วันนี้แดดกำลังดี เป็นช่วงต้นฤดูหนาวที่หาได้ยากที่จะมีอากาศอบอุ่นเช่นนี้
ทันทีที่มู่เย่าเดินเข้ามาในห้อง ก็เห็นเจียงเจากำลังอ้อนขอผลไม้กับหลันอิ๋ง
“พี่หญิง อาหน่วนก็อยากกินเหมือนกัน”
นางกล่าวพลางยิ้ม เสียงนั้นทำให้สองคนที่อยู่ในห้องหันมามองด้วยสายตาดีใจ
เจียงเจาถึงกับวางผลไม้ลง แล้วรีบวิ่งเข้ามาโผกอดมู่เหยาทันที
“พี่อาหน่วน! พี่สะใภ้เคร่งมากเลย ท่านต้องช่วยเกลี้ยกล่อมพี่สะใภ้ให้ปล่อยข้าบ้างนะ!”
เด็กสาวในอ้อมแขนออดอ้อนอย่างน่าเอ็นดู จนมู่เหยาอดไม่ได้ที่จะเอื้อมมือไปหยิกแก้มนุ่มๆ ของนาง
“แบบนั้นไม่ได้นะ หากพี่สะใภ้ของเจ้าหงุดหงิดขึ้นมา แม้แต่ข้าก็อาจถูกลงโทษไปด้วย แต่ถ้าเจ้าเอาใจเก่งๆ ล่ะก็ บางทีอาจมีคนใจอ่อนก็ได้”
สิ้นเสียงพูด เจียงเจาก็เบิกตากว้างเป็นประกายทันที
นางคลายอ้อมกอดที่กอดมู่เหยาไว้ แล้วหันกลับไปออดอ้อนหลันอิ๋ง
จนหลันอิ๋งได้แต่พยักหน้ารับอย่างจนปัญญา
“อาหน่วน เยว่อิงล่ะ?”
เจียงเจาที่กำลังกินผลไม้อยู่นึกขึ้นได้ก็ไปมองทางประตูแล้วพูดขึ้นว่า “จริงด้วย! พี่อาหน่วนบอกว่าจะพาน้องสาวอีกคนมาให้ข้ารู้จัก”
“ป้าเจียงพานางไปที่ลานฝึกแล้ว ตอนเที่ยงเจ้าอาจจะได้เจอนาง”
พอได้ยินเช่นนั้นสีหน้าของหลันอิ๋งก็เปลี่ยนไปทันที
“ทำไมถึงไปที่ลานฝึกล่ะ!”
“เร็วเข้า พวกเราต้องรีบไป! วันนี้รัชทายาทจะพาองค์ชายน้อยมาขอเป็นศิษย์ที่จวนแม่ทัพ เยว่อิงอาจจะได้เจอกับรัชทายาทเข้าแล้ว!”
หลันอิ๋งตกใจจนแทบไม่รู้จะทำอย่างไร
กลับเป็นมู่เหยาที่ยังคงสีหน้าเรียบเฉย ยื่นมือออกมาขวางไว้ “พี่หญิง ตอนนี้ไปก็ไร้ประโยชน์แล้วล่ะ เกรงว่าคงได้เจอกันไปแล้ว”
เมื่อสบตาเข้ากับสีหน้าเรียบสงบไร้ความตื่นตระหนกของมู่เหยา
ความร้อนรนในใจของหลันอิ๋งก็ค่อยๆ สงบลง
นางเดาออกได้ทันทีว่าอาจมีความเป็นไปได้อย่างหนึ่ง
“อาหน่วน เจ้ารู้ใช่ไหมว่าวันนี้รัชทายาทจะมาที่จวน”
เห็นเห็นนางเดาได้ถูกต้อง มู่เหยาก็พยักหน้าเล็กน้อย
“เมื่อเช้านี้ ชิ่งอิ่งเพิ่งมาบอกข่าวว่ารัชทายาทกำลังสืบหาคนที่ซื้อภาพวาด แม้น้องสามจะระวังตัวมากแค่ไหน ก็ไม่อาจร้อดพ้นสายตาของรัชทายาทได้อยู่ดี”
นางรู้ข่าวจากชิ่งอิ่งตั้งแต่ตอนที่ตื่นนอน
หลันอิ๋งเม้มริมฝีปากแน่น ก่อนจะนั่งลงอย่างหมดแรง
“จริงสิ ข้าคิดไปได้อย่างไรว่าจะปิดบังรัชทายาทได้”
นางถอนหายใจอย่างสิ้นหวัง
แต่ไม่ว่าพูดอย่างไร คนตรงหน้าก็ยังเต็มไปด้วยความร้อนใจ
จนกระทั่งมาถึงลานฝึกและเห็นว่าเยว่อิงปลอดภัยดี หลันอิ๋งจึงได้สงบลง
“น้องสาม เหตุใดถึงเต็มไปด้วยเหงื่อเช่นนี้...ข้หม่อมฉันทำความเคารพรัชทายาทและองค์ชายหกเพคะ”
มู่เหยาก็ค้อมตัวทำความเคารพตามไปด้วย แต่สายตากลับมองไปทางหลันเยว่อิ๋ง
พอเห็นแก้มของเด็กสาวที่แดงระเรื่อ ก็เข้าใจว่าเด็กคนนี้คงมีใจเข้าแล้ว
“หม่อมฉันขอพาน้องสามไปเปลี่ยนเสื้อผ้าก่อนนะเพคะ”
ไท่จื่ออวิ๋นจี้ยิ้มแล้วโบกมือเบาๆ สื่อว่าไม่ต้องพิธีรีตอง มองตามทั้งสองคนเดินจากไปก่อนจะหันกลับมามองมู่เหยา
“นึกว่าจะได้เห็นมู่จวิ้นจู่ที่ลานฝึกเสียอีก คาดไม่ถึงว่าท่านจะไปที่เรือนหลังแทน”
คำพูดของอวิ๋นจี้เพียงประโยคเดียว ก็ทำให้บรรยากาศในที่นั้นเปลี่ยนไปทันที
คำพูดนี้ฟังดูราวกับว่าอวิ๋นจี้ตั้งใจมาที่จวนแม่ทัพเพื่อมาหานาง
“ไท่จื่อกล่าวล้อเล่นแล้วเพคะ หม่อมฉันไม่ชำนาญวรยุทธ์จะมาที่ลานฝึกได้อย่างไรกัน”
น้ำเสียงของมู่เหยาห่างเหินอย่างเห็นได้ชัด นางขยับตัวเข้าไปใกล้ฮูหยินใหญ่เจียงมากขึ้น
ดูเหมือนกำลังหาที่พึ่งพิง แต่แท้จริงแล้วมันคือการเว้นระยะห่างกับอวิ๋นจี้
“ที่แท้เป็นข้าก็คิดผิดเอง แต่ลูกหลานทางบ้านมารดาของมู่จวิ้นจู่แต่ละคนล้วนไม่ธรรมดาจริงๆ ถึงกับทำให้ท่าแม่ทัพอยากจะรับศิษย์ผู้หญิงด้วยซ้ำ”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ในเมื่อท่านปันใจ งั้นข้าขอแต่งกับยอดขุนนาง
ในเมื่อท่านปันใจ งั้นข้าขอแต่งกับยอดขุนนาง อ่านจบ 470 ตอนแล้วมีเล่มต่อหรือไม่...
ทำไมฉันเสียเงินซื้ออ่านในเว็บไซต์ แล้วพอรีโหลดอ่านใหม่ ตอนที่ 59 ไม่ได้อีก มันขึ้นว่าขัดข้อง ขอโทษนะ เงินก็จ่ายจะขัดข้องอะไร หัดปรับปรุงระบบด้วย คนอ่านเสียอารมณ์...
ใช้บัตรเติมเงินเอไอเอสได้มั้ยคะ...