เข้าสู่ระบบผ่าน

ยามดอกวสันต์ผลิบาน นิยาย บท 457

แม้น​ฮูหยิน​ใหญ่​เหมี่ยน​จะไม่รู้​ว่า​ปี​นั้น​เกิด​อะไร​ขึ้น​บ้าง​ แต่​ใน​สายตา​นาง​โจว​เสาจิ่น​เป็น​เด็กสาว​ที่​อ่อนแอ​และ​ขลาดกลัว​ประเภท​นั้น​ หาก​จะมีใคร​สัก​คน​ที่​เข้ากับ​โจว​เสาจิ่น​ไม่ได้​ นั่น​ย่อม​ต้อง​เป็น​คน​ผู้​นั้น​ที่​มีปัญหา​

ดังนั้น​เมื่อ​ได้ยิน​เสียง​ของ​อู๋​เป่า​จาง นาง​เพียง​แสร้ง​ทำเป็น​ไม่ได้ยิน​ รีบ​สาวเท้า​เดิน​เข้าไป​ใน​ห้องโถง​

กู​ที่​สิบ​เจ็ด​ของ​ตระกูล​กู้​ที่​ยืน​สั่งการ​บ่าว​รับใช้​เคลื่อนย้าย​หีบ​สัมภาระ​อยู่​ด้าน​นอกนั้น​กลับ​มิได้​โชคดี​เช่นนั้น​

นาง​พอ​จะรู้​มาบ้าง​ไม่มาก​ก็​น้อย​ว่า​อู๋​เป่า​จางมีนิสัย​ที่​ใช้ไม่ได้​ เป็น​คน​ที่​ชอบ​ยุยง​ปลุกปั่น​ให้​เกิด​ปัญหา​ ตอนที่​โจว​เสาจิ่น​ยังอยู่​ตระกูล​เฉิงนั้น​ก็​ค่อนข้าง​ระมัดระวัง​ตัว​กับ​อู๋​เป่า​จางพอสมควร​ นับตั้งแต่​ที่​นาง​แต่ง​เข้า​ตระกูล​เฉิงเป็นต้นมา​ จึงพยายาม​รักษา​ระยะห่าง​กับ​อู่​เป่า​จางเอาไว้​ทั้ง​โดยตั้งใจ​และ​ไม่ตั้งใจ​

ได้ยิน​คำถาม​ของ​อู๋​เป่า​จาง กู​ที่​สิบ​เจ็ด​ของ​ตระกูล​กู้​จึงตอบ​รับคำ​ยิ้ม​ๆ ว่า​ “ใช่แล้ว​เจ้าค่ะ​” เห็น​อู๋​เป่า​จางสวม​ชุด​เพ่​ยจื่อ​สีแดงสด​ปัก​ลวดลาย​สีทอง​ ปัก​ปิ่น​ทองคำ​ฝังมุก​ แต่งกาย​อย่าง​ประณีต​งดงาม​ จึงเอ่ย​ถามเพื่อ​เปลี่ยน​หัวข้อ​สนทนา​ยิ้ม​ๆ ว่า​ “วันนี้​ท่าน​เตรียม​จะไป​วัด​หรือ​เตรียม​จะกลับ​บ้านเดิม​เจ้าคะ​”

ตั้งแต่​แต่งงาน​กับ​เฉิงนั่ว​เป็นต้นมา​ ท้อง​ของ​อู๋​เป่า​จางยังคง​เงียบเชียบ​ไม่มีความเคลื่อนไหว​ใด​ เชิญท่าน​หมอ​โจว​และ​โจว​เหนียง​จื่อ​มาตรวจร่างกาย​ดู​แล้ว​ ล้วน​บอ​กว่า​อู๋​เป่า​จางไม่มีปัญหา​อะไร​ ยาบำรุง​ต่างๆ​ ก็​รับประทาน​ไป​ไม่น้อย​ แต่​ก็​ยัง​ไม่มีข่าวคราว​ใดๆ​

ไม่ถึงครึ่ง​ปี​ ฮูหยิน​ใหญ่​เวิ่น​ก็​ทนไม่ไหว​อีกต่อไป​ ชี้หน้า​ด่า​จน​เป็นเรื่อง​วุ่นวาย​ขึ้น​มา

อู๋​เป่า​จางก้มหน้าก้มตา​ปล่อย​ให้​ฮูหยิน​ใหญ่​เวิ่น​ทำตัว​ไร้เหตุผล​ไป​

ทุก​คนใน​ซอย​จิ่ว​หรู​ทั้ง​บน​และ​ล่าง​ต่าง​เห็นใจ​นาง​เป็น​อย่างยิ่ง​ รู้​ว่า​นี่​เป็น​เพราะ​ฮูหยิน​ใหญ่​เวิ่น​เอา​ความโกรธ​ที่​ได้รับ​มาจาก​นาย​ท่าน​ใหญ่​เวิ่น​ไป​ลง​ที่​อู๋​เป่า​จาง

ต่อมา​ได้​สะใภ้ใหญ่​สือ​ของ​จวน​รอง​ออกหน้า​ช่วย​พูด​ให้​ ชีวิต​ของ​นาง​ถึงได้​ดีขึ้น​มาเล็กน้อย​

แต่​ไม่กี่​วัน​ต่อมา​ ฮูหยิน​ใหญ่​เวิ่น​ก็​คิด​อะไร​ขึ้น​มาได้​อีก​ พา​หลานสาว​สถานะ​ตกต่ำ​จาก​บ้านเดิม​เข้ามา​ผู้​หนึ่ง​ บอ​กว่า​ต้องการ​ยก​ให้​เป็น​ภรรยา​ของ​เฉิงนั่ว​

สะใภ้ใหญ่​สือ​ไป​เกลี้ยกล่อม​หลาย​ต่อ​หลายครั้ง​ ล้วน​ถูก​ฮูหยิน​ใหญ่​เวิ่น​ไล่​ออกมา​ สุดท้าย​เป็น​นาย​หญิง​ผู้เฒ่า​ถังเรียก​ฮูหยิน​ใหญ่​เวิ่น​ไป​สั่งสอน​อย่าง​รุนแรง​ครั้งหนึ่ง​ ฮูหยิน​ใหญ่​เวิ่น​ถึงได้​ยอม​สงบ​ลง​ แต่​ไม่ว่า​อย่างไร​นาง​ก็​ไม่ยอม​ส่งตัว​หลานสาว​ผู้​นั้น​กลับ​บ้านเดิม​ เลี้ยง​เอาไว้​ที่​จวน​ห้า​อย่าง​คลุมเครือ​เช่นนั้น​ต่อไป​ เฉิงนั่ว​ผู้​นั้น​ก็​ไม่ช่วย​พูด​แทน​อู๋​เป่า​จางสัก​ประโยค​ ทำให้​อู๋​เป่า​จางอยู่​ที่​จวน​ห้า​ด้วย​สถานะ​ที่​กลืนไม่เข้าคายไม่ออก​

อาจจะ​เป็น​เพราะ​อู๋​เป่า​จางรู้สึก​เสียหน้า​ ช่วงนี้​จึงมักจะ​สวม​อาภรณ์​สีแดงสด​ หาก​ไม่ไป​จุด​ธูป​ไหว้พระ​ที่วัด​ก็​จะกลับ​ไป​อยู่​ที่​บ้านเดิม​สัก​สอง​สามวัน​

นาย​หญิง​ผู้เฒ่า​ถังและ​คนอื่นๆ​ รู้สึก​ว่า​ชีวิต​ของ​นาง​ช่างขมขื่น​ จึงเห็นใจ​นาง​มากกว่า​ตำหนิ​ต่อว่า​ ก็​เลย​ปล่อย​ให้​นาง​ออก​ไป​ได้​ตามใจ​

ได้ยิน​กู​ที่​สิบ​เจ็ด​กู้​ถามเช่นนี้​ กระบอกตา​ของ​อู๋​เป่า​จางพลัน​แดง​เรื่อ​ขึ้น​มาใน​ทันใด​ กล่าว​ขึ้น​ว่า​ “ข้า​เตรียม​จะไป​วัด​ ได้ยิน​ว่า​มีวัด​แห่ง​หนึ่ง​ชื่อว่า​เสีย​นเซิ่ง​อัน​ ขอ​บุตร​ศักดิ์สิทธิ์​ยิ่งนัก​”

เป็นหนึ่ง​ประโยค​ที่​ทำให้​กู​ที่​สิบ​เจ็ด​กู้​ไม่รู้​จะกล่าว​อะไร​ต่อ​ดี​

กลับเป็น​อู๋​เป่า​จางที่​ดึง​ผ้าเช็ดหน้า​ออกมา​เช็ด​ที่​หาง​ตา​อย่าง​รวดเร็ว​ เผย​รอยยิ้ม​ออกมา​ พลาง​กล่าว​ “เตรียม​ของ​มากมาย​ขนาด​นี้​ พวก​เจ้าจะไป​อยู่​นาน​เพียงใด​หรือ​ พี่สะใภ้​เก้า​ก็​ไป​ด้วย​หรือไม่​ ข้า​โตมา​ขนาด​นี้​ยัง​ไม่เคย​ไป​จิงเฉิงเลย​สักครั้ง​”

ไม่ปิดบัง​ความรู้สึก​อิจฉา​ของ​นาง​เลย​แม้แต่น้อย​

กู​ที่​สิบ​เจ็ด​กู้​บังเกิด​ความรู้สึก​ระแวดระวัง​ตัว​

ตอน​อยู่​ตระกูล​กู้​นาง​เคย​เจอ​ผู้คน​มามากมาย​ คำพูด​และ​การกระทำ​ของ​อู๋​เป่า​จางมักจะ​ทำให้​นาง​รู้สึก​ว่า​อู๋​เป่า​จางมาด้วย​เจตนา​แอบแฝง​

กู​ที่​สิบ​เจ็ด​กู้​ขานรับ​อย่าง​คลุมเครือ​ไป​เสียง​หนึ่ง​ พลาง​กล่าวว่า​ “มิใช่ว่า​พี่สะใภ้​ต้อง​ไป​วัด​หรอก​หรือ​ รีบ​ไป​รีบ​กลับ​เถิด​! เวลา​ก็​ไม่เช้าแล้ว​”

อู๋​เป่า​จางกลับ​กล่าว​ยิ้ม​ๆ ว่า​ “ไหน​ๆ ข้า​มาแล้ว​ อย่างไร​ก็​ต้อง​ก็​ไป​คารวะ​นาย​หญิง​ผู้เฒ่า​สัก​ครั้งหนึ่ง​ก่อน​ รอ​ให้​ข้า​ไป​คารวะ​ทักทาย​นาย​หญิง​ผู้เฒ่า​เสร็จ​แล้ว​ค่อย​ไป​วัด​ก็​ยัง​ไม่สาย​!”

เรื่อง​เช่นนี้​กู​ที่​สิบ​เจ็ด​กู้​จะขัดขวาง​ได้​อย่างไร​

จำต้อง​เดิน​เข้า​ห้องโถง​ไป​พร้อมกับ​นาง​

ฮูหยิน​ผู้เฒ่า​กวน​กำลัง​คุย​อยู่​กับ​ฮูหยิน​ใหญ่​เหมี่ยน​ เห​อเฟิง​ผิง​นั่ง​เอนหลัง​โดย​มีซื่อ​เอ๋อร์​และ​อีก​หลาย​ๆ คน​ปรนนิบัติ​รับประทาน​ของว่าง​และ​ดื่ม​น้ำชา​

นัยน์ตา​ของ​อู๋​เป่า​จางมีสายตา​อ่าน​ยาก​สาย​หนึ่ง​วาบ​ผ่าน​

เป็น​บุตร​สะใภ้เหมือนกัน​ ตอนที่​เห​อเฟิง​ผิง​แต่ง​เข้ามา​ใหม่​ๆ ก็​มีช่วง​ที่​ยัง​ไม่ตั้งครรภ์​เหมือนกัน​มิใช่หรือ​ กู​ที่​สิบ​เจ็ด​กู้​ผู้​นั้น​ก็​ยัง​ไม่มีความเคลื่อนไหว​ใดๆ​ เช่นกัน​ แต่​ชะตา​ของ​แต่ละคน​กลับ​ต่างกัน​ราวกับ​ผู้​หนึ่ง​อยู่​บน​สรวงสวรรค์​อีก​ผู้​หนึ่ง​อยู่​ใต้​พื้น​นรก​ก็​ไม่ปา​น.​..จะว่า​ไป​แล้ว​ ปี​นี้​บิดา​ของ​นาง​ก็​ได้รับ​การประเมิน​ว่า​ ‘ยอดเยี่ยม​’ อีกแล้ว​ ขอ​เพียง​อดทน​ไป​อีก​เก้า​ปี​ ไม่ว่า​อย่างไร​ก็​ได้รับ​ยศ​สามล่าง​สัก​ตำแหน่ง​อย่าง​แน่นอน​

นึกถึง​ตรงนี้​แล้ว​ นาง​บิด​ผ้าเช็ดมือ​ใน​มือ​แน่น​ขึ้น​ ทว่า​ใบหน้า​กลับ​เผย​รอยยิ้ม​อ่อนหวาน​ออกมา​ ก้าว​ออก​ไป​ทำความเคารพ​ฮูหยิน​ผู้เฒ่า​กวน​

ฮูหยิน​ผู้เฒ่า​กวน​มิใช่คน​ที่​ชอบ​กลั่นแกล้ง​คน​รุ่น​เด็ก​ให้​อับอาย​ประเภท​นั้น​ ยิ้ม​พลาง​สนทนา​กับ​นาง​ครู่หนึ่ง​ จากนั้น​อู๋​เป่า​จางก็​กล่าว​ขอตัว​ลา​

ฮูหยิน​ใหญ่​เหมี่ยน​ถามอย่าง​แปลกใจ​ว่า​ “นาง​มาทำไม​หรือ​”

ฮูหยิน​ผู้เฒ่า​กวน​ไม่เก็บ​มาใส่ใจ กล่าว​ยิ้ม​ๆ ว่า​ “คง​ไม่มีอะไร​ทำ​เลย​เผลอ​เดิน​มาที่นี่​โดยไม่รู้ตัว​กระมัง​”

กู​ที่​สิบ​เจ็ด​กู้​กลับ​รู้สึก​ว่า​เรื่องราว​มิได้​ง่ายดาย​เพียงนั้น​ แต่​ใน​เมื่อ​ผู้ใหญ่​เอ่ย​เช่นนี้​แล้ว​ นาง​ก็​ไม่อยาก​ทำให้​เป็นเรื่อง​ อีก​ทั้ง​เนื่องจาก​ตั้งแต่​ที่​เห​อเฟิง​ผิง​ตั้งครรภ์​เป็นต้นมา​ หน้าที่​ช่วย​ฮูหยิน​ใหญ่​เหมี่ยน​ดูแล​เรื่อง​ต่างๆ​ ใน​บ้าน​จึงตก​มาอยู่​ที่​กู​ที่​สิบ​เจ็ด​กู้​ ตอนนี้​กู​ที่​สิบ​เจ็ด​กู้​จะต้อง​ติดตาม​ผู้ใหญ่​เดินทาง​ไป​จิงเฉิง จึงต้อง​ส่งมอบ​งาน​ต่างๆ​ ใน​บ้าน​ให้​เห​อเฟิง​ผิง​ใหม่​อีกครั้ง​ นาง​และ​เห​อเฟิง​ผิง​จึงคุย​เรื่อง​มอบหมาย​งาน​ใน​บ้าน​ขึ้น​มาแทน​

เห​อเฟิง​ผิง​พยักหน้า​หงึก​ๆ ไม่หยุด​ กล่าว​ขึ้น​อย่าง​ลังเล​ว่า​ “หรือไม่​ ให้​สามีตาม​พวก​ท่าน​ไป​ด้วยดี​หรือไม่​ ใน​บ้าน​ไม่ได้​มีเรื่อง​อะไร​มาก​ ข้า​พอ​จะจัดการ​ได้​เจ้าค่ะ​”

นาง​รู้ดี​ว่า​งานแต่งงาน​ของ​โจว​เสาจิ่น​ใน​ครั้งนี้​นับ​เป็น​โอกาส​ที่​ดีมาก​โอกาส​หนึ่ง​ ไม่เพียง​ได้​พบ​ฮูหยิน​ผู้เฒ่า​กัว​ของ​จวน​หลัก​ ยัง​ได้​พบปะ​กับ​บรรดา​พี่ชาย​น้องชาย​ของ​ตระกูล​เฉิงอีกด้วย​ ที่​บิดา​ของ​นาง​มีวันนี้​ได้​ก็​เพราะ​เดิน​อยู่​บน​ถนน​สาย​เดียว​กับ​เฉิงจิงนั่นเอง​

ฮูหยิน​ผู้เฒ่า​กวน​ส่าย​ศีรษะ​ จับมือ​ของ​เห​อเฟิง​ผิง​เอาไว้​กล่าว​อย่าง​รู้สึก​ผิด​ว่า​ “อีก​ไม่กี่​เดือน​เจ้าก็​จะคลอด​แล้ว​ ตาม​หลัก​แล้ว​ข้า​และ​แม่สามีของ​เจ้าไม่ควรจะ​ออกจาก​บ้าน​ด้วยซ้ำ​ แต่​เจ้าเอง​ก็​รู้​ ซอย​จิ่ว​หรู​ใน​วันนี้​ไม่เหมือนกับ​เมื่อก่อน​แล้ว​ หาก​พวกเรา​ไม่วางแผน​เสียแต่​เนิ่นๆ​ ต่อไป​เกรง​ว่า​ชีวิต​คงจะ​ยากลำบาก​ยิ่งกว่า​นี้​ ครั้งนี้​เป็น​พวก​ข้า​ที่​ทำผิด​ต่อ​เจ้า หาก​ยัง​ให้​เก้า​เก​อเอ๋อร์​ไป​จิงเฉิงด้วย​อีก​คน​ ตอนที่​เจ้าคลอด​ผู้ใด​จะดูแล​เจ้า เรื่อง​นี้​เจ้าอย่า​ได้​เอ่ยถึง​อีก​เลย​ ถ้าหากว่า​พ่อ​สามีของ​เจ้าพูดคุย​กับ​จวน​หลัก​ได้​ เก้า​เก​อเอ๋อร์​ไม่ไป​ก็​มิใช่ปัญหา​ นอกจากนี้​ที่​เมืองหลวง​ก็​ยังมี​ญาติ​ผู้​น้อง​ตระกูล​โจว​ของ​เจ้าอยู่​ด้วย​อีก​สอง​คน​!”

เห​อเฟิง​ผิง​ได้​แต่​ต้อง​ตอบรับ​

อู๋​เป่า​จางออกจาก​จวน​สี่ไป​อย่าง​ใจลอย​ มิได้​เดินทาง​ไป​วัด​ ทว่า​เดิน​ไปหา​นาย​ท่าน​ใหญ่​เวิ่น​ที่​ห้อง​หนังสือ​ของ​เรือน​ชั้นนอก​

นาย​ท่าน​ใหญ่​เวิ่น​กำลัง​เคร่งเครียด​อยู่​กับ​รายจ่าย​ของ​ครอบครัว​อยู่​ ได้ยิน​ว่า​อู๋​เป่า​จางมาขอ​พบ​ เขา​รู้สึก​แปลกใจ​เป็น​อย่างยิ่ง​

แม้น​อู๋​เป่า​จางมักจะ​โดน​ฮูหยิน​ใหญ่​เวิ่น​ฟาดฟัน​ใส่อยู่​บ่อยๆ​ อีก​ทั้ง​บุตรชาย​ก็​เป็น​คน​ประหลาด​ผู้​หนึ่ง​ แต่​อู๋​เป่า​จางก็​ไม่เคย​เอาเรื่อง​ไป​บ่น​ให้​ที่​บ้านเดิม​ฟังเลย​สักครั้ง​ ยิ่ง​ไม่เคย​มาพูดจา​ไม่ดี​ถึงแม่สามีและ​สามีต่อหน้า​เขา​ผู้​เป็น​พ่อ​สามีเลย​สัก​คำ​ ด้วยเหตุนี้​คน​ที่​มีประสบการณ์​ความขมขื่น​จาก​ฝีปาก​ของ​สตรี​มามาก​อย่าง​นาย​ท่าน​ใหญ่​เวิ่น​จึงยังมี​ภาพ​ความประทับใจ​ต่อ​อู๋​เป่า​จางอยู่​มาก​

เขา​จึงใจดี​ไม่คิด​ไป​ถือสา​เอา​ความ​กับ​เรื่อง​ที่​อู๋​เป่า​จางมาขอ​พบ​เขา​ด้วยตัวเอง​แทนที่จะ​ส่งมามาข้าง​กาย​นำ​ความ​มาแจ้ง เขา​ให้​บ่าว​ชาย​พา​อู๋​เป่า​จางเข้ามา​

นาง​กล่าว​เสียง​เบา​ว่า​ “ท่าน​พ่อ​สามี แต่​จวน​สี่ไป​กัน​ทั้ง​นาย​หญิง​ผู้เฒ่า​และ​นาย​ท่าน​ใหญ่​เลย​นะ​เจ้าคะ​!”

นาย​ท่าน​ใหญ่​เวิ่น​ได้ยิน​แล้ว​ก็ได้​แต่​ขมวดคิ้ว​มุ่น​

เป็น​เพราะ​เขา​ไม่อาจ​สู่ขอ​ภรรยา​ดี​ๆ ได้​สัก​คน​หนึ่ง​

อู๋​เป่า​จางลอบ​บอก​พ่อ​สามีเป็น​นัยว่า​ “ตอนที่​คุณหนู​รอง​ตระกูล​โจว​อาศัย​อยู่​ที่​ซอย​จิ่ว​หรู​นั้น​นาง​กับ​ข้า​ก็​ไปมาหาสู่​กัน​อย่าง​สนิท​สน​ม…”

นาย​ท่าน​ใหญ่​เวิ่น​ได้ยิน​แล้วก็​ลิงโลด​ขึ้น​มา กล่าวว่า​ “เช่นนั้น​พวกเรา​ก็​ไป​ร่วม​งานแต่ง​ของ​น้อง​สี่กัน​…ให้​แม่ของ​เจ้ารั้ง​อยู่​ที่นี่​ ข้า​จะพา​นั่ว​เก​อเอ๋อร์​และ​เจ้าไป​ด้วย​!”

อู๋​เป่า​จางขานรับ​ยิ้ม​ๆ ว่า​ “เจ้าค่ะ​” จากนั้น​กล่าวว่า​ “ทาง​ด้าน​ของ​จวน​รอง​และ​จวน​สามนั้น​ หาก​ท่าน​พ่อ​สามีไว้วางใจ​ข้า​ ข้า​จะไป​อธิบาย​ให้​พวกเขา​ทราบ​สักครั้ง​เอง​ สถานการณ์​ของ​จวน​หลัก​ทาง​ด้าน​โน้น​ก็​ยัง​ไม่รู้​ว่า​จะเป็น​อย่างไร​ แต่​ทาง​ด้าน​ของ​จวน​รอง​และ​จวน​สามนั้น​ก็​ไม่อาจ​ทำให้​พวกเขา​ขุ่น​เคืองใจ​ได้​!”

“ไม่เลว​ๆ!” นาย​ท่าน​ใหญ่​เวิ่น​รู้สึก​ว่า​บุตร​สะใภ้ผู้​นี้​ช่างรู้ความ​และ​ไม่สร้าง​ปัญหา​ จึงโบกมือ​ให้​นาง​พร้อมกับ​กล่าวว่า​ “เช่นนั้น​เจ้าก็​ไป​บอก​จวน​รอง​กับ​จวน​สามสัก​คำ​เถิด​”

อู๋​เป่า​จางยิ้ม​พร้อมกับ​ถอย​ออก​มาจาก​ห้อง​หนังสือ​ ทว่า​ตอนที่​ไป​พบ​จวน​รอง​และ​จวน​สามนั้น​กลับ​ผลัก​ความรับผิดชอบ​ทั้งหมด​ไป​ไว้​ที่​จวน​สี่ บอก​เพียง​ว่า​เป็น​เพราะ​นาย​ท่าน​ใหญ่​เวิ่น​เห็น​จวน​สี่จะไป​ร่วม​งานแต่ง​ของ​เฉิงฉือ​ที่​จิงเฉิงกัน​ทั้ง​ครอบครัว​ ด้วย​ความริษยา​จึงตัดสินใจ​พา​นาง​และ​เฉิงนั่ว​ไป​จิงเฉิงด้วย​

นาย​หญิง​ผู้เฒ่า​ถังของ​จวน​รอง​ได้ยิน​แล้วก็​เอาแต่​แสยะ​ยิ้ม​เย็น​ ส่วน​เจียง​ซื่อ​ของ​จวน​สามกลับ​คร้าน​จะสนใจ​เรื่อง​นี้​ นับตั้งแต่​ที่​หยวน​ซื่อ​โวยวาย​เรื่อง​จะแยก​ตระกูล​เป็นต้นมา​ นาง​ก็​รู้สึก​ไม่ค่อย​สบายใจ​อยู่​รางๆ​ แล้ว​ ตอนนี้​ความรู้สึก​ไม่สบายใจ​นั่น​เป็นจริง​ขึ้น​มาแล้ว​ เฉิงเจิ้งผู้​เป็น​บุตรชาย​คนเดียว​ก็​อายุ​ไม่น้อย​แล้ว​ ทว่า​กลับ​ยัง​หา​คู่ครอง​ที่​เหมาะสม​ไม่ได้​ คน​ที่​ก่อนหน้านี้​นาง​ดู​แล้ว​รู้สึก​ว่า​พอใช้​เหล่านั้น​กลับ​มีท่าที​บ่ายเบี่ยง​หลังจากที่​จวน​หลัก​แยก​ตระกูล​ออก​ไป​ เพื่อ​จะรอ​ดู​ท่าที​ของ​จวน​หลัก​ที่​มีต่อ​จวน​สามก่อน​ นี่​ทำให้​นาง​โกรธ​จน​กัดฟัน​กรอด​ทว่า​ก็​ทำ​อะไร​ไม่ได้​

นา​งอด​ไม่ได้​พร่ำ​บ่นว่า​บุตรชาย​ไม่น่า​เอา​ตัว​เข้าไป​ยุ่ง​กับ​เฉิงสือ​ของ​จวน​รอง​เลย​

เฉิงเจิ้งยิ้ม​ขื่น​

เขา​เอง​ก็​คิดไม่ถึง​ว่า​หยวน​ซื่อ​จะกัด​เรื่อง​นี้​ไม่ปล่อย​ ต่อให้​ต้องสู้​กัน​จน​ไม่ปลา​ตาย​ก็​ตาข่าย​ขาดกัน​ไป​ข้าง​ก็​ต้องการ​จะแยก​ตระกูล​ให้ได้​

แต่​หลังจาก​แยก​ตระกูล​แล้ว​เขา​ถึงได้​ค้นพบ​ว่า​ ความจริง​แล้ว​การ​แยก​ตระกูล​ก็​มิใช่เรื่อง​เลวร้าย​อะไร​ อย่าง​น้อย​จวน​หลัก​ก็​ยัง​มีชีวิต​ที่​ดี​ มิต้อง​พานพบ​กับ​ความยากลำบาก​จาก​การ​ถูก​วิพากษ์วิจารณ์​จาก​สังคม​และ​ทางการ​

แต่​คิด​จะสาน​สัมพันธ์​กับ​จวน​หลัก​ใน​ตอนนี้​ก็​สาย​เกินไป​เสียแล้ว​

เมื่อ​ความคิด​หนึ่ง​วาบ​ผ่าน​ เขา​ก็​ตะลึงงัน​ไป​เล็กน้อย​

มิใช่มีคำ​กล่าวว่า​ ไม่ว่า​เรื่อง​อะไร​ก็​ไม่มีคำ​ว่า​สาย​เกินไป​หรอก​หรือ​

หรือว่า​เขา​จะไม่มีโอกาส​ได้​สร้างความสัมพันธ์​กับ​จวน​หลัก​แล้ว​จริงๆ​?

เฉิงเจิ้งนึกถึง​โจว​เสาจิ่น​และ​เฉิงเจีย​ขึ้น​มา!

มิใช่ว่า​พวก​นาง​มีความสัมพันธ์​อัน​ดี​ต่อกัน​มาโดยตลอด​หรอก​หรือ​

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ยามดอกวสันต์ผลิบาน