“ขอรับ บ่าวจะไปจัดการเดี๋ยวนี้”
พ่อบ้านออกไปปฏิบัติคำสั่ง
ลู่เหวินเจิ้งเดินอยู่ในห้องตำราตามลำพัง ในใจครุ่นคิดว่าจะทำอย่างไรให้จังซื่อตายเงียบเชียบ
……
จวนจงซู่โหว
หลังจากที่ทุกคนในบ้านทานมื้อเย็นเสร็จ ทางหลันอิ๋งก็พาคนอื่นไปดูที่เรือนด้านข้าง
ให้พื้นที่มู่เหยาคุยกับท่านปู่
นายท่านหลานสองมือไพล่หลัง สายตาหันไปมองหญิงสาวข้าง ๆ เป็นระยะ
“อาหน่วน มีเรื่องอะไรไม่สู้พูดกับตาโดยตรง เจ้าขมวดคิ้ว ท่าทางที่เต็มไปด้วยความทุกข์และความแค้นฝันลึก ขาดความร่าเริงที่เด็กสาวคนหนึ่งควรมีจริง ๆ”
หลังได้ยินคำนี้ มู่เหยากะพริบตาแล้วคลายคิ้วออกในทันที
“ท่านตาว่าข้าแบบนี้ได้อย่างไร ข้ารู้สึกว่าข้าก็ร่าเริงดีเจ้าค่ะ”
ระหว่างที่พูดอยู่ มู่เหยาก็ทำหน้าทะเล้นใส่นายท่านหลาน
ทำให้นายท่านหลานขำในชั่วพริบตา “เจ้าน่ะ เป็นเด็กเจ้าเล่ห์ แต่ข้าคิดว่าคนข้างกายของเจ้าคงจะบอกเรื่องข่าวลือในเมืองหลวงคืนนี้กับเจ้าแล้วกระมัง”
มู่เหยาพยักหน้า ในดวงตาไม่มีความประหลาดใจแม้แต่น้อย
เพราะนางอยู่ต่อลำพัง ก็เพื่อคุยเรื่องนี้กับท่านตา
“ด้านนอกต่างกำลังลือว่า ฮูหยินใหญ่ของตระกูลลู่ สูงส่งหยิ่งทะนง ยกย่องตัวเองเป็นสายเลือดของขุนนางฝ่ายบุ๋น ดูถูกตระกูลพ่อค้าในเมืองหลวง...ตอนนี้ได้ยินว่าตระกูลพ่อค้ามากมายต่างคับข้องใจ”
นายท่านหลานพยักหน้า “หากเรื่องนี้เป็นแบบนี้ต่อไป ไม่ช้าก็เร็วจะเข้าหูของฝ่าบาท ถึงเวลานั้นตระกูลลู่จะเป็นอย่างไร? ก็ต้องอาศัยความสามารถของตัวลู่เหวินเจิ้งเพียงคนเดียวแล้ว”
เอ่ยถึงลู่เหวินเจิ้ง ในดวงตาของนายท่านหลานมีประกายความเย็นชาแวบขึ้นมา
มู่เหยารับรู้ถึง ความรังเกียจในคำพูดของท่านตาตนที่มีต่อตระกูลลู่
ความรังเกียจแบบนี้ เหมือนมีมาก่อนหน้านี้นานมาก ๆ แล้ว
นึกถึงสาเหตุการตายของบิดาและมารดา มู่เหยาก็กำมือแน่นใต้แขนเสื้อ
นางชะงักเท้า สายตาหยุดบนแผ่นหลังของท่านตาตรงหน้า
อาจเพราะรับรู้สึกเด็กสาวด้านหลังชะงักเท้า นายท่านหลานหันกลับมามองด้วยความสงสัย
“อาหน่วน เป็นอะไรไป?”
มู่เหยามองนายท่านหลานอยู่ ชั่วขณะไม่รู้ว่าควรเอ่ยถึงเรื่องในอดีตหรือไม่
นางสูดลมหายใจลึก ๆ “ท่านตา ตอนนี้ข้าถึงวัยปักปิ่นแล้ว เรื่องมากมาย ควรบอกข้าล่วงหน้าใช่หรือไม่ ข้าจะได้เตรียมตัวล่วงหน้า?”
นายท่านหลานอึ้ง จ้องเด็กสาวตรงหน้าเขม็ง
พะงาบปาก แต่ไม่รู้ควรพูดอะไร
ผ่านไปพักใหญ่ นายท่านหลานถอนใจยาวเฮือกใหญ่ “มีบางเรื่องควรบอกกับเจ้าจริง ๆ เพียงแต่เรื่องบางเรื่องควรรอลุงทั้งสองและป้าสะใภ้ของเจ้ากลับมาก่อน ค่อยพูดจะดีกว่าเล็กน้อย”
“อ๊าก!!!”
คนในรถอุทานออกมาอย่างตกใจ ม้าข้างนอกตกใจ ใช้แรงดิ้นหนีออกจากสายบังเหียนโดยตรง
ชายหนุ่มกัดฟัน ยื่นมือจับรถม้าเอาไว้ให้แน่นในทันที ให้รถม้าไม่ถึงกับโคลงเคลง
“น้องรอง เกิดอะไรขึ้น!”
เสียงของซูโหรวดังออกมาจากด้านในรถ หลานชิวเหิงกัดฟันสีหน้าเคร่งขรึม ชักกระบี่อ่อนที่เอวออกมา
“พี่สะใภ้ใหญ่ ปกป้องพี่ใหญ่อยู่ในรถ ห้ามออกมาเด็ดขาด”
ไม่นาน เสียงต่อสู้ก็ดึงขึ้นจากนอกรถม้า
ซูโหรวร้อนใจมาก ก้มหน้ามองสามีที่หมดสติเพราะถูกพิษเป็นระยะ
“ใคร ใครกันแน่ที่ต้องการให้พวกเราตระกูลหลันตาย!”
ซูโหรวคิดอย่างไรก็คิดไม่ถึง พวกเขาก็แค่บังเอิญแยกกับนายท่านหลาน ตลอดทางกลับดึงดูดคนไล่ล่ามากมายขนาดนี้
โดยเฉพาะคนเหล่านี้ทยอยมาไม่ขาดสาย เห็นชัดเจนว่าไม่ฆ่าพวกเขาตายก็จะไม่หยุดเด็ดขาด!
ก็คือไม่ยอมให้พวกเขาเข้าเมืองหลวง!
“ปัง!”
เสียงรถม้าชนกระแทกดังขึ้น หัวใจของซูโหรวก็สั่นตามไปด้วย

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ในเมื่อท่านปันใจ งั้นข้าขอแต่งกับยอดขุนนาง
ในเมื่อท่านปันใจ งั้นข้าขอแต่งกับยอดขุนนาง อ่านจบ 470 ตอนแล้วมีเล่มต่อหรือไม่...
ทำไมฉันเสียเงินซื้ออ่านในเว็บไซต์ แล้วพอรีโหลดอ่านใหม่ ตอนที่ 59 ไม่ได้อีก มันขึ้นว่าขัดข้อง ขอโทษนะ เงินก็จ่ายจะขัดข้องอะไร หัดปรับปรุงระบบด้วย คนอ่านเสียอารมณ์...
ใช้บัตรเติมเงินเอไอเอสได้มั้ยคะ...