“เหล่าโต้วซี ขึ้นไปสิ!”
เย่ชิวตะโกนลั่น
จางเหมยเจินเหรินหน้าถอดสีด้วยความตกใจ พลางว่า “ขึ้นบ้าอะไรกันเล่า พลังบำเพ็ญเพียรเขาสูงกว่าข้าตั้งเยอะ ไอ้เด็กเวร ไอ้เจ้าแก่คนนั้นเจ้าไปจัดการเองเถอะ!”
พูดจบ เขาก็รีบหลบไปอยู่ด้านหลังเย่ชิวทันที
“ขี้ขลาดเหมือนหนูเลย” เย่ชิวทำหน้าเหยียดหยาม
ในขณะที่กรงเล็บผีอันใหญ่ยักษ์นั่นกำลังใกล้เข้ามาเรื่อย ๆ เย่ชิวก็เอ่ยขึ้นว่า “เดี๋ยวก่อน”
ทันใดนั้น กรงเล็บผีของท่านผู้เฒ่าแปดก็หยุดค้างอยู่กลางอากาศ เขามองเย่ชิวแล้วยิ้มเย็น “ไงล่ะ ตอนนี้รู้จักกลัวแล้ว? เมื่อก่อนไปไหนมา? ขอบอกไว้เลย ตอนนี้จะมานั่งเสียใจ มันสายไปแล้ว…”
“ท่านเข้าใจผิดแล้ว” เย่ชิวชี้ไปที่ท่านผู้เฒ่าเจ็ด พลางว่า “ข้าหมายความว่า ให้พวกท่านสองคนขึ้นมาพร้อมกันเลย”
อวดดีเกินไปแล้ว!
ท่านผู้เฒ่าแปดได้ยินดังนั้น แววตาก็วูบไหวด้วยโทสะ ก่อนจะแปรเป็นเสียงหัวเราะเย็น “ฮึ เด็กน้อย เจ้าก็อหังการเกินไปหน่อยแล้วล่ะ เจ้าคิดว่ามีแค่ตัวคนเดียว แล้วจะรับมือพวกข้าได้พร้อมกันสองคนอย่างนั้นรึ? ฝันกลางวันชัด ๆ!”
ท่านผู้เฒ่าเจ็ดก็หน้ามืดหม่นเช่นกัน เขาก้าวออกมายืนเคียงข้างท่านผู้เฒ่าแปด หมอกสีเทาบนร่างทั้งสองหมุนวนโอบล้อม กลายเป็นพลังออร่ากดดันจนแทบหายใจไม่ออก
“เด็กน้อย หยุดโอหังได้แล้ว”
“เจ้ารู้บ้างไหมว่าพวกเราเป็นใคร กล้าพูดกับพวกเราแบบนี้?”
“แต่ข้าเห็นแก่ที่เจ้าอายุยังน้อย กว่าจะบำเพ็ญจนถึงขอบเขตราชานักบุญได้ไม่ใช่ง่าย ๆ ข้าพอจะชี้ทางรอดให้เจ้าได้สักทาง”
“หากเจ้าว่าง่าย ยอมเข้าร่วมเผ่ามิ่ง มาเป็นศิษย์ของข้า เรื่องที่เจ้าล่วงเกินพวกเรา ข้าก็จะไม่เอาโทษ”
ที่จริงท่านผู้เฒ่าเจ็ดเล็งเย่ชิวไว้ตั้งนานแล้ว
เด็กนี่อายุยังน้อยแต่กลับทะลวงถึงขอบเขตจอมราชันเซียนขั้นสูงสุดได้แล้ว ย่อมพิสูจน์ว่าพรสวรรค์โดดเด่นยิ่งนัก เพียงได้รับการขัดเกลาอีกหน่อย ย่อมกลายเป็นยอดผู้แข็งแกร่งฝ่ายหนึ่งได้ไม่ยาก
หากเขารับเย่ชิวมาเป็นศิษย์ ต่อให้ไม่นานนัก เด็กคนนี้ก็ต้องกลายเป็นม้ามืดของเผ่ามิ่งแน่นอน
ถึงตอนนั้น ตัวเขาเองก็จะได้อาศัยศิษย์ดี ๆ คนหนึ่งให้ฐานะในเผ่ามิ่งสูงทะยานขึ้นอย่างรวดเร็ว เหล่าผู้อาวุโสคนอื่นต้องอิจฉาจนลูกตาแทบถลน
ท่านผู้เฒ่าแปดได้ฟัง ก็เดาใจท่านผู้เฒ่าเจ็ดออกทันที รีบร้อนพูดกับเย่ชิวว่า “ขอเพียงเจ้ามาเป็นศิษย์ของข้า ข้าไม่เพียงจะไว้ชีวิตเจ้า แต่ยังคุ้มกันให้เจ้ามีเกียรติยศเงินทองตลอดชีวิต”
ท่านผู้เฒ่าเจ็ดขมวดคิ้วเล็กน้อย เอ่ยด้วยความไม่ค่อยพอใจว่า “เจ้าแปด เจ้าจะแย่งคนกับข้าอย่างนั้นรึ?”
ท่านผู้เฒ่าแปดยิ้ม “ท่านพี่เจ็ด จะเรียกว่าแย่งได้อย่างไร ใจรักคนมีพรสวรรค์ ข้าก็มีเหมือนกันนะ!”
“เจ้าก็เท่ากับแย่งนั่นแหละ” ท่านผู้เฒ่าเจ็ดว่า “อย่าลืม ว่าข้าเป็นคนพูดก่อนว่าจะรับเขาเป็นศิษย์”
“แต่เด็กนั่นยังไม่ตอบรับไม่ใช่หรือ?” ท่านผู้เฒ่าแปดพูด “ในเมื่อเขายังไม่ตกลง ข้าก็ไม่ได้ผิดกฎอะไรนี่”
ท่านผู้เฒ่าเจ็ดว่า “เจ้าแปด ยังไงเสียก็เป็นข้าที่จองตัวเขาไว้ก่อน เจ้าทำแบบนี้มันไม่ค่อยแฟร์เท่าไร”
ท่านผู้เฒ่าแปดหัวเราะ “ท่านพี่เจ็ด พูดแบบนั้นไม่ได้หรอก ข้าก็บอกแล้วว่า เจ้าหนูเขายังไม่ยอมรับซักคำ”
“เด็กนั่นไม่พูด ไม่ได้แปลว่าเขาไม่ยอมรับ” ท่านผู้เฒ่าเจ็ดทำหน้าขรึม “เจ้าแปด ตอนนี้เจ้ามาแย่งคนกับข้า ก็ชัด ๆ ว่าจงใจจะตีกับข้า”
ท่านผู้เฒ่าแปดรีบอธิบาย “ท่านพี่เจ็ด ท่านเข้าใจข้าผิดแล้ว ข้าไม่ได้คิดจะตีกับท่านเลย…”
“เจ้าก็คิดจะตีกับข้าอยู่นั่นแหละ!”
“ข้าเปล่า”
“แล้วเจ้ามาแย่งคนกับข้าทำไม?”
“เพราะข้ารักคนมีพรสวรรค์ไงเล่า!”
“รักบ้ารักบออะไรกัน เจ้าไม่เคยคิดจะรับศิษย์ ไม่รับตอนเช้าไม่รับตอนเย็น มาวันนี้พอข้าจะรับศิษย์ เจ้าก็โผล่มาแย่ง ชัด ๆ ว่าตั้งใจจะตีกับข้า”
“ท่านพี่เจ็ด ท่านจะมองยังไงก็เรื่องของท่าน เถอะ อย่างไรเสีย ข้าก็ถูกใจเด็กนั่นเข้าแล้ว”
เย่ชิวถึงกับสงสัยอยู่พักใหญ่ ว่าผู้อาวุโสเผ่ามิ่งสองคนนี้เป็นพวกนายทุนกลับชาติมาเกิดหรือเปล่า
เพราะในความทรงจำของเขา มีแค่นายทุนนี่แหละที่ชอบเล่นมุกแบบนี้ เรียกกันติดปากว่า “ขายฝัน”
ตัวเองยังไม่มีศาสตราเทพไร้เทียมทานแม้แต่ชิ้นเดียวติดตัวอยู่ชัด ๆ ดูท่าหรือไม่ก็สองคนนี้จนมาก หรือไม่ก็เผ่ามิ่งทั้งเผ่านั่นแหละที่จน
งั้นจะคุยกันไปทำหอกอะไรอีก
สีหน้าเย่ชิวเย็นเยียบลง เขาพูดว่า “ไม่มีอะไรติดตัวสักอย่าง แต่คิดจะให้ข้าไปเป็นศิษย์ พวกเจ้าทำไมไม่เอาน้ำฉี่มาส่องดูหน้าตัวเองหน่อยล่ะ แบบนี้ยังกล้าบอกว่าตัวเองคู่ควรอีกหรือ?”
ท่านผู้เฒ่าแปดโกรธจัด “เด็กน้อย ข้าบอกเจ้าไว้ก่อนนะ ข้าเป็นถึงผู้อาวุโสของเผ่ามิ่ง มีทั้งยศสูงอำนาจใหญ่ คนในเผ่ามิ่งที่อยากเข้ามาอยู่ใต้สำนักข้านับไม่ถ้วน อย่ามาไร้ยางอายไม่รู้จักที่สูงที่ต่ำเสียให้ยาก”
ท่านผู้เฒ่าเจ็ดเสริมต่อ “ส่วนข้า ในบรรดาสิบผู้เฒ่าใหญ่ของเผ่ามิ่ง ข้ารั้งอันดับที่เจ็ด ขอแค่เจ้าเป็นศิษย์ของข้า ต่อไปในเผ่ามิ่งจะไม่มีใครกล้าก่อกวนเจ้า”
เย่ชิวทำหน้าไม่ใส่ใจ “เลิกโม้ได้แล้วเถอะ พวกเจ้าก็แค่พระดินข้ามแม่น้ำ ตัวเองยังเอาตัวไม่รอด ยังจะคิดมารับข้าเป็นศิษย์อีก ช่างไม่รู้เลยว่าคำว่า ‘ตาย’ เขียนยังไง”
“ข้าไม่มีความอดทนมานั่งเล่นกับพวกเจ้าทีละคนหรอก ขึ้นมาพร้อมกันเลยดีกว่า จะได้ไม่เสียเวลาข้า”
ท่านผู้เฒ่าแปดโกรธจนกลับหัวเราะ “เด็กน้อย ข้ายังไม่เคยเจอใครกล้ากร่างเท่าเจ้าเลย…”
“ตอนนี้ก็เจอแล้วนี่” เย่ชิวว่า “อย่าคิดว่าตัวเองเป็นผู้อาวุโสเผ่ามิ่งแล้วจะยิ่งใหญ่ ข้ากำมือครั้งเดียวก็บีบเจ้าตายได้ เชื่อไม่เชื่อ?”
“ข้าไม่เชื่อ—”
คำพูดยังไม่ทันหลุดปากจบ ท่านผู้เฒ่าแปดก็เห็นเย่ชิวเหยียดมือขวาออกไป กำอากาศตรงหน้าเขาอย่างแรง
ชั่วพริบตาเดียว ท่านผู้เฒ่าแปดก็รู้สึกได้ถึงพลังอันไม่อาจขัดขืนถาโถมเข้าครอบงำตัวเอง หมอกสีเทาทั่วร่างถูกบดขยี้หายวับไปในทันที
“อะไรนะ?”
ดวงตาท่านผู้เฒ่าแปดเบิกกว้างเต็มไปด้วยความไม่อยากเชื่อ ทว่าปากยังไม่ทันส่งเสียงใดออกมา ร่างทั้งร่างก็ถูกเย่ชิวบีบแตกแหลกในกำมือเดียว

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: วิสารทแพทย์เทวัญ
ตอนที่ 261-281 ทำไมมีตอนละไม่กี่บรรทัด...
เรื่องนี้มีเติมเงินอ่านไหมครับ แนะนำหน่อย...
ทำไมลงวันละตอนแล้วครับ ช่วยชี้แจงหน่อยครับ...
ทำไมช่วงนี้ลงวันละตอนล่ะครับอีกอย่างช่วงแรกได้อ่านตั้งแต่7โมงเช้าแต่พอลงตอนเดียวต้องอ่านตอน3โมงเย็น...
ไอ้ชิบหาย มีแต่หน้าเปล่าๆมา3วันแล้ว พอๆเลิกอ่านบล็อคแม่งออกเลย หนังสือที่อื่นมีอ่านเยอะแยะ...
หลังๆทำไมลงแต่หน้าเปล่า ไม่มีตัวหนังสือสักตัว...
จะอ่านบท1611-1616ยังใงคับ...
ตอนที่ 267 - 301 มีแค่ 2-3 บรรทัดเองรบกวนแก้ไขให้ด้วยครับ ขอบคุณครับ...
อยากอ่านจนจบเรื่องทำไงบ้างครับ...
ฮาเร็มไหมครับ...