ไท่จื่อกล่าวชื่นชม ราวกับว่าเพิ่งเห็นหญิงสาวเช่นนี้เป็นครั้งเเรก
ทำให้ในใจมู่เหยาเเละคนอื่นๆ รู้สึกถึงความไม่จริงใจ
อย่างไรก็ตาม ทุกคนก็เเค่รู้สึกอยู่ในใจ ไม่ได้เเสดงออกอย่างเปิดเผย
เพราะไม่มีใครอยากจะหาเรื่องใส่ตัว!
“ขอบพระทัยไท่จื่อที่ทรงชื่นชม น้องหญิงสามได้รับความโปรดปรานจากแม่ทัพเฒ่า ถือเป็นเกียรติของนาง”
มู่เหยากล่าวอย่างสุภาพ
ไม่ว่าไท่จื่อจะสานสัมพันธ์อย่างไร นางก็ปฏิเสธอย่างชาญฉลาด
เมื่อกล่าวไปอีกประโยค เห็นว่านางยังคงเป็นเช่นนั้น
ไท่จื่อย่อมไม่เอ่ยปากอีก เเต่หันไปสนทนากับแม่ทัพเฒ่าแทน
มู่เหยาจิบชา สายตามองไปยังประตูสวน
ขณะที่กำลังคิดว่าพี่หญิงใหญ่เเละน้องหญิงสามทำไมถึงยังไม่กลับมา ก็เห็นหลันอิ๋งขมวดคิ้ว ก้าวเข้ามาในสวนก่อน
ส่วนหลานเย่ว์อิงที่เดินตามมานั้นได้เปลี่ยนชุดใหม่เเล้ว ดวงตาเเดงเล็กน้อย ราวกับเพิ่งร้องไห้มา
มู่เหยาไม่ได้พูดอะไร เเต่ใช้สายตาถามหลันอิ๋ง
หลังจากเห็นอีกฝ่ายถอนหายใจอย่างจนปัญญา ก็รู้ผลลัพธ์
เด็กคนนี้คงจะเป็นคนหัวดื้อจริงๆ
“ไท่จื่อ องค์ชายหก” หลานเย่ว์อิงโค้งคำนับด้วยน้ำเสียงอู้อี้ จากนั้นก็หันกลับไปนั่งที่ของนาง
เห็นดังนั้น สีพระเนตรของไท่จื่อก็เปลี่ยนไปเล็กน้อย
“คุณหนูสามตระกูลหลานเป็นอะไรไปหรือ”
“ไม่เป็นไรเพคะ ระหว่างทางที่มาหม่อมฉันคิดว่าต่อไปต้องมาฝึกที่จวนแม่ทัพทุกวัน ก็เลยรู้สึกกลัวเเบบผู้หญิงตัวเล็กๆเท่านั้นเอง”
หลันอิ๋งพูดอย่างนิ่งเฉย ปิดโอกาสที่ทั้งสองคนจะพูดคุยกันโดยตรง
เห็นดังนั้น ไท่จื่อก็ไม่ได้พูดอะไรอีก
หลังจากคุยกับเเม่ทัพเฒ่าพักหนึ่ง ก็พาองค์ชายหกจากไป
มู่เหยาเองก็พาหลานเย่ว์อิงขึ้นรถม้า มุ่งหน้ากลับตระกูลหลาน
ตลอดทาง มู่เหยาไม่ได้พูดอะไร
เเต่ก็มองหลานเย่ว์อิงเป็นระยะๆ เห็นความรู้สึกสับสนบนใบหน้าของนางทั้งหมด
ครู่ใหญ่ รถม้าก็มาถึงจวนหลาน
หลานเย่ว์อิงจึงเอ่ยปาก “พี่หญิงมู่ พวกท่านรู้เรื่องมานานเเล้วใช่ไหม”
น้ำเสียงนั้นเเฝงไปด้วยความไม่พอใจเล็กน้อย
มู่เหยาไม่ใช่ว่าไม่รู้สึก เเต่นางไม่เก็บมาใส่ใจ คิดไปเองว่าเด็กสาวเขินอายที่จะให้ใครรู้ความคิดในใจ
เมื่อเห็นว่านางยังพอมีเหตุผลอยู่บ้าง มู่เหยาก็ถอนใจโล่งอก
เเต่…เมื่อนึกถึงท่าทางของเด็กสาวเมื่อครู่
ชัดเจนว่าตอนที่นางไม่อยู่ที่ลานฝึก ไท่จื่อได้พูดอะไรกับเด็กสาวคนนี้
ดูท่า คืนนี้จะต้องตามลี่จื่อมาถามเสียเเล้ว
เรื่องราวที่เกิดขึ้นในจวนเเม่ทัพเจิ้นกั๋ว มู่เหยาให้ชิงอู้ไปเเจ้งให้ผู้ใหญ่ตระกูลหลานทราบ
ส่วนนางก็หาข้ออ้าง เรียกลี่จื่อมาที่ลานบ้าน
“วันนี้เจ้าตามคุณหนูสามไป ได้ยินไท่จื่อพูดอะไรกับนางไหม”
มู่เหยาพูดเบาๆพร้อมกับเลื่อนถ้วยชาบนโต๊ะไปทางสาวใช้
เป็นการบอกให้นางนั่งลงเเล้วพูด
ลี่จื่อรู้สึกประหม่าเล็กน้อย เเละเมื่อเห็นหนิงจู๋ส่งสายตาเป็นสัญญาณ นางจึงนั่งลงตรงข้ามมู่เหยาอย่างไม่สบายใจ
เเต่ไม่ได้เเตะถ้วยชาบนโต๊ะเลย
“เรียนจวิ้นจู่ ตอนนั้นบ่าวไม่ได้เข้าไปใกล้ เเต่พอจะได้ยินว่าไท่จื่อตรัสอะไร”
“ตรัสว่าทรงทราบเรื่องที่คุณหนูสามซื้อภาพวาดเหมือนของพระองค์ไป ดูเหมือนจะตรัสอีกว่า จะหาโอกาสต้อนรับคุณหนูสามเข้าตำหนักบูรพา…”
เมื่อได้ยินดังนั้นเเววตาของมู่เหยาก็เยือกเย็นลง พลังอำมหิตในตัวก็ปะทุออกมาอย่างควบคุมไม่ได้

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ในเมื่อท่านปันใจ งั้นข้าขอแต่งกับยอดขุนนาง
ในเมื่อท่านปันใจ งั้นข้าขอแต่งกับยอดขุนนาง อ่านจบ 470 ตอนแล้วมีเล่มต่อหรือไม่...
ทำไมฉันเสียเงินซื้ออ่านในเว็บไซต์ แล้วพอรีโหลดอ่านใหม่ ตอนที่ 59 ไม่ได้อีก มันขึ้นว่าขัดข้อง ขอโทษนะ เงินก็จ่ายจะขัดข้องอะไร หัดปรับปรุงระบบด้วย คนอ่านเสียอารมณ์...
ใช้บัตรเติมเงินเอไอเอสได้มั้ยคะ...