หวงฝู่หลินก็มิได้ใส่ใจ เขาค่อนข้างมิพอใจที่เซียวหลินเทียนตามติดตนมาราวกับกอเอี๊ยะที่เหนียวแน่นเช่นนี้ เขาจึงเร่งฝีเท้าขึ้นอีก แต่พลังของปี้ซงมิเท่าพลังของเขา ดังนั้นในเวลามินานเซียวหลินเทียนก็ตามมาทันแล้ว
ใบหน้าของหวงฝู่หลินดูหม่นหมองลง และกำลังคิดว่าจะสังหารเซียวหลินเทียนดีหรือไม่ แต่แล้วเขาได้ยินเสียงแปลก ๆ… มันคือเสียงการต่อสู้ด้วยอาวุธนั่นเอง
ดวงตาของหวงฝู่หลินดุร้ายขึ้นมาทันที และรีบขึ้นไปบนภูเขาอย่างรวดเร็ว เมื่อเขาขึ้นไปถึงครึ่งทางภูเขา เขาก็เห็นควันหนา ๆ พวยพุ่งออกมาจากตำหนักปีกเงินที่อยู่บนยอดเขานั้น
เกิดเรื่องขึ้นแล้ว!
หวงฝู่หลินก็ยิ่งร้อนใจ เหตุผลหลักที่เขาเลือกที่จะมาขอความช่วยเหลือจากตำหนักปีกเงินนั้น ก็เพราะว่าเหวินเหรินจิ้นเจ้าตำหนักปีกเงิน คือหนึ่งในสหายสนิทที่มีเพียงมิกี่คนของเขา
และเช่นเดียวกับหวงฝู่หลิน ตำหนักปีกเงินแห่งนี้เป็นสถานที่ที่ตระกูลเหวินเหรินอาศัยอยู่มาหลายชั่วอายุคนแล้ว หวงฝู่หลินมิอนุญาตให้ผู้ใดทำลายวังเทพของตน แล้วเหวินเหรินจิ้นจะยอมให้ใครมาทำลายตำหนักปีกเงินของเขาได้อย่างไรกัน!
หรือว่าเหวินเหรินจิ้นจะตกอยู่ในอันตราย?
หวงฝู่หลินเร่งฝีเท้า แล้วเดินทางขึ้นไปอย่างราบรื่นไม่มีอุปสรรคใด ๆ
ค่ายกลที่เหวินเหรินจิ้นได้สร้างไว้บนภูเขาล้วนถูกทำลายไปหมดแล้ว และพืชพรรณต่าง ๆ ที่ตระกูลเหวินเหรินปลูกไว้หลายชั่วอายุคนก็ถูกทำลายไปกว่าครึ่งเช่นกัน
หวงฝู่หลินเห็นเช่นนั้นแล้วก็รู้สึกปวดใจแทนเหวินเหรินจิ้น และยิ่งเป็นห่วงเหวินเหรินจิ้นมากขึ้นไปอีก
นี่เขาเผชิญหน้ากับศัตรูที่ทรงพลังแบบใดกัน? จึงได้ทำให้เหวินเหรินจิ้นไร้เรี่ยวแรงมิอาจต้านทานและปล่อยให้ศัตรูบุกเข้าไปเผาตำหนักปีกเงินได้เช่นนี้!
เซียวหลินเทียนและปี้ซงที่ตามหลังมาติด ๆ ก็เห็นภาพนี้เช่นกัน
เซียวหลินเทียนมิรู้จักคนของตำหนักปีกเงิน แต่เมื่อเขาเห็นต้นไม้ที่ถูกตัดทำลายเหล่านั้น และเปลวไฟที่พวยพุ่งออกมาจากตำหนักปีกเงิน เซียวหลินเทียนก็รู้ทันทีว่าตำหนักปีกเงินเผชิญกับภัยพิบัติเข้าแล้ว
เดิมทีเซียวหลินเทียนจะยอมแพ้ไปเช่นนี้ แล้วพาเผยอวี้จากไปก็ได้
แต่เขามิได้ทำเช่นนั้น อย่าว่าแต่เขาจะมาขอความช่วยเหลือเลย ต่อให้มิได้มาขอความช่วยเหลือ ก็ไม่มีเหตุผลที่เขาจะนิ่งดูดายมิช่วยเหลือ
เซียวหลินเทียนจึงเร่งแซงหน้าปี้ซง แล้วตามหวงฝู่หลินไป
หวงฝู่หลินตะคอกออกมาอย่างมิพอใจ แล้วรีบพุ่งเข้าไปอย่างบ้าคลั่ง
กระทั่งเขาไปถึงที่ประตูใหญ่ของตำหนักปีกเงิน หวงฝู่หลินก็เห็นศพจำนวนมากนอนอยู่เกลื่อนพื้น อีกทั้งยังมีควันหนาทึบอยู่ทั่วทุกที่อีกด้วย
จากนั้นก็มีเสียงโกรธเกรี้ยวดังมาจากข้างใน “ฝูหยาง ข้าบอกไปแล้วใช่หรือไม่ว่า หม้อมังกรศักดิ์สิทธิ์มิได้อยู่ในมือข้า ต่อให้เจ้าจะสังหารคนของตำหนักปีกเงินทั้งหมด ข้าก็มิอาจนำออกมาให้เจ้าได้…”
“เจ้าก็แค่หาข้ออ้างมาทำลายตำหนักปีกเงินของข้า มิจำเป็นต้องทำตัวเป็นสุนัขจิ้งจอกแอบอ้างบารมีเสือใช้คำสั่งของมหาเทพหลงมาบีบข้าหรอก!”
เสียงของอีกคนนั้นจึงเอ่ยขึ้นมาอย่างเย็นชา “ตาเฒ่าน่ารังเกียจ เจ้าอย่าได้มาพูดไร้สาระกับข้า ข้าจะนับถึงสาม หากเจ้ามิส่งหม้อมังกรศักดิ์สิทธิ์ออกมา เจ้าก็ดูหลานชายสุดที่รักของเจ้าเข้าไปอยู่ในฟันของเสือดำก็แล้วกัน!”
“โฮก…”
จากนั้นก็มีเสียงคำรามของเสือ ตามมาด้วยเสียงร้องไห้ปานจะขาดใจของเด็กคนหนึ่ง
หวงฝู่หลินและเซียวหลินเทียนที่ตามหลังมาเดินผ่านกลุ่มควันเข้าไป แล้วก็เห็นว่าข้างในนั้นมีเสือตัวใหญ่นั่งหมอบอยู่บนหลังคา เสือตัวนั้นมีขนสีดำมันขลับทั้งตัว และมันกำลังจ้องเด็กที่กำลังร้องไห้อยู่ด้านล่าง...

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ยอดหมอหญิงทะลุห้วงเวลา
สนุกมากค่ะ ขอบคุณที่ให้อ่านฟรีนะคะ กราบค่ะ...
สนุกมาค่ะ มาต่ออีก...
รอ...
นางเอกโดนแผนร้ายไล่ล่าเจ็บตัวจะตายอ่า200+ตอน สุดท้ายจบครึ่งตอน คนร้ายบอกเข้าใจผิด นิยายฟวยไรอ่ะปัญญาอ่อนทั้งเรื่อง...
waitinggg for youuuuuuu...
ความลับยังไม่ได้เปิดเผยเลยค่ะ...
จบแบบนี้ไม่ได้นะคะ...
กลับมาได้เเล้ว...
ขอบคุณนะที่ลงเพิ่ม กำลังสนุกมาก...
คนเขียนกลับมาก๊อนนนน🥹 ทางนี่ใจจะขาดแล้วฮะ...