ในดวงตาของเย่ชิวมีประกายคมกริบวาบผ่าน เผ่ามิ่งไม่ได้อ่อนแอ โดยเฉพาะองค์ชายรัชทายาทแห่งเผ่าหมิงที่ถูกขนานนามว่าเป็นอัจฉริยะที่หมื่นปีถึงจะมีสักคน เขาไม่ได้หวาดกลัวแม้แต่น้อย ตรงกันข้ามกลับถูกปลุก “เจตจำนงแห่งสงคราม” ในใจให้เดือดพล่าน
แน่นอนว่าในใจเขา…มี “จิตสังหาร” มากกว่านั้น
เผ่ามิ่งเข่นฆ่าผู้คนในสี่เมืองใหญ่แห่งจงโจวเกือบยี่สิบล้านชีวิต แถมยังจับตัวหนานกงเซียวเซียวไป แค่สองข้อนี้ องค์ชายรัชทายาทแห่งเผ่าหมิงก็ถูกเย่ชิวปักเป็นเป้าหมายที่ต้องฆ่าให้ได้แล้ว
“ยอดฝีมือของเผ่ามิ่งก็แทบมีแค่นี้…” เสี่ยวเตี๋ยพูดถึงตรงนี้ แววตาเต็มไปด้วยความรู้สึกผิด “พี่ชายของฉันเขา…โหดเหี้ยมมาก ฉันกลัวว่าเสี่ยวเสี่ยวเจี๋ยจะต้องทรมาน พี่เย่…ช่วยเสี่ยวเสี่ยวเจี๋ยด้วยนะ เธอทำทั้งหมดก็เพื่อปกป้องฉัน”
“วางใจเถอะ ฉันจะพาเสี่ยวเสี่ยวเจี๋ยออกมาให้ได้” เย่ชิวพูดจบก็ลุกขึ้น “เสี่ยวเตี๋ย เธออยู่ที่นี่ไปก่อน ฉันจะไปคุยกับทุกคนสักหน่อย”
“เดี๋ยวฉันยังต้องให้เธอพาเราไปหาเผ่ามิ่งด้วย”
พูดจบ เย่ชิวก็หันหลังจะเดินออกไป
ใครจะรู้ว่าในจังหวะนั้นเอง เสี่ยวเตี๋ยกลับโผเข้ามาจากด้านหลัง กอดเขาไว้แน่น แล้วถามเสียงเบา “พี่เย่…พี่จะ…จัดการพี่ชายฉันยังไง?”
เย่ชิวตอบนิ่ง ๆ “ทุกคนต้องจ่ายราคากับสิ่งที่ตัวเองทำ”
ได้ยินแบบนั้น เสี่ยวเตี๋ยหน้าซีดวาบทันที “พี่เย่ ฉัน…”
เย่ชิวหันกลับมามองเธอ ถอนหายใจแล้วพูด “เขาไม่เคยสนใจด้วยซ้ำว่าน้องแท้ ๆ จะเป็นจะตาย เธอจะไปเป็นห่วงเขาทำไม?”
“ฉัน…” เสี่ยวเตี๋ยรีบอธิบาย “แต่ยังไงเขาก็เป็นพี่ชายฉัน ถ้าวันหนึ่งพ่อฟื้นคืนชีพขึ้นมา แล้วพบว่าพี่ชายไม่อยู่แล้ว…พ่อคงเสียใจมากแน่”
เย่ชิวถามกลับ “แล้วเธอเคยคิดไหม ถ้าพ่อของเธอฟื้นคืนชีพจริง ๆ แล้วเห็นเผ่ามิ่งกลายเป็นแบบนี้…เขาจะไม่เจ็บปวดยิ่งกว่าเหรอ?”
“ถ้าให้เขารู้ว่าลูกชายของตัวเองเป็นคนพาเผ่ามิ่งไปสู่ความพินาศ เขาจะไม่เจ็บจนใจแทบขาดหรือไง?”
“แล้วพวกเผ่ามิ่งที่ถูกกลั่นเป็นพลังหล่อเลี้ยง กับชาวบ้านในสี่เมืองใหญ่แห่งจงโจว พวกเขาตายอย่างอยุติธรรมไหม?”
เสี่ยวเตี๋ยพูดไม่ออก
ถ้ามองในฐานะความถูกต้อง สิ่งที่พี่ชายเธอทำคือโหดร้ายไร้มนุษยธรรม ต่อให้ตายหมื่นครั้งก็ชดใช้ไม่หมด
แต่ถ้าพูดด้วยความรู้สึกส่วนตัว ถึงเธอจะเกลียดองค์ชายรัชทายาทแห่งเผ่าหมิงเหมือนกัน เธอก็ยังอยากให้เย่ชิว “ปรานี” อยู่ดี
จากนั้นแววตาของเสี่ยวเตี๋ยก็แน่วแน่ขึ้น ราวกับตัดสินใจเรื่องสำคัญที่สุดในชีวิต
เธอเงยหน้าขึ้น สบตาเย่ชิวตรง ๆ แล้วพูด “พี่เย่ ฉันขอร้อง…ไว้ชีวิตพี่ชายฉันได้ไหม”
“ต่อให้เขากลายเป็นคนพิการก็ได้”
“แค่พี่ไว้ชีวิตเขา ฉันยอมเป็นวัวเป็นม้า เป็นทาสเป็นบ่าวให้พี่”
“ฉัน…” เย่ชิวเพิ่งจะอ้าปาก เสี่ยวเตี๋ยกลับถอดกำไลหยกสีม่วงออกจากข้อมือทันที
ในวินาทีที่เธอถอดกำไลหยกสีม่วง ทั้งห้องเหมือนถูกห่อหุ้มด้วยแสงประหลาดสายหนึ่ง
ถัดมาเพียงพริบตา ร่างของเสี่ยวเตี๋ยก็เปลี่ยนไปอย่างพลิกฟ้าคว่ำดิน
ใบหน้าที่เคยเหลืองซีดซูบผอม กลับกลายเป็นผิวขาวดุจหิมะ เนียนละเอียดราวจะแตกเพียงสัมผัส แทบเหมือนมีน้ำซึมออกมาได้
ดวงตาที่เคยจืดชืด ไร้ความโดดเด่น บัดนี้กลับกลายเป็นสีน้ำเงินเย็นยะเยือก ลึกใสราวผลึกน้ำแข็ง เปล่งประกายชวนหลงใหล
สรีระของเธอก็ได้รูปขึ้นในชั่วขณะเดียว โค้งเว้าพอดีทุกส่วน ราวกับสวรรค์แกะสลักอย่างประณีต เส้นสายทุกจุดลงตัวอย่างน่าพิศวง
เส้นผมยาวสลวยดุจม่านน้ำตกทอดลงเบา ๆ มีเงาวาวจาง ๆ เหมือนทอจากไหมที่ละเอียดที่สุด
แม้แต่บรรยากาศรอบกายก็เปลี่ยน จากความอ่อนโยนขี้อาย กลายเป็นความสูงศักดิ์ลึกลับ คล้ายเจ้าหญิงจากดินแดนไกลที่มีเสน่ห์เกินบรรยาย
เย่ชิวอึ้งไป
ต่อให้เขาเคยเห็นหญิงงามมากมาย ก็ต้องยอมรับว่าเสี่ยวเตี๋ยในตอนนี้…งดงามจนแทบหายใจไม่ออก งดงามจนหัวใจสั่นไหว
คนที่ทะเยอทะยาน มองชีวิตเป็นหญ้าแห้ง…จะเป็นไปได้ยังไงที่ไม่ก่อเรื่องชั่ว?
เพราะงั้นเขาต้องฆ่าองค์ชายรัชทายาทแห่งเผ่าหมิงให้ได้
ไม่เพียงเท่านั้น หากเผ่ามิ่งไม่ยอมเชื่อฟัง เขาก็ไม่รังเกียจจะกวาดล้างทั้งเผ่าให้สิ้น
เสี่ยวเตี๋ยยังไม่รู้ความคิดในใจเย่ชิว เธอซาบซึ้งจนแทบกลั้นน้ำตาไม่อยู่ “พี่เย่…ขอบคุณนะ”
“ไม่ต้องเกรงใจ ใส่กำไลหยกกลับเถอะ” เย่ชิวพูด
เสี่ยวเตี๋ยที่ไม่สวมกำไลหยกสีม่วงนั้นสะดุดตาเกินไปจริง ๆ
เสี่ยวเตี๋ยหน้าแดงเขินวาบ รีบสวมกำไลหยกกลับ แล้วก็กลับไปเป็นสภาพผิวเหลืองซูบผอมเหมือนเดิม
“อยู่รอฉันที่นี่” เย่ชิวพูดจบก็รีบออกไป
จากนั้นเขาเรียกทุกคนมารวมกัน แล้วเล่าเรื่องฐานะของเสี่ยวเตี๋ยกับสถานการณ์ของเผ่ามิ่งแบบคร่าว ๆ
“ไอ้ลูกกระจอก แล้วแกจะเอายังไง? แค่พูดมา พวกเราทำตามแกหมด” จางเหมยเจินเหรินเอ่ย
เย่ชิวตอบ “จะเอายังไงได้ ก็ไปหาเผ่ามิ่ง ช่วยเสี่ยวเสี่ยวเจี๋ยกลับมา”
“เหล่าโต้วซี เทียนจี ต้าหนิว ต้าลี่ พวกนายไปกับฉัน”
“เสี่ยวเตี๋ยบอกว่า มหาผู้อาวุโสแห่งหมิงจู่เมื่อแปดพันปีก่อนเป็นยอดฝีมือราชานักบุญไร้เทียมทาน เวลาผ่านมานานขนาดนี้ ไม่รู้ตอนนี้พลังบำเพ็ญเพียรเขาไปถึงไหนแล้ว ซือจู่…คราวนี้คงต้องรบกวนท่านเดินทางกับผมอีกสักครั้ง”
“ได้” จื่อหยางเทียนจุนตอบรับทันที
“ชักช้าไม่ได้ ออกเดินทางเดี๋ยวนี้” เย่ชิวจัดแจงทุกอย่างเรียบร้อยแล้ว ก็พาเสี่ยวเตี๋ยกับทุกคนมุ่งตรงสู่ภูเขาไข่มุก

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: วิสารทแพทย์เทวัญ
ตอนที่ 261-281 ทำไมมีตอนละไม่กี่บรรทัด...
เรื่องนี้มีเติมเงินอ่านไหมครับ แนะนำหน่อย...
ทำไมลงวันละตอนแล้วครับ ช่วยชี้แจงหน่อยครับ...
ทำไมช่วงนี้ลงวันละตอนล่ะครับอีกอย่างช่วงแรกได้อ่านตั้งแต่7โมงเช้าแต่พอลงตอนเดียวต้องอ่านตอน3โมงเย็น...
ไอ้ชิบหาย มีแต่หน้าเปล่าๆมา3วันแล้ว พอๆเลิกอ่านบล็อคแม่งออกเลย หนังสือที่อื่นมีอ่านเยอะแยะ...
หลังๆทำไมลงแต่หน้าเปล่า ไม่มีตัวหนังสือสักตัว...
จะอ่านบท1611-1616ยังใงคับ...
ตอนที่ 267 - 301 มีแค่ 2-3 บรรทัดเองรบกวนแก้ไขให้ด้วยครับ ขอบคุณครับ...
อยากอ่านจนจบเรื่องทำไงบ้างครับ...
ฮาเร็มไหมครับ...