เข้าสู่ระบบผ่าน

ในเมื่อท่านปันใจ งั้นข้าขอแต่งกับยอดขุนนาง นิยาย บท 184

สุดท้ายก็คือนางได้ผลประโยชน์

ในที่สุดก็ถือว่ากลับสู่งานเลี้ยงต้อนรับ เหมือนว่าทุกอย่างเมื่อครู่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน

ครึ่งชั่วยามต่อมา มู่เหยารู้สึกมึนงงสมองตื้ออยู่บ้าง ก็เลยลุกขึ้นขอตัว คิดจะออกจากโถงใหญ่สูดอากาศในสวน

เมื่อออกจากโถงใหญ่ หนิงจู๋ที่ไม่กล้าพูดมาโดยตลอดถึงถอนหายใจเฮือกใหญ่

“จวิ้นจู่ โชคดีที่ฝ่าบาทมาได้ทันเวลา หากท่านถูกโบยจริง ๆ บ่าวคงกระวนกระวายใจแทบตายจริง ๆ เจ้าค่ะ!”

มู่เหยานั่งบนเก้าอี้หิน ปล่อยให้นางบีบนวดต้นขาให้ตัวเอง ยื่นมือตบบ่าปลอบโยนหญิงสาว

“ตั้งรับตามสถานการณ์ ไทเฮาไม่ว่าอย่างไรก็เป็นไทเฮา ถึงแม้ข้าจะทุกข์กายหน่อยก็เป็นเรื่องหลีกเลี่ยงได้ยาก”

มีบางคำพูด ไทเฮาพูดได้ถูกต้อง

นางเป็นแค่เด็กกำพร้าคนหนึ่ง ในบ้านไร้ที่พึ่งพิง จะเทียบเท่ากับไทเฮาได้อย่างไร?

นึกถึงเหล่าความสัมพันธ์ที่บิดาทิ้งเอาไว้ ก็แค่เพราะนางเป็นผู้หญิงคนหนึ่ง คนพวกนั้นไม่ยินดีมาเยี่ยม

หากโอนย้ายให้คนอื่น แต่ยังอยู่ในชื่อของพ่อแล้วละก็...

ความสัมพันธ์เหล่านั้น ก็จะดึงดูดกลับมาใหม่โดยธรรมชาติ!

นึกถึงตรงนี้ มู่เหยาคิดถึงคนคนหนึ่งเป็นคนแรก

ญาติผู้พี่ตระกูลหลัน...

แต่ว่าเรื่องนี้ ยังต้องหาโอกาสปรึกษาหารือกับพวกท่านตาถึงจะได้

หากญาติผู้พี่ไม่ยินดี นางก็จะไม่บังคับ

“จวิ้นจู่ ยังเจ็บอยู่ไหมเจ้าคะ?”

เสียงของหนิงจู๋ ดึงมู่เหยาให้ออกจากห้วงความคิด

นางยิ้มพร้อมส่ายหน้า “ค่อยยังชั่วแล้ว พวกเรากลับกันเถอะ”

เพิ่งลุกขึ้น ก็เห็นขันทีน้อยคนหนึ่งรีบเดินมา ทำความเคารพนาง “จวิ้นจู่ องค์หญิงซูหรงเชิญท่านไปคุยที่สระพันมัจฉาขอรับ”

สระพันมัจฉาห่างที่นี่ไม่ไกลนัก แต่ลมกลางคืนในวันนี้เย็นเล็กน้อย ทำไมองค์หญิงซูหรงคนนี้ถึงออกมารับลมได้?

“รบกวนให้องค์หญิงรอสักครู่ ข้าให้สาวใช้ไปแจ้งที่งานเลี้ยงก่อน”

ขันทีน้อยพยักหน้า จ้องหนิงจู๋จากไปแล้ว ถึงเดินหน้านำทางไป

มู่เหยาเห็นอีกฝ่ายก็ไม่ได้ห้าม ในใจยังคงระมัดระวังอยู่

เดินไปทิศทางสระพันมัจฉาตามหลังขันทีน้อย เพียงแต่รักษาระยะห่างเอาไว้ตลอด

หากมีอะไร นางก็สามารถตอบสนองได้อย่างรวดเร็วและวิ่งหนีไปได้ในทันที!

เกรงว่าในใจคงเกลียดชังคนที่พูดคำนี้

แต่มู่เหยาอยู่ข้างกายท่านอาตั้งแต่เด็ก เจอการแข่งขันแย่งชิงในเรือนหลังของผู้หญิงมากมาย คำพูดที่องค์หญิงซูหรงพูดเมื่อครู่

ฟังแล้วกลับดูจงใจอย่างเห็นได้ชัด

องค์หญิงซูหรงเหมือนไม่ทันสังเกต ยังคงยิ้มและจูงมือของนาง “มู่เหยา ข้าเรียกเจ้าแบบนี้ได้ไหม?”

มองรอยยิ้มจริงใจบนใบหน้าของนาง มู่เหยาพยักหน้า แต่น้ำเสียงเฉยเมินลงเล็กน้อย

“องค์หญิงชอบเรียกอย่างไรก็ได้หมด”

“มู่เหยา ระหว่างข้ากับพี่เยี่ยนสวินไม่มีอะไรกันเลย เพียงแต่คำพูดล้อเล่นของข้าสมัยเด็กเท่านั้น”

พูดอยู่ก็เห็นคนตรงหน้าตกอยู่ห้วงความทรงจำ บนใบหน้าแสดงท่าทีเขินอายที่มีเฉพาะสาวน้อย

“ในตอนนั้น ข้าเจอพี่เยี่ยนสวินเป็นครั้งแรก พี่เยี่ยนสวินหน้าตาดีกว่าคนอื่นตั้งแต่เด็ก หากมู่เหยาเจ้าเห็นแล้วคงจะต้องชอบแน่ ๆ ดังนั้นข้าถึงพูดว่า อยากกลายเป็นเจ้าสาวของพี่เยี่ยนสวิน”

พูดถึงตรงนี้ องค์หญิงซูหรงก็ถอนหายใจออกมา

หมุนตัวจับมือของมู่เหยาเอาไว้แน่นอย่างน่าสงสาร กำลังที่มากทำให้มู่เหยาอดไม่ได้ที่จะขมวดคิ้วขึ้น

“องค์หญิง ท่านจับจนข้าเจ็บแล้ว”

คนตรงหน้าปล่อยมือด้วยสีหน้าลนลาน “ขอโทษ ขะ...ข้าแค่ประหม่าเล็กน้อย”

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ในเมื่อท่านปันใจ งั้นข้าขอแต่งกับยอดขุนนาง