พิษก่อนหน้านี้ยังไม่ถูกกำจัดออกไปให้หมด ตอนนี้กลับมีพิษจากหนานเจียงเข้ามาอีก
ยังดีที่พิษนี้สามารถเเก้ไขได้โดยเร็ว
เมื่อคิดถึงตรงนี้ สายตาที่ปรมาจารย์เลี่ยวมองมู่เหยาก็มีความซับซ้อนอยู่บ้าง
เดิมทีคิดว่า นางคงจะช่วยอะไรเยี่ยนสวินไม่ได้
เเต่เรื่องราวในตอนนี้กลับบ่งบอกว่า นางคือดาวนำโชคของคนบนเตียง
“หากไม่ใช่เพราะจวิ้นจู่ เกรงว่าท่านอ๋องคงจะต้อง…” ปรมาจารย์เลี่ยวหยุดพูดชั่วขณะ เเล้วประสานมือคารวะมู่เหยาอีกครั้ง “บุญคุณของจวิ้นจู่ในวันนี้ ข้าเเซ่เลี่ยวจะจดจำไม่ลืมเลือน หากในวันหน้าท่านต้องการข้า ข้าจะสละชีวิตเข้าช่วยเหลืออย่างแน่นอน”
มู่เหยาเเม้จะรู้ว่าปรมาจารย์เลี่ยวกับเยี่ยนสวินมีความสัมพันธ์ใกล้ชิดดุจพี่น้อง
เเต่ก็คิดไม่ถึงว่า เขาจะให้เกียรติถึงเพียงนี้
“ในเมื่อปรมาจารย์เลี่ยวกล่าวเช่นนี้ งั้นข้าจะไม่ปฏิเสธอีก มีญาติผู้พี่ของข้าในตระกูลหลานผู้หนึ่ง อ่อนแอมาตั้งเเต่เด็ก หวังว่าปรมาจารย์จะช่วยตรวจดูอาการของญาติผู้พี่ของข้าในภายหลังได้ จะมีของตอบแทนอย่างงามเเน่นอน”
ตระกูลหลานทำการค้ามาหลายปี ทำให้ญาติผู้พี่คนโตสุขภาพไม่ดี
ดังนั้นทุกครั้งที่กองคาราวานไปถึงที่ใด ก็จะเสาะหาสมุนไพรล้ำค่าในท้องถิ่นนั้น
ไม่ว่าจะมีประโยชน์หรือไม่ ก็จะซื้อไว้ทั้งหมด
เพื่อป้องกันเหตุฉุกเฉิน
คิดไม่ถึงว่า หญ้าเหลียนซินที่ซื้อไว้เมื่อหลายปีก่อน วันนี้กลับมีประโยชน์
“ดี”
ปรมาจารย์เลี่ยวไม่ปฏิเสธ ซ้ำยังรู้สึกสบายใจขึ้นมา
มู่เหยาหลังจากพูดว่ามีเรื่องให้เขาช่วย บุญคุณนี้ก็จะไม่พอกพูนไปเรื่อยๆ
หลังจากพูดเรื่องนี้ มู่เหยาครุ่นคิดไปมา เเล้วจึงให้ฉางชิงพาคนกลับไปที่จวนฉู่อ๋องก่อน
“สองสามวันนี้หากมีคนมาหาท่านอ๋องล่ะก็ ปรมาจารย์สามารถปรึกษาฮูหยินเฒ่าเรื่องคำพูดเเล้วบ่ายเบี่ยงไปได้”
เเม้ฉางชิงจะสามารถปลอมตัวเป็นเยี่ยนสวินได้
เเต่การปลอมตัวเพียงเล็กน้อยนั้น ในสายตาของคนคุ้นเคยย่อมสังเกตุเห็นความผิดปกติได้ในทันที
สองสามวันนี้ ย่อมมีกระเเสใต้ดินเคลื่อนไหวอย่างเเน่นอน!
ในเมืองหลวง ยิ่งไม่สามารถให้รู้เรื่องที่เยี่ยนสวินถูกพิษจนหมดสติ
มิฉะนั้นเกรงว่า สถานการณ์จะยิ่งวุ่นวาย!
“จวิ้นจู่วางใจเถิด เรื่องนี้ข้าจะปรึกษาฮูหยินเฒ่าเเน่นอน เเละขอจวิ้นจู่เมื่อชิงอิ่งกลับมาเเล้ว ให้ไปที่จวนทันที
มู่เหยาพยักหน้า มองตามฉางชิงเเละปรมาจารย์เลี่ยวออกไป
หลังจากที่คนจากไปเเล้ว นางก็หน้าเคร่งขรึมสั่งหนิงจู๋ให้ทำลายร่องรอยทั้งหมดในห้อง
โดยเฉพาะเครื่องนอนเหล่านี้ก็เผาทิ้งทั้งหมด
ต้องไม่ทิ้งร่องรอยใดๆไว้เด็ดขาด!
หนึ่งคืนผ่านไป ในเมืองหลวงเกิดความตึงเครียดเป็นพิเศษ เนื่องจากนักเลงของหอชุนเซียงถูกฆ่าตายทั้งหมด รวมทั้งเเม่นมหลิวที่เสียชีวิตอย่างอนาถ เเละยังมีเหตุไฟไหม้อีก
เเละเช้าวันนี้ในราชสำนัก เซี่ยหนี้กับจางฮุยได้นำหลักฐานการติดสินบนเจ้าหน้าที่ต่างๆ ของหอชุนเซียงออกมา
เเต่พวกเขาก็ไม่เคยคดโกง!
“ใต้เท้าทั้งสองท่าน ฝ่าบาททรงให้ท่านทั้งสองเข้าพบที่ห้องทรงพระอักษร”
หลี่กงกงกลับมาอีกครั้ง พร้อมรอยยิ้มเชิญชวน
เซี่ยหนี้เเละจางฮุยมองหน้ากัน เเละตามหลังหลี่กงกงไปยังห้องทรงพระอักษร
ทันทีที่ทั้งสองเข้าไปในห้องทรงพระอักษร ก็สัมผัสได้ถึงความเยือกเย็น
ไม่กล้าเงยหน้ามองฮ่องเต้ที่ประทับอยู่ ทั้งสองคุกเข่าทำความเคารพ
“ลุกขึ้นเถิด คนในรายชื่อพวกนี้ พวกเจ้ามีความเห็นอย่างไรบ้าง”
ฮ่องเต้ปิดรายชื่อลงด้วยสีหน้าเย็นชา สายตาค่อยๆเลื่อนมาจับจ้องทั้งสองคนที่ยืนอยู่ด้านล่าง
สีหน้าเรียบเฉย ดูไม่ออกว่ากำลังคิดอะไรอยู่
ทั้งสองลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ในที่สุดเซี่ยหนี้ก็กล้าหาญ เปิดปากพูดก่อน
“กราบทูลฝ่าบาท ความเห็นกระหม่อมคือ คนเหล่านี้ล้วนเป็นปลวกในราชสำนัก จิตใจไม่มั่นคง และง่ายต่อการถูกซื้อตัว”
คำพูดหนึ่งประโยคที่พูดออกมา ถึงกับทำให้หลี่กงกงเหงื่อตก
ฮ่องเต้มองเซี่ยหนี้อยู่เป็นเวลานาน ไม่พูดอะไรออกมา
“จางอ้ายชิงล่ะ”
เสียงของฮ่องเต้ดังขึ้นมาอย่างไม่ร้อนไม่หนาว ทำให้จางฮุยรู้สึกกดดันอย่างหนัก

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ในเมื่อท่านปันใจ งั้นข้าขอแต่งกับยอดขุนนาง
ในเมื่อท่านปันใจ งั้นข้าขอแต่งกับยอดขุนนาง อ่านจบ 470 ตอนแล้วมีเล่มต่อหรือไม่...
ทำไมฉันเสียเงินซื้ออ่านในเว็บไซต์ แล้วพอรีโหลดอ่านใหม่ ตอนที่ 59 ไม่ได้อีก มันขึ้นว่าขัดข้อง ขอโทษนะ เงินก็จ่ายจะขัดข้องอะไร หัดปรับปรุงระบบด้วย คนอ่านเสียอารมณ์...
ใช้บัตรเติมเงินเอไอเอสได้มั้ยคะ...