คันธนูยิงตะวัน, ลูกศรพิฆาตเทพ…
เย่ชิวได้ยินสองชื่อนี้แล้วตาเป็นประกาย เอ่ยว่า “โอ้ ไม่เลวเลยนี่ เหลาโต้วซี ตั้งชื่อได้เข้าท่าดี”
หนิงฟานก็พูดตามว่า “สองชื่อนี้ดีมาก เท่สุด ๆ ผมชอบจริง ๆ”
“ชอบก็แล้วไป” จางเหมยเจินเหรินหันไปบอกเย่ชิวต่อ “นี่ดูซะก่อนว่าข้าเป็นใคร ปกติแต่งกลอนข้ายังแต่งได้สบาย ๆ แค่ตั้งสองชื่อมันจะไปยากอะไร”
ชมไปคำเดียวก็ลอยเสียแล้ว
หน้าด้านชะมัด
จากนั้น จางเหมยเจินเหรินก็หันไปบอกหนิงฟานว่า “เสี่ยวฟานนะ ตอนนี้เรื่องยุ่งก็เคลียร์แล้ว ธนูกับศรก็มีแล้ว แล้วเจ้าก็…”
“แล้วจากนี้เจ้าคิดจะทำยังไงต่อ?” เย่ชิวแทรกขึ้นมาต่อคำพูดของจางเหมยเจินเหรินทันที
จางเหมยเจินเหรินถลึงตาใส่เย่ชิวอย่างไม่พอใจ ราวกับจะบอกว่า ข้ายังพูดไม่จบ นี่เจ้าจะอะไรนักหนา?
เย่ชิวก็ส่งสายตากลับไป ราวกับกำลังบอกว่า เหลาโต้วซี เรื่องที่มันแน่นอนอยู่แล้ว จะรีบอะไรนัก?
หนิงฟานเอ่ยเสียงขรึมว่า “ถึงคราวนี้จะได้สองท่านผู้อาวุโสช่วย ทำให้ผมได้ล้างแค้นใหญ่สำเร็จ แก้ปัญหาตรงหน้าไปได้ แต่จินอูจู๋คงไม่ยอมจบง่าย ๆ แน่ครับ”
“เท่าที่ผมรู้ ใต้เข่าราชาจินอูเฒ่ามีลูกชายสิบคน แต่ละคนพรสวรรค์ล้ำเลิศ พลังบำเพ็ญเพียรสูงส่ง ล้วนเป็นที่โปรดปรานของราชาจินอูเฒ่าทั้งนั้น”
“คราวนี้ไท่จื่อจินอูที่สิบมาตายที่นี่ จินอูจู๋ต้องรู้ข่าวในไม่ช้า ถึงตอนนั้น ราชาจินอูเฒ่าต้องส่งคนมาล้างแค้นแทนไท่จื่อจินอูที่สิบแน่นอน”
“สองท่านผู้อาวุโสก็คงเห็นแล้ว ตอนนี้บนเกาะของเรา คนที่พลังบำเพ็ญเพียรสูงสุดก็คือผม แต่ในสายตาจินอู่อี้จู๋ ผมก็แค่มดตัวหนึ่ง ปกป้องชาวเกาะไม่ได้เลย”
“เพราะงั้น ผมคิดจะพาชาวเกาะออกจากที่นี่ทันทีครับ”
ออกไป?
เย่ชิวคิดตามครู่หนึ่ง หนิงฟานถึงจะยังเด็ก แต่กลับคิดอะไรรอบคอบไม่น้อย
ก็จริง ด้วยสภาพของหนิงฟานตอนนี้ การพาชาวเกาะหนีออกไปหลบภัยคือทางเลือกที่ดีที่สุด
ไม่อย่างนั้น ด้วยสไตล์ทำงานของจินอูจู๋ อีกหน่อยไม่เพียงหนิงฟานต้องตาย ชาวเกาะทั้งเกาะก็คงถูกลากลงน้ำไปด้วย
“ถ้าเจ้าออกไป คิดจะไปที่ไหน?” จางเหมยเจินเหรินถาม
หนิงฟานส่ายหัว “ผมก็ยังไม่รู้จะไปไหนเหมือนกัน เอาแค่ออกไปจากที่นี่ก่อนค่อยว่ากันครับ”
จางเหมยเจินเหรินว่า “เจ้าก็อยู่ที่นี่มาตั้งแต่เล็ก จะตัดใจจากที่นี่ได้จริง ๆ เหรอ?”
“ตัดใจไม่ลงแล้วทำอะไรได้ล่ะครับ?” หนิงฟานตอบ “จินอูจู๋แข็งแกร่งเกินไป ด้วยพลังของผมตอนนี้ สู้พวกมันไม่ได้เลย ทำได้แค่หลบคมดาบไปก่อน รอให้ผมแข็งแกร่งขึ้นในภายหลัง ค่อยกลับมาจัดการพวกมัน”
“เสี่ยวฟาน จริง ๆ แล้วข้าสามารถ…” คำพูดของจางเหมยเจินเหรินยังไม่ทันจบก็ถูกเย่ชิวตัดบท
เย่ชิวหันไปบอกหนิงฟานว่า “ผมเข้าใจความรู้สึกคุณนะ แต่คุณเคยคิดไหม ว่าจินอูจู๋มันใหญ่โตขนาดนั้น คุณกับชาวเกาะจะหนีไปได้ไกลแค่ไหนกัน?”
หนิงฟานว่า “แต่ถ้าอยู่ที่นี่ ชาวเกาะต้องตายแน่ ๆ”
“รู้ไหม วิธีที่ดีที่สุดในการแก้วิกฤตคืออะไร?” เย่ชิวถาม
หนิงฟานส่ายหน้า
เย่ชิวยิ้มมุมปาก เผยฟันขาวเรียงสวย “ถ้าแก้วิกฤตไม่ได้ ก็จัดการคนที่สร้างวิกฤตซะสิ”
หนิงฟานอึ้ง “ท่านผู้อาวุโส ความหมายของท่านคือ ให้ผมล้างบางจินอูจู๋งั้นเหรอ? นี่…ไม่ได้นะครับ ผมสู้พวกมันไม่ได้”
“ก็ยังมีผมกับพวกเรานี่ไงล่ะ” เย่ชิวพูดพร้อมรอยยิ้ม
หนิงฟานนิ่งงันไปชั่วขณะ แล้วหันมองเย่ชิว ก่อนจะมองจางเหมยเจินเหริน เห็นทั้งคู่ต่างยิ้มมองเขาอยู่ ไม่รู้จะพูดอะไรออกมาดี
“เสี่ยวฟาน บอกความจริงเจ้าเลยก็แล้วกัน ข้ากับไอ้กระต่ายน้อยนี่มาทะเลตะวันออกคราวนี้ แค่มาทำธุระ แล้วกะจะถือโอกาสจัดการจินอูจู๋ไปด้วย” จางเหมยเจินเหรินเอ่ย
ถือโอกาสจัดการ…
จินอูจู๋?
นี่มัน…
พูดซะใหญ่โตเชียวนะ!
หนิงฟานได้ยินดังนั้น ความตกใจไม่ต่างอะไรกับถูกสายฟ้าสวรรค์ผ่ากลางกระบาล ยืนนิ่งไปตั้งนาน กว่าจะเอ่ยถามได้ว่า “สองท่านผู้อาวุโส แท้จริงแล้วพวกท่านเป็นใครกันแน่ครับ?”
“เดี๋ยวข้าจะแนะนำไอ้กระต่ายน้อยให้เจ้ารู้จักก่อน” จางเหมยเจินเหรินว่า “ไอ้กระต่ายน้อยนี่เป็นพระสวามีของจักรพรรดินีแห่งจงโจว เป็นชายคนรักของกษัตริย์แห่งอาณาจักรหมื่นอสูรหนานหลิง เป็นคนในดวงใจของเจ้าหญิงแห่งเผ่าหมิง เป็นลูกเขยสุดที่รักของจ้าวลัทธิดาบชิงหยุนยุคปัจจุบัน เป็นไงล่ะ สุดยอดไหม?”
“ข้า…” จางเหมยเจินเหรินแทบจะพ่นเลือดออกมา
ที่แท้ ไอ้เด็กนี่ไม่ฟังข้าพูดสักคำสินะ?
“ช่างเถอะ เห็นแก่ที่เดี๋ยวเจ้าก็จะได้เป็นศิษย์ของข้าแล้ว ข้าจะแนะนำตัวอีกรอบก็ได้”
คิดได้ดังนั้น จางเหมยเจินเหรินก็สูดหายใจลึก แล้วยิ้มพูดว่า “ข้าน้อยนามว่าจางเหมยเจินเหริน…”
“คารวะจางเหมยเจินเหรินท่านผู้อาวุโสครับ” หนิงฟานรีบยกมือทำความเคารพ
จางเหมยเจินเหรินชะงัก ข้ายังแนะนำตัวไม่จบเลยนะ?
แต่ช่างมัน ไม่สำคัญ
สำคัญคือจะต้องรับไอ้เด็กนี่เป็นศิษย์ให้ได้ต่างหาก
“เสี่ยวฟาน ฟังก่อนนะ ข้า…” คำพูดของจางเหมยเจินเหรินยังไม่ทันจบ ก็ถูกเย่ชิวตัดอีกครั้ง
“เสี่ยวฟาน เมื่อกี้ผมเห็นพลังชีวิตคุณพุ่งขึ้น แทบจะบรรลุเป็นเซียนศักดิ์สิทธิ์อยู่แล้ว คุณอยากบรรลุเป็นเซียนศักดิ์สิทธิ์เดี๋ยวนี้เลยไหม?” เย่ชิวถาม
อยากสิ อยากมาก
ถึงขั้นฝันถึงเลยด้วยซ้ำ
หนิงฟานพยักหน้าหงึก ๆ ทันที
เย่ชิวว่า “นอกจากสร้างอาวุธวิเศษแล้ว ผมยังถนัดการปรุงโอสถด้วย ผมจะให้อโอสถเม็ดหนึ่งที่ผมปรุงด้วยตัวเอง กินแล้วคุณจะบรรลุเป็นเซียนศักดิ์สิทธิ์ได้ทันที”
พูดจบ เย่ชิวก็หยิบโอสถเม็ดหนึ่งออกมายื่นให้หนิงฟาน
“ท่านผู้อาวุโส นี่มัน…” หนิงฟานทั้งตื่นตระหนกทั้งปลื้มใจ ลังเลไม่กล้ารับ
จางเหมยเจินเหรินเห็นท่าทางนั้นก็รีบว่า “เสี่ยวฟาน ไหน ๆ ก็เป็นของที่ไอ้กระต่ายน้อยมันให้ เจ้ารีบรับไว้สิ”
“ขะ…ขอบคุณท่านผู้อาวุโสครับ” หนิงฟานรับโอสถมา แล้วโยนเข้าปากทันที
โอสถเข้าปาก กลายเป็นกระแสอุ่นไหลโหมกระจายไปทั่วร่าง พลังบำเพ็ญเพียรของหนิงฟานก็ทะยานพุ่งขึ้นอย่างฉับพลัน

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: วิสารทแพทย์เทวัญ
ไม่อัพต่อแล้วหรอครับ...
ตอนที่ 261-281 ทำไมมีตอนละไม่กี่บรรทัด...
เรื่องนี้มีเติมเงินอ่านไหมครับ แนะนำหน่อย...
ทำไมลงวันละตอนแล้วครับ ช่วยชี้แจงหน่อยครับ...
ทำไมช่วงนี้ลงวันละตอนล่ะครับอีกอย่างช่วงแรกได้อ่านตั้งแต่7โมงเช้าแต่พอลงตอนเดียวต้องอ่านตอน3โมงเย็น...
ไอ้ชิบหาย มีแต่หน้าเปล่าๆมา3วันแล้ว พอๆเลิกอ่านบล็อคแม่งออกเลย หนังสือที่อื่นมีอ่านเยอะแยะ...
หลังๆทำไมลงแต่หน้าเปล่า ไม่มีตัวหนังสือสักตัว...
จะอ่านบท1611-1616ยังใงคับ...
ตอนที่ 267 - 301 มีแค่ 2-3 บรรทัดเองรบกวนแก้ไขให้ด้วยครับ ขอบคุณครับ...
อยากอ่านจนจบเรื่องทำไงบ้างครับ...