เข้าสู่ระบบผ่าน

วิสารทแพทย์เทวัญ นิยาย บท 3253

เย่ชิวชะงักฝีเท้า ความรู้สึกถึงการเรียกขานแผ่วเบาแต่อยู่ใกล้กลับมาอีกครั้ง ครั้งนี้รุนแรงกว่าทุกครั้งก่อนหน้า

มันมาจากส่วนลึกที่สุดของวังมังกร ราวกับมีเส้นด้ายล่องหนเส้นหนึ่งคอยชักนำจิตใจของเย่ชิวเอาไว้

“ตามผมมา”

เย่ชิวเร่งฝีเท้า เดินผ่านพระราชวังที่ทรุดโทรมหลังสุดท้าย ไปหยุดยืนอยู่หน้าทางเข้าสุสานใต้ดินแห่งหนึ่ง

แรงเรียกขานนั้นก็มาจากในสุสานใต้ดินนี่เอง

เย่ชิวจ้องมองทางเข้าสุสานอยู่ครู่หนึ่ง พอแน่ใจว่าไม่มีอันตรายจึงยกเท้าก้าวเข้าไป

“ทุกคนระวังกันให้ดี”

เย่ชิวเดินนำอยู่ด้านหน้า พลางเอ่ยเตือนคนด้านหลังไปด้วย

สิ่งที่ทำให้พวกเขาประหลาดใจก็คือ สุสานใต้ดินเบื้องหน้ามืดลึกมองไม่เห็นก้น แต่กลับไม่ชื้นแฉะอย่างที่คิดไว้แม้แต่น้อย

ทุกคนก้าวลอยเข้าไปข้างใน ก็มีคลื่นความอบอุ่นลูกหนึ่งพัดเข้ามาปะทะ เหมือนกำลังยืนอยู่กลางแสงอาทิตย์อันอ่อนโยนในฤดูใบไม้ผลิ

“อุ่นดีจัง!” หนิงฟานกางแขนออกอย่างแปลกใจ พลางเอ่ยว่า “นึกว่าสุสานใต้ดินในก้นทะเลจะหนาวเย็นจับกระดูกเสียอีก”

ชู่ชู่วางมือลูบลายแกะสลักรูปมังกรที่เรืองแสงอยู่บนผนัง พลางเอ่ยด้วยความทึ่งว่า “ลายพวกนี้ถึงกับร้อนนิด ๆ ด้วย ไม่แปลกเลยที่ในนี้อบอุ่นขนาดนี้”

จางเหมยเจินเหรินหยีตารับความรู้สึกอยู่ครู่หนึ่ง จู่ ๆ ก็จามออกมา “ฮัดเช้ย! อุณหภูมินี่สบายเกินไปแล้ว อาตมาจะหลับเอาอยู่แล้วนะ”

หลงหมายกกีบขึ้นเคาะพื้นดินดัง “แก๊ง!” เสียงใสกังวาน “พื้นดินนี่ทำจากหยกวิญญาณ…”

เย่ชิวไม่ร่วมวงสนทนาด้วย สายตาเอาแต่กวาดมองโดยรอบอย่างไม่ประมาท

กาลเวลาค่อย ๆ เคลื่อนผ่านไปอย่างเงียบงัน

ครึ่งชั่วยามต่อมา

ในที่สุดพวกเขาก็เดินพ้นสุสานใต้ดินออกมา เบื้องหน้าปรากฏประตูหินบานหนึ่งตั้งขวางอยู่ ดูหนาและเก่าแก่ทรุดโทรม

บนประตูหินนั้น แกะสลักลายดาบเล็กละเอียดแน่นเต็มไปหมด เรียงร้อยกันเป็นค่ายกลอันวิจิตรซับซ้อน

“หืม?” จางเหมยเจินเหรินยื่นหน้าเข้าไปมองใกล้ ๆ หยีตาพิจารณาแล้วเอ่ยว่า “ค่ายกลกระบี่นี่ ทำไมมันคุ้นตาชอบกล?”

“นั่นคือค่ายกลกระบี่สังหารเซียน” เย่ชิวตอบเรียบ ๆ

“ว่าแล้วเชียว ทำไมเหมือนเคยเห็นที่ไหนมาก่อน!” จางเหมยเจินเหรินตบหน้าผากฉาดหนึ่ง จากนั้นก็ขมวดคิ้วงุนงง “แปลกจริง ค่ายกลกระบี่สังหารเซียนมาโผล่อยู่ที่นี่ได้ยังไงกัน?”

เย่ชิวมิได้ตอบ เขาเพ่งพินิจอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะยกมือดีดพลังกระบี่ออกไปหลายสาย

“ฟึ่บ!”

พลังกระบี่พุ่งไปถูกจุดสำคัญหลายแห่งของค่ายกลอย่างแม่นยำ ทันใดนั้น ลายดาบบนประตูหินก็เริ่มหม่นจางลง

ถัดจากนั้นไม่นาน

“ครืน ๆ ๆ —”

ท่ามกลางเสียงหนักอึ้งสะเทือนหู ประตูหินก็ค่อย ๆ แง้มเปิดออกอย่างช้า ๆ

ชั่วพริบตา กลิ่นหอมของดอกไม้เย็นชื่นใจลูกหนึ่งก็พุ่งกระทบใบหน้าทุกคน จนรู้สึกว่าจิตใจปลอดโปร่งสดชื่น ความเหนื่อยล้าที่สะสมมาหลายวันเหมือนถูกปัดกวาดไปจนเกลี้ยง

“กลิ่นนี่…” ชู่ชู่สูดลมหายใจเข้าเต็มปอด พลางเอ่ยว่า “แค่ดมก็รู้สึกสบายไปทั้งตัวเลย!”

ทว่าเมื่อประตูหินเปิดกว้างจนสุด ภาพตรงหน้าก็ทำให้ทุกคนตะลึงงัน

เบื้องหน้าคือมหาวิหารสีทองโอ่อ่าสง่างาม หลังคาโถงผนังทั้งสี่ด้านประดับด้วยมุกเรืองแสงและอัญมณีนับไม่ถ้วน ส่องประกายจนทั่วทั้งโถงสว่างไสวไม่ต่างจากกลางวัน

กลางโถง มีโลงศพหยกขาวทั้งใบใสกระจ่างวางอยู่เงียบ ๆ รอบ ๆ ถูกล้อมรอบด้วยทะเลดอกไม้สีทองผืนใหญ่

หมู่ดอกไม้เหล่านั้นทรวดทรงคล้ายดอกบัววิเศษ แต่ละดอกงามประณีตกว่าดอกบัววิเศษทั่วไป กลีบดอกยังแผ่ประกายแสงทองจาง ๆ แกว่งไกวเบา ๆ แม้ในที่ซึ่งไร้ลมพัด ราวกับมีชีวิตจิตใจอยู่จริง ๆ

“นี่มัน…บัวทองน้ำลายมังกร!”

เย่ชิวพยักหน้า “ใช่”

“ดีมาก เช่นนั้นข้าก็ไม่ต้องพูดอะไรมากแล้ว เย่กงจื่อ เจ้าหญิงกับเผ่ามังกรก็ต้องฝากไว้กับเจ้า” กล่าวจบ เงามังกรก็เริ่มเลือนรางลงทันที

“ท่านเป็นอะไรไป?” เย่ชิวสัมผัสได้ถึงความผิดปกติ

เงามังกรยิ้มขื่น “ปีนั้นเผ่ามังกรประสบเภทภัยครั้งใหญ่ มีผู้แข็งแกร่งลึกลับผู้หนึ่งมาถึงที่นี่ ช่วยชีวิตเจ้าหญิงกับข้าเอาไว้”

“เจ้าหญิงถูกผู้แข็งแกร่งลึกลับผนึกไว้ในโลงศพหยกขาวนี้”

“ส่วนข้า เดิมทีเป็นผู้อาวุโสของเผ่ามังกร ตอนนั้นตายไปนานแล้ว วิญญาณแท้ก็แตกสลายเกลื่อนกลาด เป็นผู้แข็งแกร่งลึกลับผู้นั้น ใช้วิชาเหลือเชื่อ ย้อนเวลากลับอดีต ไปตามหาเศษเสี้ยววิญญาณแท้ที่กระจัดกระจายของข้า แล้วนำวิญญาณแท้เสี้ยวนี้มาผูกติดไว้กับดอกบัวทองดอกนี้”

ได้ฟังดังนั้น จางเหมยเจินเหรินกับคนอื่น ๆ ต่างก็สะท้านใจไปตาม ๆ กัน

ผู้แข็งแกร่งลึกลับผู้นั้นแท้จริงแล้วเป็นคนเช่นใดกันแน่ วิธีการช่างท้าทายฟ้านัก!

“ย้อนเวลากลับอดีต…” จางเหมยเจินเหรินเผลอเหลือบมองเย่ชิวไปหนึ่งครั้ง คิดในใจว่า ไอ้เด็กนี่เองก็มีวิชาควบคุมกาลเวลา หรือว่าผู้แข็งแกร่งลึกลับคนนั้นจะเกี่ยวข้องกับมันจริง ๆ?

“ข้าปฏิบัติตามคำสั่งของผู้แข็งแกร่งลึกลับผู้นั้น อยู่เฝ้าที่นี่คุ้มกันเจ้าหญิงไปพลาง และรอคอยการมาถึงของเจ้าไปพลาง” เงามังกรกล่าวต่อ “เขาบอกว่า วันหนึ่งในภายภาคหน้า เจ้าจะต้องมาที่นี่อย่างแน่นอน”

“เมื่อเจ้ามา เจ้าหญิงก็จะตื่นขึ้น”

“และมีเพียงเจ้าเท่านั้น…ที่สามารถช่วยเผ่ามังกรได้”

“เย่กงจื่อ วิญญาณแท้เสี้ยวนี้ของข้าอยู่มานานเกินไปแล้ว ทนต่อไปไม่ไหวอีกแล้ว โชคดีนัก ที่ในที่สุดก็รอให้เจ้ามาถึงจนได้”

“เจ้าหญิงกับเผ่ามังกร…ก็ฝากไว้กับเจ้า”

กล่าวจบ เงามังกรก็ก้มตัวคารวะเย่ชิวหนึ่งครั้ง จากนั้นร่างก็เลือนรางจนสลายหายไปโดยสิ้นเชิง

“ขอให้ไปดี”

เย่ชิวถอนหายใจเบา ๆ หนึ่งเฮือก จากนั้นสายตาก็หันไปตรึงอยู่ที่โลงศพหยกขาวใบนั้น

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: วิสารทแพทย์เทวัญ