เข้าสู่ระบบผ่าน

ในเมื่อท่านปันใจ งั้นข้าขอแต่งกับยอดขุนนาง นิยาย บท 22

เมื่อรู้สึกถึงสายตาที่มองลงมาจากด้านบน นางจึงแสร้งทำเป็นมองอย่างสงสัยขึ้นไป

เมื่อเห็นว่าคนด้านบนรีบเก็บชายเสื้อหลบ มุมปากของนางก็ฉีกยิ้มและค่อยดึงสายตากลับมา

การกระทำของนางเพียงเท่านี้ก็ทำให้ฮูหยินเฒ่าเซียวตกใจจนรีบคว้าแขนของแม่นมฉี แล้วถามอย่างกระวนกระวายว่า “เจ้าว่านางเห็นแล้วใช่ไหม?”

แม่นมฉียื่นคอไปมองข้างล่างดู “ฮูหยินเฒ่า บ่าวว่าไม่เห็นเจ้าค่ะ”

ฮูหยินเฒ่าเซียวจึงมองลงไปข้างล่างอีกครั้ง เมื่อเห็นว่ามู่เหยาไม่ได้สังเกตเห็นจริงๆ ก็อดที่จะรู้สึกไม่พอใจเล็กน้อย

“เด็กคนนี้ไม่ระมัดระวังเช่นนี้ ต่อไปจะไม่ถูกคนอื่นวางแผนเล่นงานเอาหรอกหรือ?”

แม่นมฉีไม่ได้ตอบอะไร แต่ยกมุมปากขึ้นยิ้ม

นางจำได้ว่าคุณหนูตระกูลมู่ผู้นี้เป็นแขกคนสำคัญของหอจินโหลว ตามหลักแล้วจะต้องรับรองด้วยห้องรับรองพิเศษ

แต่ตอนนี้กลับจงใจยืนอยู่ในจุดที่เด่นสะดุดตาตั้งแต่เข้ามา เกรงว่าคงรู้แล้วว่าฮูหยินเฒ่ามา นี่คงจงใจให้ฮูหยินเฒ่ามองเห็นสิท่า!

ฮูหยินเฒ่าเซียวมองพินิจพิจารณาอย่างถี่ถ้วนดู “เป็นคนสวยจริงๆ ไม่แปลกใจเลยที่สวินเอ๋อร์จะชอบ”

“เพียงแต่สวยเกินไปหน่อย เกรงว่าจะเป็นจุดสนใจได้ง่ายๆ”

คำพูดนี้ทำให้แม่นมฉีส่ายหน้าอย่างจนใจ “ฮูหยินเฒ่า งดงามก็ดีแล้วเจ้าค่ะ ต่อไปท่านพาออกไปไหนมาไหนก็จะมีหน้ามีตานะเจ้าค่ะ”

ฮูหยินเฒ่าเซียวจ้องเขม็งไปที่มู่เหยา ก่อนจะพยักหน้าโดยไม่รู้ตัว พอตั้งสติได้ก็มองไปที่แม่นมฉีอย่างสงสัยเล็กน้อย ด้วยความไม่พอใจนิดๆ

“แค่เห็นนางเจ้าก็เริ่มพูดเข้าข้างซะแล้ว นี่เจ้าอยู่ข้างไหนกันแน่”

แม่นมฉีรีบเข้ามาประคองให้นั่งพักผ่อน “บ่าวก็ต้องอยู่ข้างฮูหยินเฒ่าอยู่แล้วเจ้าค่ะ เพียงแต่คุณหนูตระกูลมู่ท่านนี้เป็นคนที่ท่านอ๋องพึงใจ ท่านอ๋องนานๆ จะมีคนที่ชอบทั้งที ฮูหยินเฒ่าก็เมตตานางหน่อยเถิดเจ้าค่ะ”

เมื่อนึกถึงชาติกำเนิดของหญิงสาวจากตระกูลมู่ผู้นี้ ฮูหยินเฒ่าเซียวก็อดที่จะสงสารนางขึ้นมาเล็กน้อย

อย่างน้อยในตอนนี้นางก็ชื่นชอบกิริยามารยาทของมู่เหยาอยู่ แต่อย่างไรก็ตามนางก็ยังอยากรอดูต่อไปอีกหน่อย

“อ๊ะ! คุณหนูมู่เหตุใดถึงประมาทเช่นนี้! สร้อยลูกปัดหยกมรกตชุดนี้ราคาไม่น้อยเลยนะ!”

มีเสียงดังเอะอะมาจากชั้นล่าง และก็ได้ยินเสียงคนเรียกคุณหนูมู่

ฮูหยินเฒ่าเซียวลุกตัวขึ้นทันที ก่อนจะขมวดคิ้วมองลงไปข้างล่าง

เมื่อเห็นว่าคนที่ยืนพูดอยู่ตรงหน้ามู่เหยาคือใคร ก็กลอกตามองบนอย่างแรง “จวนผิงหยางโหวช่างไม่มีการอบรมสั่งสอนเสียจริงๆ ถึงปล่อยให้อนุชั้นต่ำคนนี้ออกมาเดินเพ่นพ่าน!”

คนที่ยืนประชันหน้ากับมู่เหยาไม่ใช่ใครอื่น แต่เป็นหลิ่วซีอินนั้นเอง

นางกำลังกังวลอยู่เลยว่าจวนผิงหยางโหวจะไม่ส่งของเหล่านั้นกลับมา ไม่คิดว่าจะมีคนยื่นมาให้ถึงปากเร็วขนาดนี้

วันนี้ออกมาข้างนอกครั้งเดียวไม่เสียเที่ยว ช่างเป็นความคิดที่ถูกต้องจริงๆ

“อะไรนะ? จนถึงตอนนี้ยังไม่ได้ส่งของหมั้นคืนกลับไปอีกหรือ?”

“จวนผิงหยางโหวก็ใช่ว่าจะขัดสนเสียเมื่อไร หรือว่ายังหวังกับการแต่งงานครั้งนี้อยู่?”

“หากสร้อยหยกเส้นนี้เป็นของที่ตระกูลมู่มอบให้ เกรงว่าคงมีเรื่องตลกๆให้ดูเสียแล้ว”

เมื่อเสียงซุบซิบนินทารอบๆด้านดังเข้าไปในหูของหลิ่วซีอิน จนทำให้มือของนางที่อยู่ในแขนเสื้อกำแน่นขึ้นมา

นางทำอะไรไม่ถูกไปชั่วขณะ เดิมทีนางตั้งใจชนมู่เหยาเพื่ออาศัยตอนที่คนอยู่เยอะเช่นนี้แสร้งทำเป็นน่าสงสาร จะได้ทำลายชื่อเสียงของมู่เหยาบ้าง

แต่คาดไม่ถึงว่าตอนนี้ภัยกลับย้อนศรมาแทงที่นางเองเสียได้

“พี่สาววางใจได้ คุณชายใหญ่เป็นคนมีศักดิ์ศรีในตัวเองคงไม่เก็บของของพี่สาวไว้ไม่ส่งคืนเป็นแน่ เพียงแต่ช่วงนี้มีเรื่องยุ่งๆให้สะสางจนลืมไปก็เท่านั้น”

หลิ่วซีอินฝืนยิ้มออกมา และสายตาที่มองไปที่มู่เหยาก็เหมือนมีอะไรจะพูดแต่ไม่ได้พูดออกมา

“ถ้าเป็นเช่นนั้น ก็ต้องรบกวนอนุหลิ่วช่วยบอกฮูหยินผิงหยางโหวหน่อยก็แล้วกันว่า ให้รีบส่งของกลับมาโดยเร็ว หากรอให้ข้าไปทวงเองถึงที่ เกรงว่าจะกลายเป็นที่หัวเราะเยาะเอาได้”

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ในเมื่อท่านปันใจ งั้นข้าขอแต่งกับยอดขุนนาง