ในเวลานี้ เย่หรงผู้มิเอาไหนที่เย่ซื่อเจียงเกลียดชังก็กำลังเตรียมตัวอยู่กับเผยอวี้และฉินซานเพื่อเตรียมที่จะเข้าไปในบ้านตระกูลเหมียวแล้วหลอกเอาเงินที่พวกเขาจะให้ไป่หลี่ไห่ไป
ถึงแม้ว่าเผยอวี้และฉินซานจะมีประสบการณ์ในการรบมามากมาย แต่ครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่พวกเขาทำเรื่องเช่นนี้ จึงค่อนข้างกังวล
เย่หรงแต่งตัวเป็นพ่อบ้านของไป่หลี่ไห่ และดูคล้ายกับตัวจริงมาก
เขาจึงเอ่ยปลอบใจทั้งสองคน “อย่าได้กังวลไปเลย รอหลังจากหลอกเอาเงินออกมาและเปลี่ยนรถม้าไปแล้ว จากนั้นพวกเราจะรีบไปที่สำนักศึกษาชิงหลง เช่นนี้ก็จะไม่มีผู้ใดสงสัยในตัวพวกเราแล้ว!”
“พวกเจ้าทั้งสองมิต้องพูดอะไร แค่ฟังข้าก็พอ!”
เมื่อทุกอย่างเตรียมพร้อมเรียบร้อยแล้ว เย่หรงก็นำทุกคนมุ่งไปที่บ้านตระกูลเหมียว
เผยอวี้ให้ลู่หนานไปสืบข้อมูลมาแล้วว่า สามีภรรยาตระกูลเหมียวพาเหมียวหยางไปที่สำนักศึกษาชิงหลงแล้ว จึงรู้สึกสบายใจมากขึ้น
พวกเขาจึงเดินทางมาที่บ้านตระกูลเหมียวอย่างสบาย ๆ เย่หรงก็อาศัยใบหน้าของพ่อบ้านไป่หลี่ไห่พาทุกคนเข้าไปได้อย่างราบรื่น
เมื่อพ่อบ้านเหมียวได้ยินข่าวก็ออกมาต้อนรับ แล้วเอ่ยถามด้วยใบหน้าสงสัย “ท่านพ่อบ้านใหญ่ ตกลงกันไว้ว่าตอนเย็นจะส่งไปมิใช่หรือ? เหตุใดท่านจึงมารับด้วยตนเองเล่า?”
เย่หรงเอ่ยด้วยเสียงขรึม “ปรมาจารย์ให้ข้ามาประเดี๋ยวนี้ วันนี้คนจำนวนมากล้วนไปที่สำนักศึกษาชิงหลงกัน มายามนี้จึงมิดึงดูดความสนใจของผู้ใด!”
“หยุดพูดเหลวไหลได้แล้ว รีบไปลากรถม้าออกมาเสีย ข้ายังต้องกลับไปบอกกับปรมาจารย์ที่สำนักศึกษาชิงหลงอีก!”
เย่หรงออกท่าทางอย่างเต็มที่ ท่าทีอวดดีนั้นยิ่งเพิ่มความน่าเชื่อถือมากขึ้นไปอีก
พ่อบ้านเหมียวก็มิได้สงสัยอะไร เพราะนี่คือแวดวงคนร่ำรวยในเมืองหลวงแดนเทพ และก่อนหน้านี้ก็มิเคยมีเรื่องการปล้นเกิดขึ้นด้วย เขาคาดมิถึงเลยว่าจะมีคนมาหลอกลวงถึงบ้านในตอนกลางวันแสก ๆ เช่นนี้
พ่อบ้านเหมียวสั่งให้คนรับใช้รีบไปลากรถม้าที่บรรทุกของไว้ออกมาอย่างรวดเร็ว จากนั้นพวกเผยอวี้และฉินซานก็ไปรับรถม้า
พ่อบ้านเหมียวก็เอ่ยออกมาอย่างอ่อนน้อม “เช่นนั้นข้าให้สารถีไปส่งพวกท่านดีหรือไม่!”
“มิต้อง!”
เย่หรงเอ่ยด้วยเสียงขรึม “หากคนรับใช้ของตระกูลเจ้าติดตามพวกเราไป เช่นนั้นจะมิเป็นการป่าวประกาศให้ทุกคนรู้หรือว่าปรมาจารย์รับผลประโยชน์จากตระกูลของเจ้า?”
“คนที่ข้าพามาก็มีมากพอแล้ว ลากรถม้าไปกันเองได้!”
“รอเจ้านายของเจ้ากลับมา แล้วเจ้าค่อยบอกพวกเขาก็พอแล้ว!”
ส่วนเย่หรงก็ให้พวกเผยอวี้นำรถม้าที่สับเปลี่ยนออกไปทางประตูหลังแล้ว
รถม้าเหล่านี้แยกย้ายกันไป และส่วนหนึ่งก็ไปจอดที่ท่าเรือเพื่อขึ้นเรือไป
ส่วนรถม้าที่เหลือก็ถูกแบ่งย่อยออกไป และสุดท้ายก็นำเงินทั้งหมดไปที่ตำหนักปีกเงินที่เซียวหลินเทียนสร้างขึ้นใหม่
สถานที่แห่งนี้ยังอยู่ระหว่างการก่อสร้าง มีรถม้าบรรทุกวัสดุต่าง ๆ เข้ามาเป็นจำนวนมาก จึงมิได้ดึงดูดความสงสัยของผู้อื่น
สือหรงที่ช่วยเหลือก็ให้คนขุดห้องลับไว้ข้างในแล้วนำเงินเข้าไปไว้ในนั้น จากนั้นด้านบนก็ปิดไว้ด้วยวัสดุก่อสร้าง มิว่าผู้ใดก็มิคาดคิดว่าทรัพย์สินกึ่งหนึ่งของตระกูลเหมียวจะถูกซ่อนอยู่ข้างล่างนั่น
ทันทีที่เย่หรงและพวกเผยอวี้ออกมาจากโรงเตี๊ยมก็เปลี่ยนอาภรณ์ในรถม้าอย่างรวดเร็ว จากนั้นก็รีบไปที่สำนักศึกษาชิงหลง
เวลานี้หลิงอวี๋ยังคงปรุงยาพิษอยู่ในห้องปรุงโอสถและยังมิออกมา เมื่อเซียวหลินเทียนเห็นว่าพวกเผยอวี้มากันแล้วเขาก็รู้ว่าเรื่องที่ทำนั้นสำเร็จแล้ว
มุมปากของเขาจึงปรากฏความเยาะเย้ยออกมาโดยมิรู้ตัว
หากไป่หลี่ไห่รู้ว่าเงินของเขาหายไปอย่างไร้ร่องรอยแล้ว เขายังจะมีอารมณ์ช่วยเหลือตระกูลเหมียวอย่างทุ่มเทถึงเพียงนี้อีกหรือ?

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ยอดหมอหญิงทะลุห้วงเวลา
สนุกมากค่ะ ขอบคุณที่ให้อ่านฟรีนะคะ กราบค่ะ...
สนุกมาค่ะ มาต่ออีก...
รอ...
นางเอกโดนแผนร้ายไล่ล่าเจ็บตัวจะตายอ่า200+ตอน สุดท้ายจบครึ่งตอน คนร้ายบอกเข้าใจผิด นิยายฟวยไรอ่ะปัญญาอ่อนทั้งเรื่อง...
waitinggg for youuuuuuu...
ความลับยังไม่ได้เปิดเผยเลยค่ะ...
จบแบบนี้ไม่ได้นะคะ...
กลับมาได้เเล้ว...
ขอบคุณนะที่ลงเพิ่ม กำลังสนุกมาก...
คนเขียนกลับมาก๊อนนนน🥹 ทางนี่ใจจะขาดแล้วฮะ...