เข้าสู่ระบบผ่าน

ในเมื่อท่านปันใจ งั้นข้าขอแต่งกับยอดขุนนาง นิยาย บท 21

“พรุ่งนี้ลูกก็จะออกเดินทางไปเมืองฉังแล้ว คาดว่าอาจต้องไปนานเกือบสิบวันจึงจะกลับมาได้ ลูกหวังว่าเมื่อกลับมาถึงแล้ว ท่านแม่จะเตรียมทุกอย่างพร้อมหมดแล้ว”

พอพูดทิ้งท้ายเสร็จเยี่ยนสวินก็หันหลังเดินจากไป ไม่แม้แต่จะเปิดโอกาสให้ฮูหยินเฒ่าเซียวได้ตอบโต้แม้แต่น้อย

เขายังต้องรีบไปเขียนจดหมายบอกมู่เหยาอีกนะ!

เมื่อมู่เหยาได้รับจดหมายก็เตรียมตัวจะเข้านอนแล้ว พอเห็นเนื้อหาในจดหมายและได้รู้ว่าเขาไปเมืองฉังเพื่อป้องกันอุทกภัย นางจึงนึกถึงเอกสารที่เขียนไว้ในห้องหนังสือของบิดา

นางจึงลุกขึ้นจัดแจงเสื้อผ้าตัวเอง “หนิงจู๋ เจ้าไปที่ห้องโถงด้านหน้าไปบอกคนส่งจดหมายให้อยู่รอสักครู่ ข้ามีของบางอย่างอยากให้เขานำไปให้ท่านอ๋อง”

นางรู้ดีว่าคุณหนูร้อนใจ หนิงจู๋จึงรีบวิ่งไปที่ห้องโถงด้านหน้า

มู่เหยาสวมเสื้อคลุมและไปหยิบสมุดบันทึกที่บิดาเคยบันทึกไว้ยามว่างเกี่ยวกับการจัดการอุทกภัยในห้องหนังสือออกมา จากนั้นก็ให้หนิงจู๋นำไปส่งที่ห้องโถงด้านหน้า

สภาพนางในตอนนี้ ไม่สะดวกที่จะไปพบแขก

เมื่อนั่งรออยู่ในห้องครู่หนึ่ง ก็เห็นสาวใช้เดินเข้ามาด้วยสีหน้าดีใจ

“คุณหนู ท่านอ๋องส่งของมาให้มากมายเลยเจ้าค่ะ เมื่อครู่นี้ลุงหวังไม่ทันได้บอก ตอนนี่นำไปเก็บไว้ในคลังเก็บของเรียบร้อยแล้ว เดี๋ยวพรุ่งนี้คุณหนูตื่นมาค่อยไปดูก็ได้เจ้าค่ะ”

มู่เหยารู้สึกประหลาดใจเล็กน้อย ไม่คิดว่าเยี่ยนสวินจะใส่ใจทุกอย่างถึงเพียงนี้ เมื่อนางมองดูเนื้อหาในจดหมาย หัวใจที่กังวลอยู่ทั้งคืนก็พลันวางใจลง

“อย่างไรเสียก็เป็นการพระราชทานสมรสจากฝ่าบาท เพียงแต่ต้องรอท่านอ๋องกลับมาจากเมืองฉังก่อน คาดว่าคงจะใกล้ๆกับช่วงเทศกาลไหว้พระจันทร์ที่เลี้ยงสังสรรค์ในครอบครัวพอดี”

หนิงจู๋คำนวณระยะเวลาอย่างละเอียดดู “ถ้าอย่างนั้นก็เหลือเวลาไม่ถึงยี่สิบวันแล้ว คุณหนูท่านยังไม่ได้เลือกผ้าสำหรับตัดชุดแต่งงานเลยนะเจ้าคะ!”

“ของเก่าที่เคยมีอยู่ไม่ควรเอามาใช้แล้ว เหลือเวลาแค่ยี่สิบวันเกรงว่าจะไม่ทันกระมัง?”

เมื่อเห็นท่าทางตื่นตระหนกของสาวใช้ มู่เหยาก็อดหัวเราะออกมาไม่ได้

“ยัยเด็กโง่ พระราชโองการจะถูกประกาศออกมาหลังจากนี้อีกยี่สิบวัน แต่วันแต่งงานจะต้องรอกำหนดหลังจากที่พระราชโองการประกาศออกมาแล้ว”

หนิงจู๋ถอนหายใจด้วยความโล่งอก แต่แล้วนางก็นึกอะไรบางอย่างขึ้นมาได้ จึงลดเสียงลงและถามขึ้นว่า

“แล้วคุณหนูจะไปเยี่ยมฮูหยินเฒ่าเซียวหรือไม่เจ้าคะ?”

ดวงตาของมู่เหยาสั่นไหวทันที สุดท้ายก็ส่ายหน้าให้

“เรื่องนี้คนนอกยังไม่รู้ หากข้าบุ่มบ่ามไปเยือนจะยิ่งทำให้ฮูหยินเฒ่าไม่พอใจได้ รอจนกว่าจะมีพระราชโองการลงมาเสียก่อน แล้วค่อยไปขอขมาถึงหน้าประตู”

ตอนนี้ยังไม่มีข่าวคราวใดๆ เล็ดลอดออกมา หากนางบุ่มบ่ามไปคารวะที่จวนฉู่อ๋อง เกรงว่าจะมีข่าวลือแพร่กระจายออกไปและทำให้ผู้คนสงสัยเอาได้

อย่างไรก็ตามก็แค่อีกกี่วันเอง นางไปเริ่มเตรียมของไว้ก่อนก็แล้วกัน

“ยิ่งไปกว่านั้นตระกูลมู่มีอำนาจไม่มาก สำหรับท่านอ๋องของพวกเราถือเป็นเรื่องดี”

ความเห็นของแม่นมฉีทำให้โทสะของฮูหยินเฒ่าเซียวลดลงไปครึ่งหนึ่งในทันที นางเพิ่งจะได้สติและถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่

“ข้ามิใช่ไม่รู้ เพียงแต่ข้าเป็นห่วงจริง ๆ”

แม่นมฉีตบมือฮูหยินเฒ่าเซียวเบา ๆ และกล่าวปลอบใจว่า “ฮูหยินจะกังวลไปไย อย่างไรเสียกว่าท่านอ๋องจะเสด็จกลับมาก็อีกตั้งยี่สิบกว่าวัน พวกเราไปสังเกตคุณหนูตระกูลมู่ให้ดี ๆ ก็จะรู้ได้ หากไม่ไหวจริง ๆ ฮูหยินเฒ่าก็รอท่านอ๋องเสด็จกลับมาค่อยว่ากันอีกทีก็ได้”

คำพูดนี้ทำให้ฮูหยินเฒ่าเซียวคลายกังวลลงบ้าง เมื่อมาถึงที่จินโหลวก็ตรงไปที่ชั้นบนเพื่อหาที่นั่งดีๆล่วงหน้า จะได้มองเห็นอย่างชัดเจน

ตอนที่มู่เหยามาถึง มิใช่ว่าจะไม่ได้สังเกตเห็นรถม้าของจวนฉู่อ๋อง

นางคาดเดาในใจว่าฮูหยินเฒ่าเซียวต้องอยู่ชั้นบน จึงไม่ได้ขึ้นไปชั้นสองแต่อย่างใด

“ได้ยินมาว่าเพิ่งมีทับทิมชุดใหม่เข้ามา ไม่ทราบว่าตอนนี้มีชิ้นงานที่เสร็จสมบูรณ์แล้วหรือยัง?”

เมื่อเห็นว่าเป็นมู่เหยา เด็กรับใช้ก็รีบพยักหน้า “คุณหนูจะขึ้นไปชั้นสองหรือไม่?”

“ไม่ต้องหรอก ขอดูตรงนี้แหละ แสงกำลังดี”

มู่เหยาจงใจยืนอยู่ในตำแหน่งที่ชั้นบนมองลงมาเห็นได้อย่างชัดเจน เพื่อจะให้ฮูหยินเฒ่าเซียวมองเห็นนางได้ชัดๆ

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ในเมื่อท่านปันใจ งั้นข้าขอแต่งกับยอดขุนนาง