เมื่อเฉียวไป๋ได้ยินดังนั้นก็รู้สึกว่าท่านอาเฉียวพูดออกมาอย่างสมเหตุสมผล ความรู้ในเรื่องค่ายกลของเขามิได้ลึกซึ้งเท่ากับที่ท่านอาเฉียวมี
“ได้ เช่นนั้นข้าจะเข้าไปเอง!”
เฉียวไป๋จะเข้าไปในทันที
แต่ท่านอาเฉียวก็คว้าตัวเขาเอาไว้ก่อน “ฉีกผ้ามาอุดหูเจ้าเอาไว้ แล้วจำไว้ว่า ทุกสิ่งที่เห็นล้วนเป็นภาพลวงตา แค่เดินตรงไปทางขวาตลอดก็พอแล้ว!”
เฉียวไป๋พยักหน้า แล้วฉีกเศษผ้ามาอุดหูทั้งสองข้างเอาไว้ จากนั้นก็เดินเข้าไป
ท่านอาเฉียวมองเฉียวไป๋ที่เดินเข้าไปแล้วเคลื่อนไหวอยู่ในยอดน้ำแข็งนั้นอย่างกังวล แต่ทั้งที่เห็น ๆ อยู่ว่าเฉียวไป๋อยู่ห่างจากนายใหญ่เฉียวแค่เพียงเอื้อมมือเท่านั้น แต่ดูเหมือนว่าทั้งสองจะมองมิเห็นอีกฝ่าย
เฉียวไป๋หันไปหันมาอยู่ครู่หนึ่ง จากนั้นก็ชักกระบี่ออกมาฟันมั่ว ๆ ไปที่ยอดน้ำแข็ง ท่าทางที่บ้าคลั่งเช่นนั้นเหมือนกับนายใหญ่เฉียวไม่มีผิด
หัวใจของท่านอาเฉียวเต้นรัวขึ้นมา ในเมื่อเป็นเช่นนี้ก็หมายความว่าวิธีการของตนนั้นใช้การมิได้
หากปล่อยให้เฉียวไป๋กับนายใหญ่เฉียวฟันมั่ว ๆ เช่นนี้ต่อไป มิช้าก็เร็วพวกเขาจะต้องพบกันและฟันกันและกันจนตายในที่สุด
ในเวลานี้ท่านอาเฉียวเข้าใจแล้วว่า ตนมิสามารถทลายค่ายกลนี้ได้ ค่ายกลนี้เหนือไปกว่าความรู้เรื่องค่ายกลทั้งหมดที่เขามีแล้ว
และในขณะที่ท่านอาเฉียวกำลังรู้สึกอับจนหนทางอยู่นั้น เขาก็ได้ยินเสียงลูกน้องคนหนึ่งตะโกนขึ้นมา “เสือดาว นั่นเสือดาวใช่หรือไม่?”
ท่านอาเฉียวเงยหน้ามองขึ้นไป แล้วก็เห็นว่าบนยอดเขาฝั่งตรงข้ามนั้นมีคนยืนอยู่สองคน และมีเสือดาวหิมะอีกหนึ่งตัวด้วย
เสือดาวหิมะตัวนั้นดูห้าวหาญมาก และมันก็ยืนด้วยท่าทางทรงพลังอยู่ข้าง ๆ บุรุษผู้หนึ่งที่สวมชุดสีขาวราวหิมะ
แต่เป็นเพราะอยู่ห่างกันมากเกินไป ท่านอาเฉียวจึงมองใบหน้าของบุรุษผู้นั้นได้มิชัดเจนนัก แต่ก็รู้ว่าเขาคือหวงฝู่หลินเจ้าวังแห่งวังเทพนั่นเอง
เช่นนั้นแล้ว ค่ายกลที่ทำให้พ่อลูกตระกูลเฉียวบ้าคลั่งอยู่เช่นนี้ หากมิใช่หวงฝู่หลินเป็นผู้ควบคุมด้วยตนเอง แล้วจะเป็นใครไปได้เล่า?
ท่านอาเฉียวเข้าใจในทันทีว่า นี่คือการแก้แค้นและข่มขวัญของหวงฝู่หลิน โทษฐานที่พวกเขาทำลายหุบเขาไปก่อนหน้านี้
การกระทำพี่ใหญ่ของตน และการวิ่งมาจนถึงหน้าประตูบ้านของเขานั้น มันต่างอะไรกับการทำลายประตูบ้านของเขากันเล่า?
ทุกสิ่งที่ทำลงไปนั้นล้วนเป็นการยั่วยุโดยที่มิเห็นอีกฝ่ายอยู่ในสายตาแม้แต่น้อย!
ในเมื่อตบหน้าหวงฝู่หลินไปแล้ว ยังจะคาดหวังให้หวงฝู่หลินมีเมตตาต่อลูกน้องของพวกเขาอยู่อีกหรือ?
ท่านอาเฉียวเหงื่อแตกพลั่ก ทว่าคนที่ติดอยู่ในค่ายกลนั้นคือพี่ชายและหลานชายแท้ ๆ ของตน เขาจะสามารถนิ่งดูดายอยู่ได้หรือ?
“ท่านเจ้าวัง เรื่องที่พวกเราทำลายหุบเขาของท่านนั้น เป็นความผิดของพวกเราเองพ่ะย่ะค่ะ! ข้าน้อยรู้ดีว่าต่อให้นำเงินมามอบให้มากแค่ไหนก็มิสามารถชดเชยให้กับการสูญเสียของท่านได้ แต่ท่านเจ้าวังได้โปรดเห็นแก่มิตรภาพระหว่างผู้อาวุโสของตระกูลเฉียวกับท่านพ่อและท่านปู่ของท่านด้วยเถิดพ่ะย่ะค่ะ โปรดเมตตาด้วยเถิด!”
ท่านอาเฉียวเอ่ยร้องขอออกไปอย่างขมขื่น
“ท่านสาม ท่านดูในค่ายกลนั่นสิ...”
จู่ ๆ ผู้ติดตามคนหนึ่งก็ตะโกนขึ้นมาด้วยความหวาดกลัว
ท่านอาเฉียวจึงรีบหันไปมองอย่างรวดเร็ว แล้วเขาก็เห็นว่าสิ่งที่เขากังวลนั้นได้เกิดขึ้นแล้ว นายใหญ่เฉียวกับเฉียวไป๋ประจันหน้ากันแล้ว และดูเหมือนทั้งคู่จะมิรู้จักกันและกันแล้วด้วย พวกเขาต่างก็กำลังโจมตีอีกฝ่ายอย่างบ้าคลั่ง...
แต่เฉียวไป๋ไหนเลยจะเป็นคู่ต่อสู้ของนายใหญ่เฉียว เขาถูกนายใหญ่เฉียวฟันเข้าที่แขน และเลือดก็พุ่งออกมาในทันที...
หัวใจของท่านอาเฉียวรู้สึกกังวลขึ้นมาทันที จากนั้นเขาก็ตะโกนออกไปอย่างมิสนใจสิ่งใดแล้ว “ท่านเจ้าวัง คนที่ทำลายหุบเขาของท่านก็คือพี่ใหญ่ของข้า ซึ่งมิได้เกี่ยวข้องอะไรกับลูกชายของข้าทั้งนั้น ท่านแค่สังหารพี่ใหญ่ของข้าไปก็จบแล้ว อย่าได้ทำร้ายลูกชายของข้าเลย!”
เมื่อบรรดาผู้ติดตามได้ยินดังนั้นก็ล้วนเบิกตาโพลงขึ้นมา จากนั้นก็มองไปที่ท่านอาเฉียวอย่างมิอยากจะเชื่อ
เฉียวไป๋เป็นลูกชายของท่านอาเฉียวอย่างนั้นหรือ?
เช่นนั้น… เช่นนั้นนายใหญ่เฉียวก็ถูกสวมเขาหรือ?

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ยอดหมอหญิงทะลุห้วงเวลา
สนุกมากค่ะ ขอบคุณที่ให้อ่านฟรีนะคะ กราบค่ะ...
สนุกมาค่ะ มาต่ออีก...
รอ...
นางเอกโดนแผนร้ายไล่ล่าเจ็บตัวจะตายอ่า200+ตอน สุดท้ายจบครึ่งตอน คนร้ายบอกเข้าใจผิด นิยายฟวยไรอ่ะปัญญาอ่อนทั้งเรื่อง...
waitinggg for youuuuuuu...
ความลับยังไม่ได้เปิดเผยเลยค่ะ...
จบแบบนี้ไม่ได้นะคะ...
กลับมาได้เเล้ว...
ขอบคุณนะที่ลงเพิ่ม กำลังสนุกมาก...
คนเขียนกลับมาก๊อนนนน🥹 ทางนี่ใจจะขาดแล้วฮะ...