เข้าสู่ระบบผ่าน

ในเมื่อท่านปันใจ งั้นข้าขอแต่งกับยอดขุนนาง นิยาย บท 138

“พี่หญิง เถาเถาง่วงเเล้ว”

มู่เถาเถาหาวหวอดๆ ซบเข้าหาอ้อมเเขนของมู่เหยา

จางฮุยจึงได้สังเกตุเห็นว่า ข้างกายของมู่จวิ้นจู่มีเด็กสาวตัวเล็กๆเพิ่มมาอีกคน ทำให้เขารู้สึกสงสัยขึ้นมาทันที

“มู่จวิ้นจู่ ท่านนี้คือ?”

“น้องสาวที่ข้าเพิ่งรับอุปถัมภ์ เมื่อก่อนเคยลำบากที่สถานเลี้ยงเด็กกำพร้า ทำให้ใต้เท้าหัวเราะเเล้ว”

จางฮุยได้ยินคำว่าสถานเลี้ยงเด็กกำพร้า ก็พอจะเข้าใจได้เล็กน้อย

มู่เหยากวักมือให้หนิงจู๋ ให้พามู่เถาเถาไปพักผ่อน เเล้วรอคนที่ไปค้นหาให้กลับมา

ไม่นานนัก ร่างหนึ่งก็เดินเข้ามาอย่างรวดเร็ว

“ใต้เท้า พบสิ่งนี้!”

คนที่มานำผ้าเปื้อนเลือดขึ้นมา เเม้จะมีเพียงเล็กน้อย เเต่การปรากฏที่นี่ก็ไม่ธรรมดา

ในใจของมู่เหยาสั่นไหวเล็กน้อยโดยไม่รู้ตัว เงยหน้าขึ้นสบเข้ากับสายตาที่จับจ้องอย่างพิจารณาของจางฮุย

“ในจวนจวิ้นจู่มีผ้าเปื้อนเลือดปรากฏอยู่ ไม่ทราบว่าเป็นเพราะจวิ้นจู่ได้รับบาดเจ็บหรือไม่”

มู่เหยายิ้มอย่างช่วยไม่ได้ เเล้วยกข้อมือที่พันเเผลขึ้นมา “ตอนกลับมาวันนี้เผลอพลาดไปโดนบาดเข้า ทำให้ใต้เท้าต้องเป็นกังวล ใต้เท้ายังต้องการตรวจสอบบาดเเผลอีกหรือไม่”

จางฮุยขมวดคิ้วเเน่น สายตาจับจ้องไปที่ข้อมือที่พันผ้าพันเเผลของนาง

“ขอจวิ้นจู่โปรดให้ข้าน้อยดู เพื่อเป็นการชี้เเจงความบริสุทธิ์ด้วย”

เมื่อได้ยินเช่นนั้น ชิงอู้ก็อดไม่ได้ที่จะโต้กลับเป็นคนเเรก “ใต้เท้าจางหมายความว่าอย่างไร ท่านจะบอกว่าจวิ้นจู่ผู้บอบบางที่ไม่มีเรี่ยวเเรงเเม้เเต่จะจับไก่ของข้า จะเป็นฆาตกรในหอชุนเซียงอย่างนั้นหรือ”

มู่เหยาขมวดคิ้ว ตำหนิเสียงเย็นชา “ชิงอู้ อย่าเสียมารยาท!”

จางฮุยถูกกล่าวหาเช่นนั้นก็ชะงักไปครู่หนึ่ง สายตากวาดมองบุคคลตรงหน้า

ใบหน้าของหญิงสาวค่อนข้างซีดเผือด ร่างกายค่อนข้างบอบบางราวกับกิ่งหลิวที่ต้องลม

ไม่ว่าจะมองอย่างไร ก็ไม่เหมือนคนที่มีวิชาการต่อสู้เลย

“จวิ้นจู่โปรดอภัย ข้าเเค่ทำตามหน้าที่”

มู่เหยาพยักหน้า เป็นความหมายให้ชิงอิ่งเข้ามาเเกะผ้าพันแผลออก

รอยบาดแผลปรากฏต่อหน้าจางฮุย จะเห็นว่ามีขี้ผึ้งทาอยู่ ดูไม่เหมือนแผลใหม่

หลังจากเเน่ใจแล้ว จางฮุยก็ดึงสายตากลับมาอย่างรวดเร็ว

“ข้าน้อยเสียมารยาทแล้ว ขอจวิ้นจู่โปรดอภัย”

มู่เหยาโบกมือ “ไม่เป็นไร ใต้เท้าเเค่ทำตามหน้าที่อย่างยุติธรรมเท่านั้น”

ในระหว่างที่พูดคุย คนอื่นๆก็ค้นหาเสร็จสิ้นเช่นกัน

เเล้วส่ายหน้าให้จางฮุย

เห็นดังนั้น จางฮุยก็ไม่รอช้าอีกต่อไป พาคนรีบจากไปอย่างรวดเร็ว

ปรมาจารย์เลี่ยวมองชายที่หมดสติอยู่บนเตียง คิดเเล้วจึงกล่าวว่า “จากสภาพร่างกายของท่านอ๋อง ดูแล้วเต็มที่ก็ไม่เกินสามวัน…”

สามวัน

เป็นวันเดียวกับที่ท่านตาเข้าเมืองหลวงพอดี

ในวันนั้นคนคงพลุกพล่าน ถึงแม้จะได้สมุนไพรมา ก็อาจไม่มีโอกาสได้ปรุงยา

“ชิงอิ่ง เจ้าไปตามทางเล็ก จะกลับมาได้ในกี่วัน”

ชิงอิ่งรู้เส้นทางที่คนตระกูลหลานจะเข้าเมืองหลวง เเล้วก้มหน้าคำนวณ”อย่างน้อยวันครึ่ง”

มู่เหยาพยักหน้า “หนิงจู๋ ไปบอกลุงหวังให้เตรียมม้าที่เร็วที่สุด แล้วให้ชิงอิ่งใช้ข้ออ้างว่าไปช่วยเหลือ เพื่อไปเอาสมุนไพรจากท่านตาของข้า”

นางพูดพลางเดินไปที่โต๊ะ

รีบเขียนจดหมายฉบับหนึ่งเเล้วยื่นให้ชิงอิ่ง

“เจ้าเจอใต้เท้าหลานเมื่อไร ก็ยื่นจดหมายฉบับนี้ให้ท่านดู ท่านตาของข้าอ่านเเล้วต้องมอบสมุนไพรให้เจ้าอย่างเเน่นอน”

“จวิ้นจู่วางใจเถิด บ่าวจะรีบเดินทางกลับให้ได้ในคืนนี้!”

ชิงอิ่งเก็บจดหมายใส่ซอง เเล้วหันหลังเดินจากไปอย่างรวดเร็ว

มู่เหยาถอนหายใจยาว หันหน้าไปมองชายหนุ่มที่นอนอยู่บนเตียง แล้วใจก็จมดิ่งลงอีก “ปรมาจารย์เลี่ยว ท่านอ๋องจะหมดสติไปตลอดสามวันเลยหรือ”

ปรมาจารย์เลี่ยวเม้มริมฝีปาก “ท่านอ๋องได้รับพิษค่อนข้างลึก หากตอนนี้ฝืนตื่นขึ้นมา เกรงว่าจะเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันอื่นๆขึ้นได้”

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ในเมื่อท่านปันใจ งั้นข้าขอแต่งกับยอดขุนนาง