ลุงหวังก็หน้าเคร่งเครียดเข้ามาในห้อง ค้อมมือคารวะต่อผู้คนในเรือน
“จวิ้นจู่ ฮูหยินใหญ่ตระกูลลู่ได้ยินว่านายท่านกลับมา จึงนำของขวัญมากมายมาคารวะ บัดนี้มารออยู่หน้าประตูแล้ว”
นายท่านหลันขมวดคิ้วทันที หาได้ชอบใจฮูหยินใหญ่ตระกูลลู่ผู้นี้ไม่
หากเป็นบ้านที่มีกฎระเบียบบ้างแล้วไซร้ ย่อมไม่มารบกวนในวันที่เพิ่งกลับจวนเช่นนี้
โดยปกติแล้ว ควรรอรับบัตรเชิญเสียก่อนจึงค่อยมาเยือน
“ฮูหยินใหญ่ตระกูลลู่… หรือจะเป็นจังซื่อผู้นั้นที่เมื่อก่อนไม่เคยชายตามองน้องหญิงเลยสักครั้ง?”
หลันชงขมวดคิ้วเอ่ยถาม
ทุกคนในตระกูลหลันต่างหันมามองลุงหวัง ครั้นเห็นเขาพยักหน้า สีหน้าทั้งหมดก็พลันหม่นลง
หม่นยิ่งกว่าตอนที่ลุงหวังมาแจ้งข่าวเสียอีก!
“ครอบครัวนี้ช่างไร้มารยาทนัก! ท่านตา ข้ากับพี่ใหญ่จะไปดูสักหน่อย!”
หลันเฉินตบโต๊ะฉาดหนึ่ง แล้วลุกพรวดขึ้นทันที
ท่าทีนี้หาใช่ไปดูอย่างเดียวไม่ ดูประหนึ่งจะไปทะเลาะเสียมากกว่า
“เชิญนางเข้ามา พวกเจ้าที่เหลือจงหลบอยู่หลังฉากกั้น อาหน่วน อิ๋งเอ๋อร์ แล้วก็ชีเอ๋อร์ออกไปดูกับข้า”
นายท่านหลันตัดสินเด็ดขาดในทันที ทำให้หลันชงกับหลันเฉินต้องนั่งลงอย่างหงุดหงิด
เห็นได้ชัดว่าโกรธอยู่ไม่น้อย ที่ท่านตาไม่ยอมให้สองพี่น้องออกไปด้วย!
ทั้งสี่คนก็มาถึงหน้าจวนโหวในเวลาไม่นาน
พลันเห็นจังซื่อยืนคอยอยู่หน้าประตูพร้อมสาวใช้ ในมือของบ่าวรับใช้เหล่านั้นล้วนถือของกำนัลล้ำค่าในมือ
เห็นชัดว่าครั้งนี้ตั้งใจมาจริง ๆ
“เจ้าคือจังซื่อ ฮูหยินใหญ่ตระกูลลู่ใช่หรือไม่?”
ครั้นนายท่านหลันเปล่งเสียงออกไป ก็แผ่รัศมีข่มขวัญอันน่ากลัว
ทำเอาจังซื่อทรงตัวแทบไม่อยู่ รอยยิ้มบนใบหน้าก็แฝงความฝืนใจไว้เป็นอย่างมาก
“ท่านคงเป็นท่านผู้เฒ่าตระกูลหลันผู้เลื่องชื่อ ข้าขอน้อมคารวะ” จังซื่อฝืนยิ้มพยายามผูกไมตรี
แต่น่าเสียดาย นายท่านหลันผ่านผู้คนมามากมาย
จึงไม่มีทางยอมให้เกียรตินาง
“ของกำนัลจากตระกูลลู่ของพวกเจ้านั้น ตระกูลหลันกับจวนจงซู่โหวของเรา รับไว้ไม่ได้”
“หากฮูหยินใหญ่จางเพียงมามอบของขวัญ ก็เชิญกลับเถิด ข้าเพิ่งพาหลานชายหลานสาวกลับมา อยากจะกินข้าวให้สบายใจ หาได้อยากพบสิ่งใดที่ทำให้อารมณ์เสียไม่”
วาจาของนายท่านหลันคมกริบ ทุกคำเปี่ยมไปด้วยการเสียดแทงจังซื่อ
ทว่าตอนนี้จังซื่อกลับมิอาจอวดดีอันใดได้เลย
ได้แต่ฝืนหน้ารับความอับอาย ไม่อาจโต้กลับได้สักคำ!
ก็ในเมื่อวันนี้นางเป็นฝ่ายมีเรื่องต้องพึ่งพาผู้อื่น
ยังไม่ทันข้ามชั่วยาม
วาจาทั้งหมดที่จังซื่อกล่าวหน้าจวนจงซู่โหว ก็แพร่กระจายไปทั่วเมืองหลวงแล้ว
ลู่เหวินเจิ้งพอกลับถึงจวน ก็รีบไปยังจวนของจังซื่อ ระเบิดโทสะทุบข้าวของไปไม่น้อย
สุดท้ายก็เป็นหลิวหว่านชุนที่มาเกลี้ยกล่อมจนสงบลงได้
ครั้นไปถึงเรือนตะวันออก หลิวหว่านชุนก็รีบยื่นน้ำชาดับร้อนคลายไฟให้ด้วยท่าทางเอาอกเอาใจ
มือนุ่มนิ่มค่อยๆ ลูบแผ่นหลังให้ลู่เหวินเจิ้งระบายอารมณ์
“นายท่านเจ้าคะ บัดนี้ฮูหยินใหญ่ยิ่งไม่รู้ความขึ้นทุกวัน ท่านต้องหาวิธีรับมือเสียบ้างแล้ว”
“ไม่เช่นนั้น สักวันตระกูลลู่ของเราคงได้พังพินาศในมือฮูหยินใหญ่แน่แท้”
ลู่เหวินเจิ้งก็หาใช่คนเขลา ย่อมรู้ดีว่าตอนนี้หลิวหว่านชุนคือผู้กุมอำนาจในบ้าน
พอนึกถึงคำเล่าลือในเมืองหลวง แววตาที่มองหญิงตรงหน้าก็เจือความเฉียบคมขึ้น
“ในเมื่อเจ้ารู้ว่านางไม่มีสติ ไฉนจึงปล่อยให้ออกไปข้างนอกในวันนี้อีก?”
หลิวหว่านชุนแววตาสะท้อนประกายวูบหนึ่ง ครั้นเงยหน้าขึ้นอีกครั้งก็ทอดถอนใจด้วยความจนใจ
“ฮูหยินใหญ่ถึงอย่างไรก็เป็นพี่สาวของข้า ข้าย่อมเคารพนบนอบอยู่แล้ว”
“เมื่อพี่จะออกไป ข้าหาได้กล้าขัดขวาง อีกทั้งนิสัยพี่นั้น… นายท่านก็ทราบดีอยู่แล้วมิใช่หรือเจ้าคะ”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ในเมื่อท่านปันใจ งั้นข้าขอแต่งกับยอดขุนนาง
ในเมื่อท่านปันใจ งั้นข้าขอแต่งกับยอดขุนนาง อ่านจบ 470 ตอนแล้วมีเล่มต่อหรือไม่...
ทำไมฉันเสียเงินซื้ออ่านในเว็บไซต์ แล้วพอรีโหลดอ่านใหม่ ตอนที่ 59 ไม่ได้อีก มันขึ้นว่าขัดข้อง ขอโทษนะ เงินก็จ่ายจะขัดข้องอะไร หัดปรับปรุงระบบด้วย คนอ่านเสียอารมณ์...
ใช้บัตรเติมเงินเอไอเอสได้มั้ยคะ...