ต่งเฉิงโกรธกับคำพูดบ้าบอของไป่หลี่ไห่อยู่นานจนสีหน้ามืดมนลง
แม้ว่าไป่หลี่ไห่ดูเหมือนจะเป็นบ้า แต่ใครจะรู้เล่าว่านี่มิใช่สิ่งที่เขาคิดอยู่ในใจจริง ๆ ดังนั้นเขาจึงพูดความจริงออกมาท่ามกลางความบ้าคลั่งนั้น!
เมื่อได้ยินคำพูดของโจวจาง เหล่าบัณฑิตที่รู้สึกมิพอใจไป่หลี่ไห่เหล่านั้นก็ตะโกนกันขึ้นมา
“โจวจาง เจ้าสามารถเป็นตัวแทนของอาจารย์เจ้าได้จริงหรือ?”
“มิใช่ว่าเมื่อสิงอวี๋แก้พิษให้เขาแล้วเขาจะมาบอกว่าเขามิได้เป็นคนขอยอมแพ้แล้วมาทำให้สิงอวี๋ต้องลำบากอีกหรอกใช่หรือไม่!”
“เฮ้อ ปรมาจารย์ไป่หลี่ดูถูกพวกเราว่าเป็นพวกคนไร้ระเบียบ ก็มิรู้ว่าพวกบัณฑิตของหอโอสถไป๋เป่าทุกคนจะเป็นคนที่มีความสามารถสูงกันทั้งหมดหรือไม่!”
มีคนหัวเราะแล้วเอ่ยขึ้นมา “พวกเรามิได้โกรธที่ถูกว่าเป็นพวกคนไร้ระเบียบหรอกนะ เพราะในสายตาของปรมาจารย์ไป่หลี่นั้นมิเห็นค่าแม้แต่รองเจ้าสำนักศึกษาต่งและเจ้าสำนักศึกษาจิน เจ้าฟังสิ เมื่อครู่เขาบอกว่าต้องการให้เจ้าสำนักศึกษาจินกับรองเจ้าสำนักศึกษาต่งมาเลียรองเท้าให้เขานั่น!”
“ความคิดเช่นนี้ยิ่งใหญ่จนเกินไปท่านมหาเทพหลงยังทรงปฏิบัติต่อเจ้าสำนักศึกษาจินอย่างให้ความเคารพ หรือว่าปรมาจารย์ไป่หลี่คิดว่าตนสูงส่งกว่าท่านมหาเทพหลง?”
เมื่อโจวจางได้ยินเช่นนี้ก็เหงื่อแตกพลั่ก หากคำพูดเช่นนี้ไปถึงหูของมหาเทพหลง อย่าว่าแต่ไป่หลี่ไห่จะต้องเดือดร้อน แต่บรรดาศิษย์และบัณฑิตของหอโอสถไป๋เป่าก็จะไม่มีอนาคตเพราะเหตุนี้กันทั้งหมด
“รองเจ้าสำนักศึกษาต่ง ที่อาจารย์ของข้าล่วงเกินพวกท่านไปมิใช่เจตนาที่แท้จริงของเขาขอรับ ต้องเป็นเพราะสิงอวี๋ใส่เครื่องยาสมุนไพรหลอนประสาทลงไปในยาพิษเป็นแน่ พวกเรายอมแพ้แล้ว ขอร้องรองเจ้าสำนักศึกษาต่งโปรดความยุติธรรม แล้วให้สิงอวี๋มอบยาแก้พิษออกมาให้เถิดขอรับ!”
โจวจางเอ่ยขอร้อง
ต่งเฉิงจึงยิ้มเยาะออกมา “สิ่งที่พวกเขาพูดก็มีเหตุผล โจวจาง เจ้าเป็นตัวแทนของอาจารย์เจ้าได้จริงหรือ? บางทีเมื่ออาจารย์ของเจ้าแก้พิษแล้วเขาอาจจะยังมิยอมแพ้ก็ได้ เจ้าตัดสินใจเองโดยพลการแล้วหากเขากลับคำจะทำอย่างไร?”
โจวจางกัดฟันแน่น แล้วเอ่ยเสียงขรึม “ข้าเอาชีวิตเป็นประกันว่าอาจารย์ของข้าจะไม่มีทางกลับคำ หากเขากลับคำ ข้าก็ขอตายเพื่อเป็นการขอโทษเอง!”
ต่งเฉิงมองโจวจาง เด็กผู้นี้เอาชีวิตเป็นประกันให้ไป่หลี่ไห่ เพื่อมิให้ไป่หลี่ไห่ทำให้ผู้อื่นขุ่นเคืองต่อเนื่องไป ความกตัญญูของเขาช่างน่าชื่นชมยิ่งนัก
“สิงอวี๋ นำยาแก้พิษมา!”
หลิงอวี๋ได้ยินเสียงจากข้างนอกมานานแล้ว นางจึงกระตุกยิ้มแล้วหยิบยาแก้พิษออกมาส่งให้เจ้าสำนักศึกษาจิน
โจวจางจึงกัดฟันก้าวออกไปแล้วเอ่ย “ท่านอาจารย์ ข้ายอมแพ้แทนท่านแล้ว และขอยาแก้พิษให้ท่านมาแล้ว…”
โจวจางยังพูดมิทันจบ ไป่หลี่ไห่ก็สะบัดฝ่ามือตบเข้าที่หน้าเขาไปแล้ว “ข้าแค่สลบไป มิได้เป็นอะไรเสียหน่อย มิช้าก็ฟื้นขึ้นมาแล้ว เจ้ามีสิทธิ์อะไรมาตัดสินใจยอมแพ้แทนข้าโดยพลการ?”
“สิงอวี๋ให้ผลประโยชน์อะไรกับเจ้า เจ้าเห็นคนนอกดีกว่าคนกันเองรึ?”
“รองเจ้าสำนักศึกษาต่ง เรื่องนี้มินับ ข้ามิได้เป็นคนยอมแพ้ ข้ายังมิแพ้! ข้าจะขอประลองต่อ!”
เหล่าบัณฑิตที่อยู่ข้างนอกล้วนได้ยินเสียงของไป่หลี่ไห่ และพวกเขาก็รู้สึกว่าความเข้าใจที่มีต่อไป่หลี่ไห่นั้นได้กลายเป็นความเข้าใจใหม่อีกครั้ง!
ก่อนหน้านี้บัณฑิตบางคนคิดว่าคำพูดไร้สาระอวดดีที่ไป่หลี่ไห่พูดออกมานั้นเกิดจากยาพิษ แต่ตอนนี้เขาได้รับการแก้พิษแล้วเขาก็ยังพูดคำที่ไร้ยางอายเช่นนี้ออกมาได้อีก
นี่… นี่มิสามารถหาคำมาอธิบายความไร้ยางอายของเขาได้เลย!

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ยอดหมอหญิงทะลุห้วงเวลา
สนุกมากค่ะ ขอบคุณที่ให้อ่านฟรีนะคะ กราบค่ะ...
สนุกมาค่ะ มาต่ออีก...
รอ...
นางเอกโดนแผนร้ายไล่ล่าเจ็บตัวจะตายอ่า200+ตอน สุดท้ายจบครึ่งตอน คนร้ายบอกเข้าใจผิด นิยายฟวยไรอ่ะปัญญาอ่อนทั้งเรื่อง...
waitinggg for youuuuuuu...
ความลับยังไม่ได้เปิดเผยเลยค่ะ...
จบแบบนี้ไม่ได้นะคะ...
กลับมาได้เเล้ว...
ขอบคุณนะที่ลงเพิ่ม กำลังสนุกมาก...
คนเขียนกลับมาก๊อนนนน🥹 ทางนี่ใจจะขาดแล้วฮะ...