ยอดหมอหญิงทะลุห้วงเวลา นิยาย บท 129

คำพูดของอันเจ๋อทำให้สีหน้าเซียวหลินเทียนผันแปร พลางก้มศีรษะมองสองขาไร้ความรู้สึกของตน นัยน์ตาพลันมืดครึ้มทันใด

“ในเมืองหลวงแห่งนี้มิได้มีเพียงข้าแซ่เซียว!”

อันเจ๋อกล่าวอย่างนิ่งสงบ “บางทีเราไม่อาจยุติสงครามให้ใต้หล้าสงบสุขได้!”

“แต่เราสามารถลดจำนวนประชาชนล้มตายบาดเจ็บได้ ปกป้องบ้านเมืองเราพ้นจากผลกระทบของเพลิงสงคราม ทำให้พวกเขามีชีวิตได้อย่างไม่หิวโหย...”

“เราอาจช่วยคนทั้งใต้หล้ามิได้ แต่เราจะช่วยมากเท่าที่ทำได้! นี่แหละคือความหมายของชีวิต!”

“คำพูดเหล่านี้ช่างคุ้นหูนัก?”

เซียวหลินเทียนหลับตาทุกข์ใจ คำพูดเหล่านี้ต้องคุ้นหูแน่นอน เพราะนี่คือคำพูดของเขากล่าวปลุกเร้าสามเหล่าทัพให้สู้สุดชีวิตขณะอยู่สนามรบ

อันเจ๋อลุกขึ้นเดินนั่งยอง ๆ ตรงหน้าเก้าอี้ล้อ เขาเอื้อมมือไปกุมมือของเซียวหลินเทียน

เซียวหลินเทียนขัดขืนสักพัก ทว่าถูกอันเจ๋อจับไว้อย่างแน่น

“อาเทียน ข้าอยากพูดคำเหล่านี้ต่อเจ้ามานานแล้ว! แต่ข้ารู้สึกว่าเจ้าต้องพักผ่อนเสียบ้าง!”

“เพียงแค่ท่านยืนไม่ได้ มันไม่ได้หมายความว่าเจ้ากลายเป็นคนไร้ค่าตามขี้ปากสามัญชนพวกนั้น!”

“เจ้ายังมีสมองนะ! ตราบใดที่เจ้าปรารนา แม้จะนั่งเก้าอี้ล้อเจ้าก็สามารถช่วยคนได้!”

เปลือกตาเซียวหลินเทียนสั่นไหว ยังคงหลับตาอย่างดื้อรั้น

ราวกับทำเช่นนี้แล้วจะสามารถต้านการหว่านล้อมของอันเจ๋อต่อตนได้!

อันเจ๋อกล่าวเสียงทุ้ม “เพราะคำพูดพวกนี้ที่เจ้าเอ่ย ข้าถึงกลายเป็นสหายสนิทกับเจ้า!”

“เพราะคำพูดพวกนี้ จากที่ข้าเป็นแค่ลูกผู้ลากมากดีกินดื่มเที่ยวสำราญ จึงติดตามเจ้าสู่หนทางห่วงใยบ้านเมืองและราษฎร!”

“อาเทียน พวกเราคนที่ติดตามเจ้าต่างไม่ละทิ้งเจ้า! เจ้ามีคุณสมบัติอะไรมาทิ้งตัวเองเล่า?”

เซียวหลินเทียนหัวใจสั่นไหลชั่วครู่พลางลืมตาเชื่องช้า อ้าปากแต่กลับไม่กล่าวคำ

“เจ้าซึมเซามานานมาก! ถึงเวลาควรลงมือแล้ว!”

“อาเทียน ตำหนักอ๋องอี้แห่งนี้เป็นแค่ที่พักผ่อนของเจ้า มิใช่สถานที่ใช้ชีวิตวัยเกษียณรอความตายของเจ้า!”

อันเจ๋อกล่าวแน่วแน่ “เจ้าไม่ลงมือ หรือว่าจะดูคนที่ติดตามเจ้าจากไปทีละคนอย่างเย็นชาจริง ๆ?”

“สองขาของเจ้ารับบาดเจ็บเช่นไร? มารดาเจ้าสิ้นพระชนม์เช่นไร? ความแค้นเหล่านี้เจ้าไม่อยากชำระหรือ?”

“เจ้าคิดว่า เพียงเพราะเจ้าไม่เกี่ยวข้อง พวกเขาจะปล่อยเจ้าไปรึ?”

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ยอดหมอหญิงทะลุห้วงเวลา