเพิ่งเข้าใจว่า แท้จริงเว่ยหวางหนีไป
ฮ่องเต้ต้าจโจวเหลือบมองเย่ชิวคราหนึ่ง แล้วประกาศว่า “เราขอประกาศ ณ ที่นี้ ไม่ว่าเป็นผู้ใด ตราบใดที่ตัดศีรษะเว่ยหวางได้ ผู้นั้นจักได้เป็นฮ่องเต้ต้าจโจวองค์ใหม่!”
ถ้อยคำยังอุ่นอยู่ในอากาศ เบื้องล่างก็ฮือฮากันไปทั้งสนาม ทว่าก่อนที่ความตื่นตะลึงจะจาง เงาร่างของเว่ยหวางก็ผุดโผล่ขึ้นต่อหน้าหนิงอันอย่างไร้ปี่มีขลุ่ย
“ฉับ!”
ดาบยาวชักออกจากฝัก เว่ยหวางถูกสังหารคาที่ทันใด

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: วิสารทแพทย์เทวัญ
ตอนที่ 261-281 ทำไมมีตอนละไม่กี่บรรทัด...
เรื่องนี้มีเติมเงินอ่านไหมครับ แนะนำหน่อย...
ทำไมลงวันละตอนแล้วครับ ช่วยชี้แจงหน่อยครับ...
ทำไมช่วงนี้ลงวันละตอนล่ะครับอีกอย่างช่วงแรกได้อ่านตั้งแต่7โมงเช้าแต่พอลงตอนเดียวต้องอ่านตอน3โมงเย็น...
ไอ้ชิบหาย มีแต่หน้าเปล่าๆมา3วันแล้ว พอๆเลิกอ่านบล็อคแม่งออกเลย หนังสือที่อื่นมีอ่านเยอะแยะ...
หลังๆทำไมลงแต่หน้าเปล่า ไม่มีตัวหนังสือสักตัว...
จะอ่านบท1611-1616ยังใงคับ...
ตอนที่ 267 - 301 มีแค่ 2-3 บรรทัดเองรบกวนแก้ไขให้ด้วยครับ ขอบคุณครับ...
อยากอ่านจนจบเรื่องทำไงบ้างครับ...
ฮาเร็มไหมครับ...