จงเจิ้งเฟยได้ยินเช่นนั้น ก็เอ่ยขึ้นมา “ใช่แล้ว เมื่อขัดแย้งกันก็ควรจะแก้ปัญหามิใช่สร้างความบาดหมาง ท่านพ่อท่านแม่หลายตระกูลล้วนเป็นมิตรสนิทกัน ไม่มีใครอยากให้คนรุ่นหลังทะเลาะกันอย่างเอาเป็นเอาตายหรอก!”
“ศิษย์พี่หญิง เย่หรงกับเจ้ามีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน เจ้าก็ไปโน้มน้าวเขาด้วยเถิด แม้ว่าจะมิยอมแต่งงานกับหยางหงหนิง ก็อย่าได้ทะเลาะกันจนตึงเครียดเกินไปนัก!”
เมื่อหลิงอวี๋เห็นว่าทั้งสองคนล้วนเอ่ยเช่นนี้ นางก็คิดแล้วเอ่ยออกมา “ข้าจะไปคุยกับเย่หรงดู ขอเพียงมิบังคับให้เขาแต่งงานกับหยางหงหนิง ข้าคิดว่าเขาก็น่าจะยอมคืนดี!”
“ใช่ แตงที่ฝืนเด็ดจากต้นย่อมมิหวาน พวกเราล้วนรู้เหตุผลข้อนี้ดี เราไม่มีทางไปบังคับให้เย่หรงทำเรื่องเช่นนั้นแน่!”
หลงเพ่ยเพ่ยพยักหน้าแล้วเอ่ย “เจ้ากลับไปโน้มน้าวเย่หรงดูก่อน ประเดี๋ยววันหลังข้าจะจัดงานเลี้ยง เมื่อทุกคนมารวมตัวกัน เช่นนี้พวกเขาก็จะมิอึดอัด แล้วก็ปรับความเข้าใจกันได้!”
“อืม!”
หลิงอวี๋พยักหน้า และกำลังจะเดินไป หลงเพ่ยเพ่ยก็เรียกนางไว้อีก “สิงอวี๋ ข้าได้ยินมาว่าเจ้ากับเหมียวหยางผู้เป็นศิษย์ของปรมาจารย์ไป่หลี่ก็ทะเลาะกันหรือ?”
“เรื่องนี้ข้าจะยืนอยู่ข้างเจ้า เจ้าจัดการอย่างสบายใจได้เลย สิ่งที่ควรจะยืนหยัดก็ทำไป หากพวกเขากล้ามาข่มขู่เจ้า ข้าจะออกหน้าให้เจ้าเอง!”
หลิงอวี๋ตะลึงไปครู่หนึ่ง นี่หลงเพ่ยเพ่ยหมายความว่าอย่างไร?
นี่นางสนับสนุนให้ตนยืนหยัดที่จะให้เหมียวหยางมาขอโทษต่อหน้าธารกำนัล ให้ไป่หลี่ไห่กับเหมียวหยางอับอายอย่างที่สุดหรือ?
“ข้าสุดจะทนกับท่าทางการใช้อำนาจรังแกผู้อื่นของหอโอสถไป๋เป่าแล้ว ก่อนหน้านี้มายุ่งเกี่ยวกับข้าก็ปล่อยไป แต่นี่มายุ่งกับสหายของข้า ข้าไม่มีทางปล่อยพวกเขาไปง่าย ๆ เด็ดขาด!”
หลงเพ่ยเพ่ยยิ้มแล้วเอ่ยกับหลิงอวี๋ “เจ้าก็คือสหายของข้า เจ้าอย่าได้ปฏิเสธเลย เจ้าปฏิเสธไปก็ไม่มีประโยชน์ ถึงอย่างไรข้าก็ยอมรับเจ้าเป็นสหายของข้าแล้ว!”
ใบหน้าของหลิงอวี๋กระตุก แล้วหลงเพ่ยเพ่ยที่พูดเองเออเองอยู่ฝ่ายเดียว หลงเพ่ยเพ่ยผู้นี้แม้จะดูอ่อนหวาน แต่มีบุคลิกที่แข็งแกร่งมาก!
จงเจิ้งเฟยก็ยิ้มแล้วเอ่ยออกมา “ข้าพูดมิผิดเลยใช่หรือไม่ เพ่ยเพ่ยเป็นคนตรงไปตรงมามาก! ศิษย์พี่หญิงเจ้าวางใจได้ เมื่อมีนางสนับสนุนเจ้า ไป่หลี่ไห่กับเหมียวหยางมิกล้ามาสร้างปัญหาให้เจ้าง่าย ๆ อีกเป็นแน่!”
“ตอนนี้วิชาพิษก็เหนือกว่าหยางหงหนิงที่มาจากวังเทียนซูเสียอีก เจ้ากลายเป็นที่หมายปองไปแล้ว ใครเล่าจะมิรักเจ้า!”
ผู้รอบรู้ยิ้มแล้วเอ่ยออกมา “หากเป็นข้า ก่อนที่เจ้าจะกลายเป็นปรมาจารย์ข้าก็จะพยายามดึงตัวเจ้ามาอยู่ด้วยให้ได้ ยิ่งไปกว่านั้นเบื้องหลังของเจ้าก็ยังมีหอโอสถซ่างกู่ที่เป็นผลประโยชน์ก้อนโตอยู่อีก!”
หลิงอวี๋นิ่งเงียบ ต้องยอมรับว่า กลยุทธ์ที่เจ้าแห่งทิศใต้ส่งหลงเพ่ยเพ่ยมาดึงตัวให้ตนไปอยู่ด้วยนั้นช่างแข็งแกร่งกว่าไป่หลี่ไห่มากนัก อย่างน้อยแม้ว่าตนจะรู้เจตนาของพวกเขา แต่ก็มิอาจรู้สึกมิชอบใจได้
“น้องหญิง ช่วงนี้ก็ผูกมิตรกับหลงเพ่ยเพ่ยไปก่อนเถิด นี่อาจจะเป็นโอกาสสำคัญครั้งหนึ่งก็ได้ ตอนนี้เรามีศัตรูมากเกินไปแล้ว หากมีคนหนุนหลังสักคน ก็ดีกว่ามีแต่ศัตรูไปเสียหมด!”
ผู้รอบรู้ให้คำแนะนำหลิงอวี๋
“ได้ ข้าจะฟังท่าน!”
หลิงอวี๋เองก็มิอยากถูกรายล้อมด้วยศัตรูเช่นกัน ในเมื่อหลงเพ่ยเพ่ยยื่นไมตรีมา ถ้าหากว่ามิขัดต่อจิตสำนึกของตนและมิทำให้ตนต้องกระทำสิ่งชั่วร้าย ตนก็จะรับความปรารถนาดีของหลงเพ่ยเพ่ยเอาไว้

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ยอดหมอหญิงทะลุห้วงเวลา
สนุกมากค่ะ ขอบคุณที่ให้อ่านฟรีนะคะ กราบค่ะ...
สนุกมาค่ะ มาต่ออีก...
รอ...
นางเอกโดนแผนร้ายไล่ล่าเจ็บตัวจะตายอ่า200+ตอน สุดท้ายจบครึ่งตอน คนร้ายบอกเข้าใจผิด นิยายฟวยไรอ่ะปัญญาอ่อนทั้งเรื่อง...
waitinggg for youuuuuuu...
ความลับยังไม่ได้เปิดเผยเลยค่ะ...
จบแบบนี้ไม่ได้นะคะ...
กลับมาได้เเล้ว...
ขอบคุณนะที่ลงเพิ่ม กำลังสนุกมาก...
คนเขียนกลับมาก๊อนนนน🥹 ทางนี่ใจจะขาดแล้วฮะ...