เมืองหลิงหยุน
นี่คือเมืองแรกที่เย่ชิวกับจางเหมยเจินเหรินเลือกมาสืบ เพราะเป็นเมืองที่ใหญ่ที่สุด และมีประชากรสูญหายมากที่สุด
ตอนที่เย่ชิวกับจางเหมยเจินเหรินมาถึง เมืองหลิงหยุนก็มีคนมารวมตัวกันอยู่ไม่น้อยแล้ว
เพียงแต่คนพวกนี้ไม่ใช่ชาวเมืองที่หายตัวไป แต่เป็นองครักษ์ประจำวังที่อู่เชียนฟานพามา
พอเย่ชิวกับจางเหมยเจินเหรินลงจอด ก็มีองครักษ์ประจำวังกลุ่มหนึ่งวิ่งตรงเข้ามา
“ขอคารวะท่านเจ้าบ่าวหลวง!”
“ขอคารวะหัวหน้าสำนักดูดาว!”
องครักษ์ประจำวังเหล่านี้ล้วนรู้จักเย่ชิวกับจางเหมยเจินเหรินกันทั้งนั้น รีบคุกเข่าคำนับกันพรึ่บ
จางเหมยเจินเหรินถึงเพิ่งจะนึกขึ้นได้ว่า ตัวเองถูกหนิงอันแต่งตั้งให้เป็นหัวหน้าสำนักดูดาวของสำนักดูแลฟ้าหลวง ถ้าไม่ใช่เพราะองครักษ์พวกนี้มาคำนับ เขาคงลืมไปแล้วจริง ๆ
เย่ชิวยังไม่ทันเอ่ย จางเหมยเจินเหรินก็抢พูดขึ้นก่อนว่า “ลุกขึ้นเถอะ!”
“ขอบคุณท่านเจ้าบ่าวหลวง ขอบคุณหัวหน้าสำนักดูดาว!” องครักษ์ทั้งหลายพากันลุกขึ้นยืน
มุมปากจางเหมยเจินเหรินกระตุก ในใจด่าเงียบ ๆ ว่า ก็ข้าเป็นคนบอกให้ลุกแท้ ๆ จะไปขอบคุณไอ้เด็กกระจ้อยตรงนั้นทำไมกัน?
“อู่เชียนฟานล่ะ?” เย่ชิวถามขึ้นตรง ๆ
“กราบทูลท่านเจ้าบ่าวหลวง อ๋องอยู่ที่จวนเจ้าเมืองขอรับ” องครักษ์คนหนึ่งตอบ
เย่ชิวว่า “รู้แล้วล่ะ พวกเจ้าไปทำงานกันต่อเถอะ”
“ท่านเจ้าบ่าวหลวง ให้กระผมพาไปจวนเจ้าเมืองไหมขอรับ?” องครักษ์คนเดิมเอ่ยขึ้นมาอีกครั้ง
“ไม่ต้อง” เย่ชิวพูดจบ ก็พาจางเหมยเจินเหรินมุ่งหน้าไปยังจวนเจ้าเมืองทันที
องครักษ์กลุ่มนั้นมองตามแผ่นหลังของเย่ชิวที่ค่อย ๆ ลับไปทีละน้อย แววตาแต่ละคนเต็มไปด้วยความเลื่อมใสศรัทธา
“ท่านเจ้าบ่าวหลวงไม่เพียงพลังบำเพ็ญเพียรสูงส่ง ยังเปี่ยมด้วยพรสวรรค์ทางอักษร ถ้าเทียบกับท่านแล้ว ข้ารู้สึกว่าตัวเองมันก็แค่เศษขยะชิ้นหนึ่งเท่านั้น!”
“ถ้าสักวันหนึ่งเราเก่งได้สักครึ่งของท่านเจ้าบ่าวหลวงก็ดีสิ!”
“ท่านเจ้าบ่าวหลวงช่างเป็นเทพเดินดินแท้ ๆ!”
“……”
จวนเจ้าเมือง
ห้องหนังสือ
อู่เชียนฟานสวมชุดเกราะเต็มยศ นั่งอยู่หลังโต๊ะหนังสือกว้างใหญ่ ระหว่างคิ้วแผ่กระจายไอสังหารอันทำให้คนไม่กล้าเข้าใกล้โดยไม่รู้ตัว
ในมือเขาถือม้วนเอกสารสายตาคมกริบราวมีด กวาดอ่านอย่างจดจ่อเหมือนจะมองทะลุไปถึงความหมายที่ซ่อนอยู่หลังทุกตัวอักษร
บนโต๊ะหนังสือกองเอกสารวางซ้อนกันเต็มไปหมด ถูกเปิดกางไว้ทุกแผ่น เห็นได้ชัดว่าอู่เชียนฟานอ่านผ่านมาแล้วทั้งนั้น
พอดีมีองครักษ์คนหนึ่งถือถาดน้ำชาเดินเข้ามา เอ่ยว่า “ท่านอ๋อง ตั้งแต่มาถึงที่นี่ท่านยังไม่หยุดพักเลย ดื่มชาพักสักครู่ก่อนค่อยอ่านต่อเถอะขอรับ”
“วางชาไว้ เจ้าถอยออกไปก่อน” อู่เชียนฟานสั่งกำชับว่า “แล้วไปบอกคนด้านล่างด้วย ถ้ามีข่าวอะไรใหม่ ต้องรีบมารายงานข้าเป็นคนแรก”
“พะย่ะค่ะ!” องครักษ์รับคำ แล้วรีบเดินออกไป
องครักษ์เพิ่งจะออกไปได้ไม่นาน ก็มีเสียงดังขึ้นมากลางห้องหนังสือ
“ว่าไงจ้ะท่านพี่เขย งานราชการจะยุ่งยังไง ร่างกายก็ต้องดูแลด้วยนะ”
ถัดจากนั้น เย่ชิวกับจางเหมยเจินเหรินก็ปรากฏตัวขึ้นกลางห้องเสมือนโผล่มาจากอากาศเปล่า
อู่เชียนฟานเงยหน้าขึ้นอย่างรวดเร็ว พอเห็นว่าเป็นเย่ชิวกับจางเหมยเจินเหริน ใบหน้าก็คลายยิ้มอย่างดีใจ รีบลุกออกมารับ “พี่ใหญ่ ท่านนักพรต มาแล้วหรือ”
ว่ากันตามอายุ อู่เชียนฟานแก่กว่าเย่ชิว เพียงแต่คราวนั้นบนภูเขาอมตะเขาแพ้ให้เย่ชิว จึงพูดคำออกมาว่าจะยอมเป็นข้ารับใช้ของเย่ชิว แต่ติดที่ยังมีความเกี่ยวดองกับหนิงอันอยู่ เย่ชิวจะปล่อยให้ท่านพี่เขยตัวเองมาเป็นข้ารับใช้ได้ยังไงกัน
ทว่าอู่เชียนฟานก็ไม่รู้ไปเพี้ยนตอนไหน ดันอยากทำตัวเหมือนหลินต้าหนiao คะยั้นคะยอจะเรียกเย่ชิวว่า “พี่ใหญ่” อยู่ให้ได้
จางเหมยเจินเหรินเอ่ยทักอย่างกันเอง “เชียนฟานเอ๊ย เราคุ้นกันขนาดนี้แล้ว อย่าเรียกข้าว่าท่านนักพรตให้มันห่างเหินเลย”
อู่เชียนฟานเผลอถามออกไปโดยไม่คิด “แล้วให้ข้าเรียกท่านว่าอะไรดีล่ะ”
จางเหมยเจินเหรินเชิดคางขึ้นนิด “เรียกว่าหัวหน้าสำนักดูดาว!”

VERIFYCAPTCHA_LABEL
ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: วิสารทแพทย์เทวัญ
ตอนที่ 261-281 ทำไมมีตอนละไม่กี่บรรทัด...
เรื่องนี้มีเติมเงินอ่านไหมครับ แนะนำหน่อย...
ทำไมลงวันละตอนแล้วครับ ช่วยชี้แจงหน่อยครับ...
ทำไมช่วงนี้ลงวันละตอนล่ะครับอีกอย่างช่วงแรกได้อ่านตั้งแต่7โมงเช้าแต่พอลงตอนเดียวต้องอ่านตอน3โมงเย็น...
ไอ้ชิบหาย มีแต่หน้าเปล่าๆมา3วันแล้ว พอๆเลิกอ่านบล็อคแม่งออกเลย หนังสือที่อื่นมีอ่านเยอะแยะ...
หลังๆทำไมลงแต่หน้าเปล่า ไม่มีตัวหนังสือสักตัว...
จะอ่านบท1611-1616ยังใงคับ...
ตอนที่ 267 - 301 มีแค่ 2-3 บรรทัดเองรบกวนแก้ไขให้ด้วยครับ ขอบคุณครับ...
อยากอ่านจนจบเรื่องทำไงบ้างครับ...
ฮาเร็มไหมครับ...