เข้าสู่ระบบผ่าน

ในเมื่อท่านปันใจ งั้นข้าขอแต่งกับยอดขุนนาง นิยาย บท 137

คนส่วนใหญ่เหล่านี้ล้วนเเต่ทราบเรื่องราวที่หอชุนเซียง เเละรีบมารับเจ้านายหรือคุณชายของตนเอง

มู่เหยาเเละคนอื่นๆปะปนเข้าไปในกลุ่ม จึงดูไม่เเปลกแยก

โชคดีที่วันนี้เมืองหลวงกำลังวุ่นวาย ประกอบกับจวนจงซู่โหวอยู่ไม่ไกล การเดินทางตลอดทางจึงถือว่าปลอดภัยจนกลับถึงจวนโหวได้

ลุงหวังได้รับข่าวก็รีบเข้ามาช่วยยกเยี่ยนสวินที่หมดสติ เข้าไปในห้องด้านในด้วยกัน

พอวางคนลง ปรมาจารย์เลี่ยวก็รีบรุดเข้ามาอย่างเร่งรีบ

“รีบให้ข้าดู!”

มู่เหยารีบหลีกทาง ให้คนไปต้มน้ำร้อนมา

ปรมาจารย์เลี่ยวตรวจดูอย่างละเอียด สีหน้าก็ค่อยๆเคร่งขรึมขึ้นเรื่อยๆ

“ไม่ดีเลย”

เขาขมวดคิ้ว มือพลันปรากฏเข็มเงินออกมา เขาปักลงไปที่ตำเเหน่งจุดชีพจร เพื่อยับยั้งการซึมของพิษ

“มู่จวิ้นจู่ ได้ยินมาว่าเมื่อหลายปีก่อน จวนจงซู่โหวเคยได้รับยาเม็ดคุ้มใจที่ไทเฮาพระราชทาน ไม่ทราบว่าตอนนี้ยังคงอยู่ในมือจวิ้นจู่หรือไม่

มู่เหยาพยักหน้าโดยไม่ลังเล “ลุงหวัง ไปเอามา!”

ยาเม็ดคุ้มใจถูกนำมาอย่างรวดเร็ว

ปรมาจารย์เลี่ยวรับมาเเล้วตรวจสอบอย่างละเอียด จึงเเน่ใจว่าใช้ได้

หลังจากละลายน้ำเเล้ว ก็ป้อนให้คนที่อยู่บนเตียงดื่ม

“แบบนี้จะดีขึ้นไหม”

มู่เหยาไม่ใช่ไม่เห็นบาดแผลบนเเขนที่ร้ายเเรงของเขา ตอนนี้เพราะพิษ เเม้เเต่เลือดที่ไหลออกมายังเป็นสีดำ

“ต่อไปนี้ ข้าจะทำการฝังเข็มให้ท่านอ๋อง จวิ้นจู่โปรดหลบไปก่อน”

มู่เหยาพยักหน้า ทิ้งลุงหวังไว้ช่วย

ส่วนนางก็พาทุกคนไปยังลานด้านหน้า รอคนของศาลต้าหลี่มาที่ประตู

เพราะว่าไฟไหม้ที่หอชุนเซียงครั้งนี้มีคดีฆาตกรรมเกิดขึ้น ศาลต้าหลี่จะต้องทำการค้นหาอย่างเเน่นอน

สิ่งที่นางทำได้คือไม่ให้ข่าวการบาดเจ็บของเยี่ยนสวินเเพร่ออกไป

“หนิงจู๋ เจ้าไปบอกลุงหวังให้ปรมาจารย์เลี่ยวพาท่านอ๋องไปที่ห้องลับ”

มู่เหยาคิดเเล้วคิดอีก จึงกำชับลุงหวังอย่างไม่วางใจไปประโยคหนึ่ง

หนิงจู๋หันหลังกลับไปทันที

ไม่นานหลังจากนั้นก็กลับมา พยักหน้าให้มู่เหยา

มู่เหยาจึงดื่มชาถอนหายใจอย่างโล่งอก พลางมองมู่เถาเถาเล่นสนุกอยู่ในลาน

ไม่นาน ประตูจวนก็ถูกเคาะ

มู่เหยากำลังจะให้ชิงอู้ไปเปิดประตู ก็เห็นลุงหวังเดินกลับมา

“ท่านรองผู้บังคับการฉางมาเเล้ว หากบ่าวไม่อยู่ ย่อมต้องทำให้ผู้อื่นสงสัยเป็นเเน่”

จางฮุยพยักหน้า เข้าใจความหมายของลุงหวัง

“นั่นย่อมเเน่นอน

เขาเเบ่งคนออกไปเเล้ว ตัวเองก็ตรงไปยังห้องโถงด้านหน้า

มู่เหยาตอนนี้มีคู่หมั้นเเล้ว อีกทั้งในห้องโถงก็มีบ่าวรับใช้จำนวนมาก จึงไม่ได้ตั้งฉากกั้นไว้

พอเข้ามาในประตู จางฮุยก็สัมผัสได้ถึงความอ่อนเพลียที่ปรากฏในแววตาของผู้ที่นั่งอยู่ในห้องโถง เห็นได้ชัดว่าถูกปลุกขึ้นมาทั้งๆที่กำลังจะเข้านอน

“มู่จวิ้นจู่วันนี้ไปไหนมา เหตุใดรถม้าของจวนท่านเพิ่งจะกลับมาไม่นาน”

จางฮุยไม่ใช่คนที่อ้อมค้อม หลังจากถามตรงๆเเล้ว เขาก็จ้องมองสีหน้าของมู่เหยา

เพื่อดูว่านางโกหกหรือไม่!

“รถม้าของจวนมักจะไปจับจ่ายซื้อของ หรือไม่ก็ไปส่งของให้ข้า วันนี้…เป็นวันที่ข้าไปส่งคัมภีร์ที่วัดหลิงซาน ดังนั้นจึงใช้รถม้า ใต้เท้าสามารถตรวจสอบที่วัดหลิงซานได้เลย”

มู่เหยากล่าวอย่างตรงไปตรงมา สีหน้าปกติ

ไม่เหมือนกำลังโกหก

จางฮุยยิ้ม “ที่เเท้ก็เป็นเช่นนี้เอง งั้นอีกประเดี๋ยวจะขอให้จวิ้นจู่อนุญาตให้คนของทางการตรวจสอบรถม้าด้วย”

“ได้”

มู่เหยาพยักหน้าอย่างใจเย็น ทว่าในใจกลับมีความกังวลอยู่มาก

เเม้ว่าห้องลับของจวนมู่จะซ้อนไว้อย่างเเนบเนียน เเต่หากคนของจางฮุยตรวจค้นอย่างละเอียดถี่ถ้วน ก็ไม่เเน่ว่าจะหาไม่เจอ

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ในเมื่อท่านปันใจ งั้นข้าขอแต่งกับยอดขุนนาง