นางยังเลือกเครื่องประดับจำนวนไม่น้อยจากหีบสินเดิม แล้วสั่งให้แม่นมฝางนำไปส่งที่จวนจงซู่โหว
พอเห็นลูกชายของตนกลับมาจากข้างนอก ฮูหยินเฒ่าเซียวก็ทำหน้าเย็นชา และโยนก้อนผ้าในมือออกไปทันที!
เยี่ยนสวินชะงัก และยื่นมือออกไปรับ
“ท่านแม่ ใครทำให้ท่านโมโหกัน?”
“ก็จดหมายที่ไทเฮาส่งจดหมายวันนี้น่ะสิ บังคับและหลอกล่อให้แม่ทูลขอพระราชโองการ เพื่อให้องค์หญิงซูหรงได้เป็นพระชายาเอกของเจ้า ไม่รู้ว่าตอนเด็กช่างโชคร้ายแค่ไหน ไปวังหลวงแค่ครั้งเดียว ก็โดนองค์หญิงคนนั้นหมายตาเข้าเสียแล้ว!”
เมื่อเอ่ยถึงเรื่องนี้ เยี่ยนสวินก็ทำหน้าจนปัญญา
“ท่านแม่พูดถึงองค์หญิงคนไหนหรือ ข้าไม่เคยพบหน้าสักครั้ง ตอนนี้หน้าตาเป็นอย่างไรยังไม่รู้…”
ฮูหยินเฒ่าเซียวเหลือบมองเขาแวบหนึ่ง “ไม่เป็นไร วันนี้แม่ถือพระราชโองการที่ท่านตาเจ้าเคยทิ้งไว้ ไปทูลขอฝ่าบาท ให้พระราชทานคู่ครองดี ๆ แก่องค์หญิงซูหรง คิดว่าอีกไม่กี่วัน คงจะมีข่าวดีจากในวังแล้วล่ะ”
เยี่ยนสวินแปลกใจเล็กน้อย
แต่ไม่นานก็เข้าใจ
เกรงว่าในนั้นคงจะมีเหตุผลอื่น ท่านแม่ถึงได้พยายามหลีกเลี่ยงเช่นนี้
หรือว่าตัวตนขององค์หญิงซูหรงคนนี้ มันจะมีพิรุธจริง ๆ
“ท่านแม่ ทางจวนหลันส่งข่าวมา บอกว่าอีกสามวันจะจัดงานเลี้ยง ถึงตอนนั้นขอเชิญท่านแม่ไปร่วม เพื่อช่วยเป็นหน้าเป็นตาให้แก่งาน”
ฮูหยินเฒ่าเซียวขมวดคิ้ว แค่ฟังก็รู้สึกถึงความผิดปกติในคำพูดของลูกชายทันที
“เจ้าไม่ไปหรือ?”
เยี่ยนสวินพยักหน้า “ฝ่าบาทมีภารกิจ ลูกต้องไปจัดการสักหน่อย”
ได้ยินแบบนั้น ฮูหยินเฒ่าเซียวก็ไม่ถามอะไรมาก พลันโบกมือ
“วางใจได้ ข้าไปแน่นอน”
เยี่ยนสวินจึงวางใจ หันหลังออกไปจากเรือนหลัง และมุ่งหน้าไปยังห้องทรงพระอักษรในวัง
เมื่อมาถึงห้องทรงพระอักษร ก็ก้มหน้าลงและถวายความเคารพ
“พาเซี่ยหนี้ไปด้วยเถอะ ร่องรอยการเคลื่อนไหวในครั้งนี้อย่าให้ใครรู้เด็ดขาด ก่อนจิ้นอ๋องจะกลับมา เจ้าต้องรีบกลับให้ทัน”
“พ่ะย่ะค่ะ กระหม่อมจะออกเดินทางทันที”
เมื่อออกจากวัง ก็เห็นเซี่ยหนี้เข้ามาต้อนรับ
“ท่านอ๋อง พวกเราจะออกจากเมืองเงียบ ๆ ตอนกลางดึก”
เยี่ยนสวินพยักหน้าเบา ๆ หลังจากกลับจวนเยี่ยนอ๋องเพื่อเตรียมของเล็กน้อย ก็เขียนลงบนกระดาษว่ามรธุระต้องไปข้างนอกไม่ต้องคิดถึง แล้วให้ชิงอู้เอาไปมอบให้มู่เหยาหลังไปแล้ว
“คืนนั้นเอง
ประตูข้างจุดหนึ่งของเมืองหลวง เงาร่างสองสามร่างขี่ม้าออกไปอย่างรวดเร็ว ประตูเมืองปิดอย่างเงียบงัน
นางจ้องมองยากลืนกินหัวใจบนโต๊ะ สุดท้ายก็กินมันลงไป
หลังจากรู้สึกว่าสายตาที่คอยจับจ้องอยู่ตลอดเวลาจากไปแล้ว ความหวาดกลัว ความลังเล รวมถึงความทะเยอทะยานบนใบหน้าของนางก็หายไปหมด
จากนั้น นางก็รีบลวงคอ พยายามจะขย้อนยาเม็ดนั้นออกมา
“อย่าเปลืองแรงเลย ยากลืนกินหัวใจละลายทันทีเมื่อเข้าปาก เจ้าขย้อนออกมาไม่ได้หรอก”
ฉางชิงเดินออกมาจากความมืด และมองไปทางจุดที่ชายหนุ่มหายตัวไป
เมื่อครู่ชายคนนั้นไม่สังเกตเห็นถึงการมีอยู่ของเขา หรือก็คืออีกฝ่ายทักษะด้อยกว่าเขา แต่ก็ไม่อาจตัดความเป็นไปได้ที่อีกฝ่ายจะแกล้งทำเป็นไม่สังเกตเห็นออกไปได้
“เช่นนั้นข้าจะทำอย่างไร? ต้องเชื่อฟังเขาจริง ๆ หรือ?”
ชิงเหลียนขมวดคิ้ว ซักถามอย่างหงุดหงิดเล็กน้อย
เห็นฉางชิงหันกลับมา และยื่นขวดยาเล็ก ๆ ให้นาง “ตอนเขาส่งยาแก้พิษมาครั้งหน้า เจ้าคิดหาวิธีขูดมาสักหน่อย ข้าจะให้คนเอาไปศึกษาและส่งมาให้เจ้า”
คิ้วที่ขมวดแน่นของชิงเหลียนจึงผ่อนคลายลง
“ตกลง”
“แต่ข่าวที่อีกฝ่ายต้องการ ข้าต้องบอกอย่างละเอียดจริง ๆ หรือ?”
ฉางชิงอ้าปากหาว และเอ่ยปากอย่างไม่ใส่ใจว่า “หากเป็นข่าวทั่วไปในเมืองหลวง เจ้าก็บอกได้ตามสบาย หากเป็นเรื่องเกี่ยวกับท่านอ๋องและในวัง ก็ให้คนในหอติดต่อมา ข้าจะให้ข่าวเจ้า แล้วเจ้าค่อยเอาไปบอกต่ออีกที”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ในเมื่อท่านปันใจ งั้นข้าขอแต่งกับยอดขุนนาง
ในเมื่อท่านปันใจ งั้นข้าขอแต่งกับยอดขุนนาง อ่านจบ 470 ตอนแล้วมีเล่มต่อหรือไม่...
ทำไมฉันเสียเงินซื้ออ่านในเว็บไซต์ แล้วพอรีโหลดอ่านใหม่ ตอนที่ 59 ไม่ได้อีก มันขึ้นว่าขัดข้อง ขอโทษนะ เงินก็จ่ายจะขัดข้องอะไร หัดปรับปรุงระบบด้วย คนอ่านเสียอารมณ์...
ใช้บัตรเติมเงินเอไอเอสได้มั้ยคะ...