เสียงร้องไห้ของเด็กหนุ่มลอยหายไปกับสายลม ทั้งเป็นการปลดปล่อย ทั้งอัดแน่นไปด้วยความโศกเศร้าไม่รู้จบ
เย่ชิวกับจางเหมยเจินเหรินยืนเงียบ ๆ อยู่ข้าง ๆ ไม่ได้เข้าไปขัดจังหวะ
จนกระทั่งอารมณ์ของเด็กหนุ่มค่อย ๆ สงบลง เย่ชิวจึงเดินเข้าไปใกล้ ยกมือขึ้นตบไหล่เขาเบา ๆ
“เจ้าทำได้ดีมาก” เย่ชิวเอ่ยเสียงนุ่ม “วิญญาณของพ่อแม่เจ้าบนฟ้า ต้องภูมิใจในตัวเจ้าแน่นอน”
เด็กหนุ่มปาดน้ำตาให้แห้ง แล้วคุกเข่ากระแทกหน้าผากลงกับพื้นสามครั้งอย่างหนักแน่น กล่าวว่า “ถ้าไม่ได้ท่านผู้เฒ่าช่วยเหลือ วันนี้ข้านอกจากจะล้างแค้นไม่ได้ เกรงว่ายังจะพลอยพาชาวบ้านทั่วทั้งเกาะไปด้วย ขอบคุณท่านผู้อาวุโสอย่างที่สุด”
“ลุกขึ้นเถอะ” เย่ชิวประคองเด็กหนุ่มให้ลุกขึ้น แล้วถามว่า “เจ้าชื่ออะไร”
“ผู้น้อยหนิงฟาน” เด็กหนุ่มตอบอย่างเคารพ
“หนิงฟาน…” เย่ชิวพยักหน้า “เป็นชื่อที่ดี”
ครั้นแล้ว หนิงฟานก็เดินไปยังกลุ่มชาวเกาะ จากนั้น “ตุบ!” คุกเข่าลงกับพื้น พลางเอ่ยว่า “ทำให้ทุกคนตกใจกลัว หนิงฟานต้องขอขมาไว้ ณ ที่นี้”
ชาวเกาะต่างรีบร้อนเอ่ยขึ้นว่า “คุณชายน้อย นี่ท่านจะทำอะไรอย่างนั้น”
“พวกเราแบกรับมารยาทอันยิ่งใหญ่แบบนี้ของท่านไม่ไหวหรอก”
“หลายปีมานี้ ถ้าไม่ใช่เพราะคุณชายน้อยกับท่านเจ้าเกาะคุ้มครอง พวกเราคงถูกจินอูจู๋ทำร้ายไปนานแล้ว”
“คุณชายน้อย ท่านลุกขึ้นเร็วเข้าเถิด”
ชาวเกาะหลายคนกรูกันเข้ามาประคองหนิงฟานให้ลุกขึ้นอย่างลนลาน
หนิงฟานเอ่ยอย่างจริงจังว่า “ต่อจากนี้ข้าจะตั้งใจฝึกบำเพ็ญพลังให้มากขึ้น พยายามเป็นเหมือนบิดาของข้า คอยปกป้องพี่น้องบ้านใกล้เรือนเคียงทุกคน”
จากนั้น หนิงฟานก็กำชับพูดคุยกับชาวเกาะอีกสองสามประโยค ชาวเกาะทั้งหลายจึงค่อยทยอยกันกลับไป
“หนิงฟาน บ้านเจ้าพักอยู่ที่ไหน พอจะพาเราไปดดูได้ไหม” จางเหมยเจินเหรินเอ่ยถาม
หนิงฟานมองไปยังคฤหาสน์ที่พังทลาย แล้วกล่าวว่า “ตรงนี้แหละครับ คือบ้านของข้า”
“ขอโทษด้วยนะ ตาเต๋าอย่างข้า…” จางเหมยเจินเหรินยังพูดไม่ทันจบ หนิงฟานก็เอ่ยแทรกขึ้นว่า “ข้ายังมีที่พักอยู่อีกแห่ง ขอเชิญท่านผู้อาวุโสทั้งสองตามข้ามาเถอะ”
จากนั้น หนิงฟานก็พาเย่ชิวกับจางเหมยเจินเหริน มายังคฤหาสน์อีกหลังหนึ่ง
คฤหาสน์หลังนี้แม้จะไม่ใหญ่โตเท่าหลังที่พังไป แต่ภายในกลับดูละเมียดละไมมาก ศาลาเรือนระเบียงมีครบถ้วนทุกอย่าง ลานบ้านปลูกต้นท้อเอาไว้เต็มไปหมด กำลังอยู่ในฤดูดอกท้อบานสะพรั่ง กลิ่นหอมอบอวลชวนให้สดชื่น
มุมหนึ่งของลาน มีศาลาเล็ก ๆ ตั้งอยู่
ในศาลามีโต๊ะหินหนึ่งตัว กับม้านั่งหินอีกสองสามตัว
“ไปนั่งตรงนั้นกันเถอะ” จางเหมยเจินเหรินชี้ไปที่โต๊ะหินแล้วว่า
“อืม” เย่ชิวพยักหน้าตอบรับ
หนิงฟานเอ่ยว่า “ท่านผู้อาวุโสทั้งสอง เชิญนั่งรอสักครู่ ข้าจะไปชงชามาให้”
เย่ชิวกับจางเหมยเจินเหรินไปนั่งลงข้างโต๊ะหิน จางเหมยเจินเหรินเอ่ยเสียงเบาว่า “เจ้าเด็กนี่ มารยาทใช้ได้ทีเดียว”
เย่ชิวฮึมในลำคอเบา ๆ ก่อนกล่าวว่า “เป็นต้นกล้าที่ไม่เลว”
“ไอ้เจ้ากระต่ายน้อย เจ้าว่าถ้าข้ารับเขาเข้ามาเป็นศิษย์ ข้าจะถ่ายทอดอะไรให้ดีล่ะ” จางเหมยเจินเหรินว่า “เจ้าหนูนี่มีร่างเทพเก้าอาทิตย์ เหมาะจะฝึกเคล็ดวิชาสายแข็งเกินแข็งและหยางจัดจ้า หรือไม่ ข้าถ่ายทอดวิชาสายฟ้าให้เขาดีไหม”
เย่ชิวเอ่ยว่า “วิชาสายฟ้าก็เหมาะกับเขาจริง แต่เจ้าก็ควรจะถามความเห็นเจ้าตัวเขาก่อนนะ”
“ได้ ๆ เดี๋ยวค่อยถามเขา” จางเหมยเจินเหรินเพิ่งพูดจบ หนิงฟานก็เดินออกมาจากในเรือนแล้ว มือถือถาดไม้ใบหนึ่งอยู่
บนถาดวางถ้วยชาร้อนอยู่สองใบ
หงส์ไฟหากไม่ใช่ไม้หวูถงก็ไม่เกาะ หากไม่ใช่น้ำพุหลี่เฉวียนก็ไม่ดื่ม
ไม้หวูถงท่อนนี้ที่สามารถถูกหงส์ไฟเลือก ย่อมต้องผ่านการหลอมกรำด้วยกาลเวลานับไม่ถ้วน ซึมซับเอาแก่นแท้เปลวเพลิงศักดิ์สิทธิ์จากการเผากำเนิดใหม่ของหงส์ไฟมาแล้ว เปลี่ยนสภาพจนไม่ใช่ไม้ธรรมดาอีกต่อไป กลายเป็นของล้ำค่าหายากในใต้หล้า ไม่แปลกที่ไท่จื่อจินอูที่สิบจะน้ำลายไหลอยากได้
เย่ชิวรับไม้รังนกฟีนิกซ์ไว้ในมือ ความร้อนระอุพลันแผ่ซ่านขึ้นมาจากฝ่ามือทันที ราวกับที่กำกำอยู่นั้นไม่ใช่ท่อนไม้ แต่เป็นก้อนเปลวไฟเข้มข้นที่ถูกอัดแน่นเอาไว้
เขาหลับตาลงสัมผัสรับรู้ พบว่าพลังงานร้อนแรงที่ซ่อนอยู่ในเนื้อไม้มหาศาลราวทะเล หากปลดปล่อยออกมาทั้งหมด เกรงว่าพอจะเผาผลาญภูเขา ต้มเดือดมหาทะเลได้ทีเดียว
“ช่างเป็นของวิเศษแท้จริง!”
เย่ชิวลืมตาขึ้น เอ่ยชมว่า “ไม้หวูถงท่อนนี้คุณภาพสูงล้ำ หากเอาไปสร้างเป็นของวิเศษทางเวทมนตร์ที่มีอานุภาพคงประเมินไม่ได้”
เขาหันไปมองหนิงฟาน แล้วกล่าวอย่างจริงใจจริงจังว่า “ของชิ้นนี้เหมาะจะใช้สร้างอาวุธ หากเจ้าไม่ขัดข้อง ข้าพอจะช่วยเจ้าสร้างมันให้กลายเป็นอาวุธศักดิ์สิทธิ์ชิ้นหนึ่งได้”
หนิงฟานได้ยินดังนั้น แววตาพลันฉายแสงยินดีวาบหนึ่ง แต่แล้วก็ลังเล เอ่ยว่า “ท่านผู้อาวุโส ไม้ศักดิ์สิทธิ์ท่อนนี้พ่อแม่ข้าแลกมาด้วยชีวิต ข้า…”
“เจ้ายังไม่รู้ความสามารถของไอ้เจ้ากระต่ายน้อยนี่สินะ” จางเหมยเจินเหรินแทรกขึ้นว่า “หนิงฟาน ข้าจะบอกให้ ไอ้เจ้ากระต่ายน้อยมันเชี่ยวชาญศิลปะสร้างอาวุธวิเศษ ด้วยฝีมือของมัน แค่ลงมือสบาย ๆ ก็สร้างศาสตราเทพไร้เทียมทานให้เจ้าได้แล้ว”
“เจ้าคงไม่รู้หรอกว่า ดินแดนตะวันออก จงโจว เผ่าอสูร รวมทั้งเผ่าปีศาจ มีคนอยากเชิญมันลงมือช่วยสร้างอาวุธวิเศษนับไม่ถ้วน แต่ละรายให้ราคากันถึงขั้นราคาแพงมหาศาล แต่สุดท้ายก็ถูกไอ้เจ้ากระต่ายน้อยปฏิเสธกันเป็นแถว”
“ตอนนี้มันกลับเต็มใจจะช่วยเจ้าสร้างอาวุธเองกับมือ นี่เป็นบุญวาสนาที่เจ้าสั่งสมมาถึงแปดชาติ เจ้ายังจะไม่รีบตอบตกลงอีกหรือไง”
หนิงฟานมองเย่ชิวด้วยสีหน้าตกตะลึง เขาไม่เคยนึกมาก่อนเลย ว่าเย่ชิวไม่เพียงพลังบำเพ็ญเพียรล้ำลึกแข็งแกร่ง การสร้างอาวุธวิเศษยังเก่งกาจถึงเพียงนี้
“ถ้าเช่นนั้นก็ต้องรบกวนท่านผู้อาวุโสแล้ว” หนิงฟานเอ่ยขอบคุณด้วยใจจริง
เย่ชิวถามว่า “เจ้าอยากให้ข้าสร้างเป็นสิ่งใด”
หนิงฟานหลุดปากตอบทันทีว่า “ลูกศร!”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: วิสารทแพทย์เทวัญ
ไม่อัพต่อแล้วหรอครับ...
ตอนที่ 261-281 ทำไมมีตอนละไม่กี่บรรทัด...
เรื่องนี้มีเติมเงินอ่านไหมครับ แนะนำหน่อย...
ทำไมลงวันละตอนแล้วครับ ช่วยชี้แจงหน่อยครับ...
ทำไมช่วงนี้ลงวันละตอนล่ะครับอีกอย่างช่วงแรกได้อ่านตั้งแต่7โมงเช้าแต่พอลงตอนเดียวต้องอ่านตอน3โมงเย็น...
ไอ้ชิบหาย มีแต่หน้าเปล่าๆมา3วันแล้ว พอๆเลิกอ่านบล็อคแม่งออกเลย หนังสือที่อื่นมีอ่านเยอะแยะ...
หลังๆทำไมลงแต่หน้าเปล่า ไม่มีตัวหนังสือสักตัว...
จะอ่านบท1611-1616ยังใงคับ...
ตอนที่ 267 - 301 มีแค่ 2-3 บรรทัดเองรบกวนแก้ไขให้ด้วยครับ ขอบคุณครับ...
อยากอ่านจนจบเรื่องทำไงบ้างครับ...