เช่นนี้ ความสัมพันธ์ระหว่างนางกับฮ่องเต้ก็ยังไม่เลวร้ายจนเกินไป
แต่ใครจะคิดว่าเด็กแพศยาผู้นี้กลับกล้าเปิดโปงเรื่องนี้ต่อหน้าทุกคน
หากนางตอบรับไป ก็เท่ากับก้าวก่ายการตัดสินพระทัยของฮ่องเต้ แน่นอนว่าต้องทำให้ฝ่าบาทไม่พอพระทัย
ไทเฮาไม่อยากที่จะเพิ่งกลับมาก็สร้างความแตกร้าวกับฮ่องเต้
ตรึกตรองอยู่ครู่หนึ่ง ไทเฮาก็ตัดสินใจว่า อย่างไรก็ควรเฆี่ยนลงโทษนางเสียก่อนเพื่อระบายโทสะ แล้วค่อยบีบบังคับให้นางยอมรับภายหลัง!
ถึงตอนนั้น ต่อให้ฉู่อ๋องจะไม่พอใจอยู่บ้าง
ก็จะไม่มีผู้ใดเอ่ยวาจาค้านได้อีก!
คิดได้ดังนี้ อารมณ์ของไทเฮาก็ดีขึ้นเล็กน้อย นางสะบัดมือพลางตวาดลั่น “ไหน ๆ เจ้าก็ไร้บิดามารดาอบรม วันนี้ข้าจะอบรมเจ้าให้ดีเอง!”
ทันใดนั้น นางกำนัลก็รีบก้าวเข้ามาหมายจะคว้ามู่เหยาเอาไว้
มู่เหยาครุ่นคิดในใจ คำนวณเวลา ยานั้นน่าจะออกฤทธิ์แล้วถึงจะถูก
แต่ร่างกายยังไร้ปฏิกิริยา มู่เหยาจึงเงยหน้ามองไปยังไทเฮาโดยไม่รู้ตัว
และแน่นอนว่าอีกฝ่ายมองนางเยี่ยงมดปลวกต่ำต้อย
“ขอบพระทัยไทเฮาสำหรับพระราชทานลงโทษ”
นางสะบัดมือนางกำนัลออก ลุกขึ้นอย่างสงบนิ่งแล้วเดินออกไป
ท่วงท่าหลังตรงไม่สะทกสะท้านของนาง ทำให้ไทเฮากำมือแน่นบนเก้าอี้
“ไม่แปลกใจเลยว่าเป็นลูกของหญิงแพศยา น่าชังจริงๆ!”
ไทเฮาพึมพำเบา ๆ แต่ก็ทำให้หลิวมามาที่ยืนอยู่ด้านข้างสะดุ้งขึ้นมา
สายตาที่มองไปยังมู่เหยามีแววเวทนาขึ้นมาเล็กน้อย
มู่เหยามองม้านั่งยาวที่วางอยู่เบื้องหน้า กำลังจะโน้มตัวลงก็ได้ยินเสียงตะโกนแหลมของขันทีดังขึ้นในจังหวะนั้น
“ฝ่าบาทและฮองเฮาเสด็จ!”
“ไท่จื่อและฉู่อ๋องเสด็จ!”
พร้อมกับเสียงนั้น ทุกคนในท้องพระโรงที่เพิ่งลุกขึ้น ต่างก็คุกเข่าลงอีกครั้งพร้อมเพรียงกัน
ฮ่องเต้เสด็จนำหน้า สายตากวาดมองผู้คนที่ชุมนุมอยู่หน้าทางเข้าท้องพระโรง แล้วมองมาที่มู่เหยา
“เกิดเรื่องอันใดขึ้น?”
ไทเฮารู้สึกใจหายวาบ แอบถลึงตามองมู่เหยาอย่างขุ่นเคือง
แล้วรีบสาวเท้าขึ้นมายิ้มละไม “ในเมื่อฝ่าบาทเสร็จราชกิจแล้ว ก็รีบเข้าไปด้านใน ให้ข้าได้ดูเจ้าเสียหน่อยเถิด”
ฮ่องเต้ปรายตาไปทางมู่เหยา แล้วหันมาส่งยิ้มบาง ๆ ให้ไทเฮา
“เสด็จแม่พาผู้คนมากมายมายืนหน้าท้องพระโรง เช่นนี้มีสิ่งใดน่าดูงั้นหรือ?”
ทรงตรัสถามซ้ำด้วยอำนาจราชา ทำให้รอยยิ้มบนใบหน้าไทเฮาชะงักค้าง
เมื่อสบตาของฮ่องเต้ที่เต็มไปด้วยรอยยิ้มเย็นจนคนสั่นสะท้าน ไทเฮาก็ทรงต้องจำใจยอมอ่อนข้อ
“ข้าหาได้มีความหมายเช่นนั้นไม่ ช่างเถิด เรื่องแต่งงานของซูหรง ข้าค่อยเลือกใหม่ วันนี้เป็นงานรับเสด็จของข้า อย่าพูดถึงเรื่องน่าขุ่นเคืองอีกเลย เดี๋ยวแม่ลูกจะหมางใจกันเสียเปล่า ๆ”
ฮ่องเต้จึงยิ้มเล็กน้อย แล้วหันไปมองเบื้องล่าง
“พอแล้ว เจ้ากลับไปนั่งที่เถิด”
มู่เหยาตอบรับ กลับไปยังที่นั่งแล้วลูบขาอันเมื่อยล้าของตนเบา ๆ
อาศัยจังหวะยกถ้วยดื่ม นางก็กลืนยาถอนพิษที่ท่านลุงรองเตรียมไว้ให้ลงไป
ความอึดอัดแน่นในทรวงอกจึงค่อย ๆ คลายลงบ้าง
ทว่า นางก็รับรู้ได้ว่ามีสองสายตาคอยจับจ้องนางอยู่เรื่อย ๆ จึงหันไปตามหนึ่งในนั้น
ก็เห็นไท่จื่ออวิ๋นจี้เบือนสายตาออกพอดี
นางมีแววตาฉงนฉายวูบ แล้วหันไปมองเยี่ยนสวินที่นั่งอยู่ใกล้ ๆ
เห็นแววเจ็บปวดในดวงตาอีกฝ่าย ก็แอบพยักหน้าให้อย่างอ่อนโยน เป็นนัยว่าอย่ากังวล
แต่ต่อให้เยี่ยนสวินไม่ได้พาฮ่องเต้มาได้ทันเวลา
และนางเกิดล้มหมดสติไปเพราะฤทธิ์ยา
ก็ย่อมทำให้เกียรติภูมิของไทเฮาพระองค์นี้ที่สะสมมานาน เริ่มมีรอยร้าวอย่างไม่อาจหลีกเลี่ยง!

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ในเมื่อท่านปันใจ งั้นข้าขอแต่งกับยอดขุนนาง
ในเมื่อท่านปันใจ งั้นข้าขอแต่งกับยอดขุนนาง อ่านจบ 470 ตอนแล้วมีเล่มต่อหรือไม่...
ทำไมฉันเสียเงินซื้ออ่านในเว็บไซต์ แล้วพอรีโหลดอ่านใหม่ ตอนที่ 59 ไม่ได้อีก มันขึ้นว่าขัดข้อง ขอโทษนะ เงินก็จ่ายจะขัดข้องอะไร หัดปรับปรุงระบบด้วย คนอ่านเสียอารมณ์...
ใช้บัตรเติมเงินเอไอเอสได้มั้ยคะ...