เย่ชิวชะงักฝีเท้า ความรู้สึกถึงการเรียกขานแผ่วเบาแต่อยู่ใกล้กลับมาอีกครั้ง ครั้งนี้รุนแรงกว่าทุกครั้งก่อนหน้า
มันมาจากส่วนลึกที่สุดของวังมังกร ราวกับมีเส้นด้ายล่องหนเส้นหนึ่งคอยชักนำจิตใจของเย่ชิวเอาไว้
“ตามผมมา”
เย่ชิวเร่งฝีเท้า เดินผ่านพระราชวังที่ทรุดโทรมหลังสุดท้าย ไปหยุดยืนอยู่หน้าทางเข้าสุสานใต้ดินแห่งหนึ่ง
แรงเรียกขานนั้นก็มาจากในสุสานใต้ดินนี่เอง
เย่ชิวจ้องมองทางเข้าสุสานอยู่ครู่หนึ่ง พอแน่ใจว่าไม่มีอันตรายจึงยกเท้าก้าวเข้าไป
“ทุกคนระวังกันให้ดี”
เย่ชิวเดินนำอยู่ด้านหน้า พลางเอ่ยเตือนคนด้านหลังไปด้วย
สิ่งที่ทำให้พวกเขาประหลาดใจก็คือ สุสานใต้ดินเบื้องหน้ามืดลึกมองไม่เห็นก้น แต่กลับไม่ชื้นแฉะอย่างที่คิดไว้แม้แต่น้อย
ทุกคนก้าวลอยเข้าไปข้างใน ก็มีคลื่นความอบอุ่นลูกหนึ่งพัดเข้ามาปะทะ เหมือนกำลังยืนอยู่กลางแสงอาทิตย์อันอ่อนโยนในฤดูใบไม้ผลิ
“อุ่นดีจัง!” หนิงฟานกางแขนออกอย่างแปลกใจ พลางเอ่ยว่า “นึกว่าสุสานใต้ดินในก้นทะเลจะหนาวเย็นจับกระดูกเสียอีก”
ชู่ชู่วางมือลูบลายแกะสลักรูปมังกรที่เรืองแสงอยู่บนผนัง พลางเอ่ยด้วยความทึ่งว่า “ลายพวกนี้ถึงกับร้อนนิด ๆ ด้วย ไม่แปลกเลยที่ในนี้อบอุ่นขนาดนี้”
จางเหมยเจินเหรินหยีตารับความรู้สึกอยู่ครู่หนึ่ง จู่ ๆ ก็จามออกมา “ฮัดเช้ย! อุณหภูมินี่สบายเกินไปแล้ว อาตมาจะหลับเอาอยู่แล้วนะ”
หลงหมายกกีบขึ้นเคาะพื้นดินดัง “แก๊ง!” เสียงใสกังวาน “พื้นดินนี่ทำจากหยกวิญญาณ…”
เย่ชิวไม่ร่วมวงสนทนาด้วย สายตาเอาแต่กวาดมองโดยรอบอย่างไม่ประมาท
กาลเวลาค่อย ๆ เคลื่อนผ่านไปอย่างเงียบงัน
ครึ่งชั่วยามต่อมา
ในที่สุดพวกเขาก็เดินพ้นสุสานใต้ดินออกมา เบื้องหน้าปรากฏประตูหินบานหนึ่งตั้งขวางอยู่ ดูหนาและเก่าแก่ทรุดโทรม
บนประตูหินนั้น แกะสลักลายดาบเล็กละเอียดแน่นเต็มไปหมด เรียงร้อยกันเป็นค่ายกลอันวิจิตรซับซ้อน
“หืม?” จางเหมยเจินเหรินยื่นหน้าเข้าไปมองใกล้ ๆ หยีตาพิจารณาแล้วเอ่ยว่า “ค่ายกลกระบี่นี่ ทำไมมันคุ้นตาชอบกล?”
“นั่นคือค่ายกลกระบี่สังหารเซียน” เย่ชิวตอบเรียบ ๆ
“ว่าแล้วเชียว ทำไมเหมือนเคยเห็นที่ไหนมาก่อน!” จางเหมยเจินเหรินตบหน้าผากฉาดหนึ่ง จากนั้นก็ขมวดคิ้วงุนงง “แปลกจริง ค่ายกลกระบี่สังหารเซียนมาโผล่อยู่ที่นี่ได้ยังไงกัน?”
เย่ชิวมิได้ตอบ เขาเพ่งพินิจอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะยกมือดีดพลังกระบี่ออกไปหลายสาย
“ฟึ่บ!”
พลังกระบี่พุ่งไปถูกจุดสำคัญหลายแห่งของค่ายกลอย่างแม่นยำ ทันใดนั้น ลายดาบบนประตูหินก็เริ่มหม่นจางลง
ถัดจากนั้นไม่นาน
“ครืน ๆ ๆ —”
ท่ามกลางเสียงหนักอึ้งสะเทือนหู ประตูหินก็ค่อย ๆ แง้มเปิดออกอย่างช้า ๆ
ชั่วพริบตา กลิ่นหอมของดอกไม้เย็นชื่นใจลูกหนึ่งก็พุ่งกระทบใบหน้าทุกคน จนรู้สึกว่าจิตใจปลอดโปร่งสดชื่น ความเหนื่อยล้าที่สะสมมาหลายวันเหมือนถูกปัดกวาดไปจนเกลี้ยง
“กลิ่นนี่…” ชู่ชู่สูดลมหายใจเข้าเต็มปอด พลางเอ่ยว่า “แค่ดมก็รู้สึกสบายไปทั้งตัวเลย!”
ทว่าเมื่อประตูหินเปิดกว้างจนสุด ภาพตรงหน้าก็ทำให้ทุกคนตะลึงงัน
เบื้องหน้าคือมหาวิหารสีทองโอ่อ่าสง่างาม หลังคาโถงผนังทั้งสี่ด้านประดับด้วยมุกเรืองแสงและอัญมณีนับไม่ถ้วน ส่องประกายจนทั่วทั้งโถงสว่างไสวไม่ต่างจากกลางวัน
กลางโถง มีโลงศพหยกขาวทั้งใบใสกระจ่างวางอยู่เงียบ ๆ รอบ ๆ ถูกล้อมรอบด้วยทะเลดอกไม้สีทองผืนใหญ่
หมู่ดอกไม้เหล่านั้นทรวดทรงคล้ายดอกบัววิเศษ แต่ละดอกงามประณีตกว่าดอกบัววิเศษทั่วไป กลีบดอกยังแผ่ประกายแสงทองจาง ๆ แกว่งไกวเบา ๆ แม้ในที่ซึ่งไร้ลมพัด ราวกับมีชีวิตจิตใจอยู่จริง ๆ
“นี่มัน…บัวทองน้ำลายมังกร!”


VERIFYCAPTCHA_LABEL
ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: วิสารทแพทย์เทวัญ
ตอนที่ 261-281 ทำไมมีตอนละไม่กี่บรรทัด...
เรื่องนี้มีเติมเงินอ่านไหมครับ แนะนำหน่อย...
ทำไมลงวันละตอนแล้วครับ ช่วยชี้แจงหน่อยครับ...
ทำไมช่วงนี้ลงวันละตอนล่ะครับอีกอย่างช่วงแรกได้อ่านตั้งแต่7โมงเช้าแต่พอลงตอนเดียวต้องอ่านตอน3โมงเย็น...
ไอ้ชิบหาย มีแต่หน้าเปล่าๆมา3วันแล้ว พอๆเลิกอ่านบล็อคแม่งออกเลย หนังสือที่อื่นมีอ่านเยอะแยะ...
หลังๆทำไมลงแต่หน้าเปล่า ไม่มีตัวหนังสือสักตัว...
จะอ่านบท1611-1616ยังใงคับ...
ตอนที่ 267 - 301 มีแค่ 2-3 บรรทัดเองรบกวนแก้ไขให้ด้วยครับ ขอบคุณครับ...
อยากอ่านจนจบเรื่องทำไงบ้างครับ...
ฮาเร็มไหมครับ...