“เจ้าค่ะ”
ชิงเหลียนพยักหน้าก่อนจะมองตามฉางชิงจากไป
นางมองดูท้องฟ้าครู่หนึ่ง ก่อนจะหยิบป้ายผู้ดูแลหอชุนเซียงที่ชายชุดดำวางไว้บนโต๊ะขึ้นมา แล้วเดินไปยังชั้นสอง
“จากนี้ไป ข้าจะเป็นผู้ดูแลหอชุนเซียง กฎระเบียบเดิมของแม่นมหลิวให้ยกเลิกไปได้เลย พวกเจ้าแต่ละคนสามารถใช้ความสามารถของตนเองได้เต็มที่ แต่ห้ามทำให้พี่น้องได้รับบาดเจ็บหรือพิการ ส่วนเงินที่ต้องจ่ายทุดวัน เปลี่ยนเป็นแบ่งครึ่ง ไม่ใช่เจ็ดและสามส่วนเหมือนเมื่อก่อน”
“เจ้าค่ะ พวกเราเคารพและจะปฏิบัติตามคำสั่งของแม่นมชิงเหลียน”
แม้ว่าบางคนจะยังรู้สึกไม่พอใจอยู่บ้าง แต่เมื่อได้ยินว่าไม่ต้องแบ่งเงินเป็นเจ็ดและสามส่วน ต่างก็เบาใจลง
หลังจากจัดการทุกอย่างเรียบร้อยแล้ว ชิงเหลียนก็นึกถึงน้องสาวที่อยู่ในจวนจงซู่โหว
จึงสวมหมวกคลุมหน้าแล้วออกไป
หลังจากเข้าออกตรอกซอยหลายรอบจนมั่นใจว่าไม่มีใครตามมาแล้ว นางจึงเดินเข้าไปทางประตูหลังของจวน
“จวิ้นจู่อยู่หรือไม่”
ชิงอิ๋งพยักหน้า “คุณหนูเถาเถากำลังทานอาหารอยู่ แม่นางทานหรือยัง”
ชิงเหลียนพยักหน้า ก่อนจะหยุดอยู่ที่หน้าห้องโถง
“ข้าจะรอจวิ้นจู่อยู๋ที่นี่”
เมื่อเห็นดังนั้นชิงอิ๋งก็ไม่ได้บอกให้นางไปที่ห้องอาหาร
แต่หันกลับไปรายงานให้มู่เหยา
เมื่อรู้ว่าชิงเหลียนมาแล้ว มู่เหยาก็หันไปมองมู่เถาเถาที่กินอิ่มเรียบร้อยแล้ว “เอาขนมติดไปด้วย ไปพบพี่สาวของเจ้า แต่เจ้าพบหน้าพี่สาวได้เพียงหนึ่งชั่วยามเท่านั้น พี่สาวเจ้าไม่อาจอยู่ในจวนโหวได้นาน”
มู่เถาเถาพยักหน้าอย่างเชื่อฟัง หนิงจู๋ช่วยเอาขนมใส่จานให้ ก่อนนางจะจูงมือหนิงจู๋ไปที่ห้องโถง
มู่เหยาไม่ได้ตามไปด้วย ถือว่าปล่อยให้สองพี่น้องได้มีเวลาอยู่ด้วยกันตามลำพัง
“จวิ้นจู่ ท่านอ๋องให้บ่าวนำสิ่งนี้มามอบให้เจ้าค่ะ”
มู่เหยารับกระดาษแผ่นเล็กมา พลางค่อยๆ คลี่ออกดูอย่างตั้งใจ
เมื่อดูเสร็จก็เผาทิ้ง
“ข่าวเรื่องท่านอ๋องออกจากเมืองหลวง ห้ามให้คนอื่นล่วงรู้”
ชิงอิ๋งพยักหน้า สื่อว่าเข้าใจและจะระมัดระวัง
มู่เหยาอ่านหนังสืออยู่ครู่หนึ่ง เห็นเด็กน้อยเดินกลับมาด้วยใบหน้าแดงก่ำ มือยังถือห่อผ้าเล็กๆ อยู่ นางจึงวางหนังสือลง เดินเข้าไปใช้ผ้าชุบน้ำอุ่นเช็ดรอยน้ำตาบนใบหน้าของเด็กน้อย
“ไม่ใช่ว่าจะไม่ได้เจอหน้าพี่สาวเจ้าเสียหน่อย ทำไมถึงได้ร้องไห้ทุกครั้งเช่นนี้”
มู่เถาเถาเอ่ยด้วยความน้อยใจ "พี่สาวบอกว่าข้าคิดแต่เรื่องกินกับเล่น แถมยังอ้วนขึ้นอีก บอกว่าข้าควรตั้งใจเรียนหนังสือจากจวิ้นจู่เจ้าค่ะ”
ได้ยินดังนั้นมู่เหยาก็อดหัวเราะไม่ได้ ก่อนจะบีบแก้มนุ่มๆ ของเถาเถาที่เริ่มอ้วน
“แล้วเจ้าตอบพี่สาวเจ้าไปว่าอย่างไร?”
ฟังจากน้ำเสียงที่ไม่ค่อยมั่นใจของนาง มู่เหยาก็ไม่ได้รีบร้อนสรุป
“จะภักดีหรือไม่ รออีกเดี๋ยวชิงอิ๋งพาตัวมาก็คงรู้”
ซูโหรวพยักหน้า แต่เมื่อเห็นว่าคนที่ชิงอิ๋งพากลับมาคือใคร นางถึงกับตกใจจนรู้สึกหนาวเหน็บไปทั้งตัว!
“ฟางเจี่ยน?”
ฟางเจี่ยนเงยหน้าขึ้น ดวงตาเต็มไปด้วยความตื่นตระหนก
“จวิ้นจู่ ฮูหยินใหญ่ ตอนที่บ่าวไล่ตามเขาไป พบว่าคนผู้นี้กำลังจะฝังกากยาที่นี่ บ่าวเห็นผิดสังเกตจึงเก็บกากยาเหล่านั้นกลับมาทั้งหมด"
เมื่อเห็นกากยาที่เปื้อนดินในห่อผ้า
มู่เหยาก็รู้สึกถึงบางอย่างที่ผิดปกติ จึงรีบสั่งให้ชิงอู่ไปตามหมอประจำจวนมาทันที
ระหว่างที่รอ นางก็หันไปมองฟางเจี่ยนด้วยสายตาเย็นชา "ข้าจำเจ้าได้ เจ้าเป็นคนติดตามท่านลุง น่าจะไม่ต่ำกว่ายี่สิบสามสิบปี เรื่องกากยานี้มันอย่างไรกันแน่”
“ถ้าเจ้าพูดความจริงออกมา เห็นแก่เวลายี่สิบสามสิบปี ข้าอาจจะไว้ชีวิตเจ้า”
ต่อให้เป็นคนโง่ ก็มองออกว่ามีบางอย่าผิดปกติ
ไม่ต้องพูดถึงมู่เหยาและซูโหรว
เมื่อเห็นว่าฟางเจี่ยนยังคงไม่ยอมปริปาก ซูโหรวก็ตะคอกเสียงแข็ง “ฟางเจี่ยน! ถ้าเจ้ายังไม่ยอมพูด พรุ่งนี้ข้าจะให้คนไปที่เจียงหนาน เอาตัวภรรยาและลูกของเจ้าที่เพิ่งครบเดือนมา!"

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ในเมื่อท่านปันใจ งั้นข้าขอแต่งกับยอดขุนนาง
ในเมื่อท่านปันใจ งั้นข้าขอแต่งกับยอดขุนนาง อ่านจบ 470 ตอนแล้วมีเล่มต่อหรือไม่...
ทำไมฉันเสียเงินซื้ออ่านในเว็บไซต์ แล้วพอรีโหลดอ่านใหม่ ตอนที่ 59 ไม่ได้อีก มันขึ้นว่าขัดข้อง ขอโทษนะ เงินก็จ่ายจะขัดข้องอะไร หัดปรับปรุงระบบด้วย คนอ่านเสียอารมณ์...
ใช้บัตรเติมเงินเอไอเอสได้มั้ยคะ...