“พระไวโรจนพุทธะ แสงบริสุทธิ์แห่งโลก!”
อู๋ฮวาตวาดลั่น ทันใดนั้นแสงพุทธะรอบกายก็พลุ่งพวยขึ้น ราวกับมีแสงทองคำไม่รู้จบไหลทะลักออกจากร่าง กลายเป็นเสาแสงสุกสว่างพุ่งทะยานสู่ท้องฟ้า
ชั่วพริบตาเดียว ดวงอาทิตย์ทองคำมหึมาดวงหนึ่งก็ปรากฏขึ้นกลางทะเลเมฆ เปล่งรัศมีเจิดจ้าไร้ที่สิ้นสุด
แสงนั้นแฝงพลังชำระล้างสรรพสิ่งบนโลกา กวาดต้อนใส่มังกรสายฟ้าที่แปรเปลี่ยนมาจากค้อนสายฟ้าสีม่วง
“ตูม!”
สองพลังปะทะกัน ระเบิดเสียงดังสนั่นหู จนทั่วทั้งฟ้าดินสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง
ทันใดนั้น มังกรสายฟ้าก็แตกสลาย
เซวียนหยวนหรงเอ๋อร์เห็นดังนั้น คิ้วเรียวงามขมวดแน่น นางมองออกทันทีว่าหมัดนี้ของอู๋ฮวา พลังไม่อาจดูแคลนได้เลย
ฟึบ!
อู๋ฮวาก้าวเดียวเหยียบขึ้นสู่สุญญากาศ เหนือศีรษะมีพระไวโรจนพุทธะสถิตอยู่ ทั้งร่างอาบไปด้วยแสงพุทธะ ประกอบกับใบหน้าหล่อเหลาของเขา ยิ่งทำให้ดูคล้ายพระอริยะอยู่หลายส่วน
“อะมิตาภะ!”
อู๋ฮวาสวดพระนามพุทธะออกมาคำหนึ่ง ก้มมองเซวียนหยวนหรงเอ๋อร์จากที่สูง พลางยิ้มเอ่ยว่า “คุณหนูเซวียนหยวน อาตมาขอเตือนให้เจ้ายอมมัดมือมัดเท้าเสียเถอะ”
“ถึงกำลังของเจ้าจะไม่ธรรมดา แต่อาตมาครอบครองวิชาศักดิ์สิทธิ์แห่งพุทธะอยู่มากมาย เจ้าหาใช่คู่มืออาตมาไม่”
“ขอเพียงเจ้ายอมเชื่อฟังดี ๆ อาตมารับรองว่าจะไม่ให้เจ้ารับบาดเจ็บแม้แต่นิดเดียว”
ตอนเอ่ยคำพูดนั้น ถึงใบหน้าของอู๋ฮวาจะยังยิ้มอยู่ แต่เสียงกลับเย็นเยียบชวนขนลุก แฝงภัยคุกคามเต็มเปี่ยม
“ยอมมัดมือมัดเท้า? ฮึ ทำไมเจ้าไม่ไปตายดี ๆ เสียเองล่ะ?”
“ไอ้พระชั่ว แกมีหน้าคน แต่ไม่พูดจาแบบคน ยังต่างอะไรกับเดรัจฉาน?”
“ในสายตาข้า แกเป็นคนในพุทธศาสนา แต่กลับทำการอันลอบกัดเลวทราม เลวยิ่งกว่าสัตว์เดรัจฉานเสียอีก”
สีหน้าอู๋ฮวาแปรเปลี่ยนเป็นเย็นดำ “ในเมื่อพูดดี ๆ แล้วเจ้ายังไม่ยอมฟัง ก็ได้…งั้นก็มีแต่ต้องให้เจ้าชิมรสความเจ็บปวดสักหน่อยแล้ว”
ตู้ม!
ทันทีที่คำพูดของอู๋ฮวาขาดหาย พระไวโรจนพุทธะเหนือศีรษะเขาก็แผ่แสงบริสุทธิ์แห่งโลกสายหนึ่งออกมา ทะลวงลงมาครอบคลุมเซวียนหยวนหรงเอ๋อร์โดยตรง
เผชิญหน้ากับการโจมตีอันรุนแรง เซวียนหยวนหรงเอ๋อร์ยังคงไม่เปลี่ยนสีหน้า นางสูดลมหายใจลึก พลังชี่ภายในกายพลุ่งพล่าน ราวกับกำลังสั่นสะเทือนสอดรับกับสายฟ้าในฟ้าดิน พลังมหาศาลสายหนึ่งกำลังหลอมรวมขึ้นในร่าง
ค้อนสายฟ้าสีม่วงในมือของนางหมุนคว้าง เปล่งประกายสายฟ้าแปลบปลาบ
ครู่หนึ่งผ่านไป
“มังกรคลั่งสายฟ้าสีม่วง ฟาดฟ้าแล้งรุ่งอรุณ!”
เซวียนหยวนหรงเอ๋อร์ตวาดเสียงกร้าว ฟาดค้อนสายฟ้าสีม่วงออกไปอย่างสุดแรง อีกครั้งที่มันแปรเปลี่ยนเป็นมังกรสายฟ้าสีม่วงตัวหนึ่ง
เพียงแต่ครั้งนี้ มังกรสายฟ้าสีม่วงกลับยาวนับพันจ่าง ลำตัวมหึมาอย่างเหลือเชื่อ แผ่กระแสโหดเหี้ยมราวจะทำลายฟ้าถล่มดินถลาย ทะยานชนใส่แสงบริสุทธิ์แห่งโลกของอู๋ฮวาอย่างบ้าคลั่ง
“ครืน ๆ ๆ …”
สองพลังปะทะกันกลางอากาศ ราวกับจะแผดเผาล้างโลกให้มลาย
ภายในสุญญากาศ ถึงกับปรากฏรอยแยกมิตินับร้อยสาย
รอบ ๆ รอยแยกมิติเหล่านั้น ยังมีหลุมดำโผล่ขึ้นมานับสิบ
ภายในหลุมดำหมอกขุ่นข้นกลิ้งตัวไปมา ดุจสัตว์ศักดิ์สิทธิ์ผู้เขมือบสรรพสิ่งอ้าปากโลหิตขนาดมหึมา ทำให้ผู้คนขนลุกขนพอง
สายฟ้ากับแสงพุทธะสอดประสานกัน เหนือใต้มิอาจตัดสินแพ้ชนะ คล้ายสัตว์อสูรยุคโบราณสองตนกำลังขย้ำฆ่ากันอย่างดุเดือด
เงาร่างของอู๋ฮวากับเซวียนหยวนหรงเอ๋อร์ปรากฏลางเลือนในแสงจ้า ทั้งสองราวกับกลายเป็นเทพสงครามสองตน ต่างฝ่ายต่างงัดพลังวิเศษไร้เทียมทานออกมาโรมรัน รับรุกสลับไปมาอย่างดุเดือดร้อนแรง
การต่อสู้ได้เข้าสู่ช่วงดุเดือดที่สุดแล้ว
ร่างอู๋ฮวาส่ายวูบไปมา อาศัยความลึกล้ำของก้าวไร้รูปลักษณ์แห่งภูเขาหลิง หลบหลีกการโจมตีของเซวียนหยวนหรงเอ๋อร์อย่างฉิวเฉียด
เขาประสานมือร่ายอาคม ปากเปล่งเสียงสวดมนต์ไม่ขาด แต่ละกระบวนท่าล้วนแฝงหลักธรรมลึกซึ้งแห่งพุทธศาสนา พลังทำลายล้างน่าตกตะลึง
ร่างของนางพุ่งโค้งเป็นเส้นยาวกลางอากาศ ก่อนจะร่วงกระแทกพื้นอย่างแรงกระเทือน แล้วพ่นเลือดสดคำหนึ่งออกมา
“หรงเอ๋อร์!”
หรงอี้เห็นดังนั้นก็ร้องลั่น รีบตะโกนใส่อู๋ฮวาด้วยความโกรธเกรี้ยว “แกกล้าแตะต้องหรงเอ๋อร์อีกสักนิดเดียว ข้าจะฉีกเนื้อหั่นศพแกไม่ให้เหลือ!”
ใบหน้าอู๋ฮวาเย็นชืด เขาเกลียดที่สุดก็คือมีคนมาตะโกนใส่หน้าแบบนี้ เมื่อก่อนอยู่ที่วัดต้าหลยิน นอกจากพระสงฆ์ศักดิ์สิทธิ์แห่งเขาหลิงซานแล้ว ยังมีใครกล้ามาไม่เคารพเขาอีก?
นี่มันครั้งที่เท่าไรแล้วที่หรงอี้กล้าตะโกนใส่ข้า?
แม่ง แกคิดว่าเป็นแค่ราชานักบุญไร้เทียมทานแล้วกูจะกลัวนักรึ?
ทว่าจากปฏิกิริยาของหรงอี้ อู๋ฮวาก็พอจะมองออกว่าหรงอี้ให้ความสำคัญกับเซวียนหยวนหรงเอ๋อร์มากเพียงใด
ฮึ ขอแค่เซวียนหยวนหรงเอ๋อร์อยู่ในกำมือข้า ต่อให้แกเป็นกึ่งจักรพรรดิ ก็ต้องตกอยู่ใต้อำนาจของข้าอยู่ดี
คิดได้ดังนั้น อู๋ฮวาก็ไม่พูดเสียคำ รีบพุ่งตรงไปยังเซวียนหยวนหรงเอ๋อร์ทันที
เซวียนหยวนหรงเอ๋อร์เห็นท่า รีบลุกพรวดขึ้นมาคว้าค้อนสายฟ้าสีม่วงเตรียมรับศึก ทันใดนั้นเอง เสียงของเย่ชิวก็ดังขึ้นข้างหูนาง “คุณหนูเซวียนหยวน ไม่นึกเลยว่าเจ้าเล่นละครเก่งไม่ใช่เล่นนะ”
“พอแค่นี้ก็พอ ไม่ต้องสู้เอาเป็นเอาตายกับมัน”
“ปล่อยไอ้หมอนี่ให้หรงอี้จัดการเถอะ”
เมื่อพูดจบ เย่ชิวก็รีบส่งเสียงลับให้จางเหมยเจินเหรินกับคนอื่น ๆ อย่างแนบเนียน “เวลาได้แล้ว ถอนตัว”
จางเหมยเจินเหรินกับพวกเตรียมตัวกันไว้ก่อนแล้ว พอได้ยินคำสั่งของเย่ชิว แต่ละคนก็รีบแกล้งทำเป็นถูกหรงอี้ซัดกระเด็นออกไปทันที
เมื่อไม่ต้องถูกทุกคนรุมโจมตีอีก หรงอี้ก็หันขวับกลับมา สายตาจ้องเขม็งไปยังอู๋ฮวา แววตาเต็มไปด้วยจิตสังหาร
“ไอ้กะลาหัวเน่า แกกล้าแตะต้องหรงเอ๋อร์ต่อหน้าข้า วันนี้ถึงแกจะมีสิบหัว ข้าก็จะบิดให้หลุดออกมาทุกหัว!”
ในขณะที่อู๋ฮวาใกล้จะพุ่งถึงเบื้องหน้าเซวียนหยวนหรงเอ๋อร์อยู่แล้ว ทันใดนั้นเอง ก็มีฝ่าเท้าใหญ่ข้างหนึ่งร่วงลงมาจากฟากฟ้า เตะใส่อู๋ฮวาจนกระเด็นปลิวออกไปทันที
วินาทีถัดมา หรงอี้ก็ปรากฏตัวขึ้นหน้าตรงหน้าเซวียนหยวนหรงเอ๋อร์ ทั่วร่างเปล่งแสงศักดิ์สิทธิ์พันเกี่ยวราวหมอก ท่าทางดั่งราชาเซียนเสด็จลงสู่โลกมนุษย์

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: วิสารทแพทย์เทวัญ
ตอนที่ 261-281 ทำไมมีตอนละไม่กี่บรรทัด...
เรื่องนี้มีเติมเงินอ่านไหมครับ แนะนำหน่อย...
ทำไมลงวันละตอนแล้วครับ ช่วยชี้แจงหน่อยครับ...
ทำไมช่วงนี้ลงวันละตอนล่ะครับอีกอย่างช่วงแรกได้อ่านตั้งแต่7โมงเช้าแต่พอลงตอนเดียวต้องอ่านตอน3โมงเย็น...
ไอ้ชิบหาย มีแต่หน้าเปล่าๆมา3วันแล้ว พอๆเลิกอ่านบล็อคแม่งออกเลย หนังสือที่อื่นมีอ่านเยอะแยะ...
หลังๆทำไมลงแต่หน้าเปล่า ไม่มีตัวหนังสือสักตัว...
จะอ่านบท1611-1616ยังใงคับ...
ตอนที่ 267 - 301 มีแค่ 2-3 บรรทัดเองรบกวนแก้ไขให้ด้วยครับ ขอบคุณครับ...
อยากอ่านจนจบเรื่องทำไงบ้างครับ...
ฮาเร็มไหมครับ...